ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

`๏่’ กรุงเทพมหานคร - Bangkok `๏่’
`๏่’ กรุงเทพมหานคร - Bangkok `๏่’


     กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงครองราชย์ปราบดาภิเษก เป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายน เดือนห้า แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้


     อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตร

     บริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐีและชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515



อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

ตั้งอยู่ริมถนนวิภาวดีรังสิต เลยสนามบินดอนเมืองไปเล็กน้อย มีเนื้อที่ 38 ไร่ อยู่ในความดูแลของกรมยุทธศึกษาทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด ภายในอาคารมีการจัดแสดงจิตรกรรมฝาผนัง แสดงเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยจนมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการจำลองเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ภาพจำหลักนูนต่ำ แสดงเรื่องการสร้างเมือง และหุ่นจำลองเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การสงครามของไทย เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้วแต่เวลา 09.00-15.00 น. หากเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถติดต่อขอวิทยากรได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2532 1021

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ
อยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นสถานที่เพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ปลาน้ำจืดในประเทศไทย ภายในมีปลานานาชนิด จัดให้มีสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น. และวันหยุดราชการ เวลา 10.00-14.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือติดต่อก่อนล่วงหน้า โทร. 0 2579 0562, 0 2579 2151, 0 2579 2619

ตลาดนัดสวนจตุจักร
ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน มีร้านค้ามากกว่า 8,000 ร้านค้า และยังมีสินค้าจากทั่วภูมิภาคมากมายหลายประเภทจำหน่าย เช่น สินค้าพื้นเมือง เครื่องจักสาน เครื่องประดับ เสื้อผ้า ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ในวันพุธและศุกร์ของสัปดาห์จะมีการจัดบริเวณเฉพาะสำหรับร้านค้าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่างๆ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. ทั้งนี้ยังสามารถใช้บริการส่งของถึงบ้านวันเดียวถึงของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์ในตลาดนัดจตุจักร ใกล้กับธนาคารออมสิน สำหรับพื้นที่ กทมฬ และปริมณฑล ถ้าฝากก่อนเวลา 14.00 น. จะถึงมือผู้รับภายในเวลา 20.00 น. ของวันเดียวกัน แต่ถ้าส่งหลังเวลา 14.00 น. จะถึงมือผู้รับไม่เกินเวลา 14.00 น. ของวันถัดไป สำหรับผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด จะถึงผู้ภายใน 3 วันทำการ เปิดให้บริการทุกวัน จั้งแต่เวลา 09.00 - 17.00 น. หรือที่ Call Center 1545 ในวันและเวลาทำการ

พิพิธภัณฑ์เด็ก
ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร หรือ CHILDREN'S DISCOVERY MUSEUM เป็นโครงการที่สืบเนื่องจากพระราชปรารภในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสรรค์กระบวนการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลินของเด็กไทย และจากกิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัวของกทม. พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานครจึงได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการ 3 หลัง พร้อมลานกิจกรรมกลางแจ้ง ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2544 บนพื้นที่ 5 ไร่ ในสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ภายใต้โครงการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา

พิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย
ตั้งอยู่ภายในบริเวณธนาคารไทยพาณิชย์ ถนนรัชดาภิเษก (เอสซีบี ปาร์ค)จัดแสดงวิวัฒนาการของเงินตรานับแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่มีการและเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงและทาส มาเป็นโลหะวัตถุและเป็นเงินตราในที่สุด และยังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิวัฒนาการของธนาคารในประเทศไทยนับจากธนาคารแห่งแรกของไทยถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2431 เปิดให้เข้าทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. โทร. 0 2544 4504, 0 2544 4525, 0 2544 4462-3

พิพิธภัณฑ์อัยการไทย
อยู่ที่ชั้น 11 ของอาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ตั้งขึ้นเนื่องในวาระแห่งการเฉลิมฉลอง 100 ปีแห่งการสถาปนาสถาบันอัยการไทยในปี พ.ศ. 2536 เพื่อรวบรวมทรัพย์สินทางนิติศาสตร์ที่มีค่าของประเทศ เช่น อุปกรณ์ ของใช้ในห้องทำงานอัยการ หนังสือกฎหมายโบราณ และบันทึกหลักฐานสำนวนคดีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม โทร. 0 2541 2951, 0 2541 2934

ศูนย์สปัน อารยวัฒนศิลป์
ตั้งอยู่ที่ถนนวิภาวดีรังสิต เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงวิวัฒนาการเครื่องแต่งกาย ของไทยและนานาชาติ และผลงานด้านศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การแต่งกายของชาวไทยในอดีต จัดแสดงชุดแต่งงานของผู้ที่มีชื่อเสียงในอดีต ภาพนางงามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ภาพมงกุฏกษัตริย์ทั่วโลก จัดแสดงวิวัฒนาการการแต่งกายของโลกตั้งแต่อียิปต์ กรีก โรมัน จนถึงปัจจุบัน การปั้นโดยย่อสัดส่วนได้แก่ การประดิษฐ์กระทง เมืองตุ๊กตา และการจัด ดอกไม้ไทย (ติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) โทร. 0 2531 2013, 0 2532 2733-4, 0 2993 5888

สถานแสดงพันธุ์ปลาน้ำจืด
อยู่ภายในบริเวณกรมประมง ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและแคนาดาตั้งแต่ พ.ศ.2521 ภายในเป็นการจัดแสดงเกี่ยวกับพันธุ์ปลาน้ำจืดของไทย ปลาสวยงาม ปลาเศรษฐกิจ ปลาที่ใกล้จะสูญพันธุ์ พรรณไม้น้ำจืดของไทย รวมทั้งศึกษาและวิจัยด้านทางด้านวิชาการ เปิดทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.00 น. เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 14.00 น. ค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ 5 บาท ผู้ใหญ่ คนละ 10 บาท (หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือถึงสถาบันฯ ล่วงหน้า 1 สัปดาห์) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 0 2562 0600-15 ต่อ 5118

หอเกียรติภูมิรถไฟ
ตั้งอยู่ด้านเหนือของสวนจตุจักรใกล้บริเวณลานจอดรถเอนกประสงค์ประตู 2 ถ.กำแพงเพชร 3 เป็นอาคารเก่าของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อ 30 ปี มาแล้ว เพื่อใช้เป็นที่เก็บขบวนรถไฟพระที่นั่งของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และหัวรถจักรประวัติศาสตร์บางคัน ต่อมาได้ถูกปิดไประยะหนึ่ง ภายหลังได้รับการปรับปรุงและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อปี พ.ศ. 2533 เป็นสถานที่รวบรวมและให้ความรู้เกี่ยวกับการรถไฟ มีการจัดแสดงรถจักรไอน้ำ รถจักรจำลอง ขบวนรถไฟเล็กขนาดต่างๆ ภาพถ่ายและภาพวาดเกี่ยวกับเกียรติภูมิของการรถไฟโลกรวมทั้งสิ่งที่น่าสนใจต่างๆ อีกมากมาย หอเกียรติภูมิรถไฟเปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-12.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "ชมรมเรารักรถไฟ" คุณจุลศิริ วิรยศิริ ผู้อำนวยการหอเกียรติภูมิรถไฟ โทร. 0 1615 5776

อุทยานผีเสื้อและแมลงกรุงเทพฯ
ตั้งอยู่ในสวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ บริเวณอุทยานประกอบด้วยลานกิจกรรม บริเวณจัดนิทรรศการ ห้องเพาะเลี้ยงอาหาร ห้องเพาะเลี้ยงตัวอ่อน ลานชมวิว ลานแมลง ลานผีเสื้อ และลานลำพู ตัวอาคารส่วนที่เป็นกรงมีพื้นที่ 1,100 เมตร สร้างในลักษณะโดมขนาดใหญ่สูง 15 เมตร สามารถระบายอากาศได้เนื่องจากใช้วัสดุโปร่งในการก่อสร้าง บริเวณของอุทยานมีส่วนเชื่อมต่อกับสวนจัตุจักรและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ นับเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้และเป็นสถานที่สำหรับศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวม แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพันธุ์ผีเสื้อและแมลง วงจรชีวิต รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่ของผีเสื้อและแมลง เปิดให้บริการทุกวัน เว้นวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2615 7333

สวนสยาม
ตั้งอยู่ที่ถนนสุขาภิบาล 2 คันนายาว เขตบึงกุ่ม มีเนื้อที่ 72 ไร่ เป็นสวนสนุกที่ประกอบไปด้วยทะเลน้ำจืด สไลเดอร์ สวนนก พร้อมด้วยเครื่องเล่นนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีศูนย์ศิลปวัฒนธรรมจัดแสดงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ เช่น จีน ลาว กัมพูชา เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเดินทาง และอัตราค่าเข้าชมได้ที่ โทร. 0 2919 7200-19 เว็บไซต์ www.siamparkcity.com

สวนเสรีไทย
สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการพัฒนาบึงกุ่มให้เป็นพื้นที่เก็บกักน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และเพื่อเป็นที่ระลึกของขบวนการเสรีไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 สวนแห่งนี้นับว่าเป็นโรงเรียนต้นไม้กลางแจ้งที่มีพรรณไม้หลากหลายชนิดให้กับผู้ที่สนใจได้ศึกษา มีทั้งสวนป่า ลานดอกไม้หอม สวนไม้ผล และปาล์มพันธุ์ต่างๆ บางชนิดเป็นพันธุ์ที่หายากและเพาะยาก เช่น ปาล์มน้ำพุ ตาลฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนจำนวนมากอีกด้วย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2379 7884

ซาฟารีเวิลด์
ตั้งอยู่เลขที่ 99 ถนนรามอินทรา บริเวณกิโลเมตรที่ 9 เขตมีนบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 430 ไร่ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ ซาฟารีปาร์ค ซึ่งเป็นสวนสัตว์เปิด มีสัตว์ต่างๆ เช่น ม้าลาย กวาง ยีราฟ นก เสือ สิงโต หมี ฯลฯ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรถชมชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ตามธรรมชาติโดยรถส่วนตัว หรือรถบริการพร้อมผู้บรรยายของซาฟารีเวิลด์ ส่วนที่สอง คือ มารีนปาร์ค หรือสวนน้ำ มีสัตว์น้ำ และสัตว์ชนิดต่างๆ ที่หาดูให้ชมยาก รวมทั้งการแสดงต่างๆ เช่น การแสดงของปลาโลมา, นก, แมวน้ำ และลิง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและเกมส์ต่างๆ เช่น เกมส์ปาเป้า ยิงปืน โยนบ่วง ฯลฯ ไว้บริการ ซาฟารีเวิลด์เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 390 บาท เด็ก 290 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2518 1000-19, 0 2914 4100-9

ถนนอุทยาน (ถนนอักษะ)
เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 และสาย 4 ตรงไปสู่พุทธมลฑล จังหวัดนครปฐม มีอีกชื่อหนึ่งว่า ถนนอักษะ ได้รับการยกย่องว่าเป็นถนนที่ตกแต่งได้สวยงามที่สุดในประเทศไทย โดยมีไม้ดอกไม้ประดับและต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง ริมถนนติดตั้งเสาไฟเป็นรูปหงส์ 979 ต้น เปิดใช้เป็นทางการในปี พ.ศ.2542

บ้านพิพิธภัณฑ์
ตั้งอยู่เลขที่ 170/17 หมู่ 7 หมู่บ้านคลองโพแลนด์ ซอยคลองโพ 2 ถนนศาลาธรรมสพน์ หากขับรถมาตามถนนพุทธมลฑลสาย 2 ไปด้านทางรถไฟหรือคลองมหาสวัสดิ์จนสุด จะพบถนนธรรมสพน์เลี้ยวซ้ายไปตามป้ายพิพิธภัณฑ์ เป็นสถานที่จัดแสดงข้าวของของชาวเมืองชาวบ้านทั้งของเก่าและของใหม่ หลากหลายประเภท เช่น ของเล่น หนังสือ เครื่องเขียน เครื่องครัว และของใช้ในชีวิตประจำวันต่าง ๆ จึงเปรียบเสมือนคลังมรดกถ่ายทอดอดีตสู่ปัจจุบัน สร้างอยู่ในพื้นที่ 58 ตารางวาเป็นอาคารสมัยใหม่กว้าง 3 คูหา สูง 3 ชั้นครึ่ง ชั้นล่างจำลองร้านค้าในอดีตเพื่อย้อนบรรยากาศยุคก่อน พ.ศ. 2500 ทั้งร้านขายกาแฟ ร้านขายยา ร้านตัดผม เป็นต้น รวมทั้งมีห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียนตามหัวข้อต่างๆ ด้วย เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2869 6281, 0 1257 4508, 0 9200 2803

ตลาดน้ำตลิ่งชัน
อยู่บริเวณหน้าสำนักงานเขตตลิ่งชัน เป็นตลาดกึ่งชนบทผสมผสานระหว่างชีวิตริมน้ำกับธรรมชาติ มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ เวลาประมาณ 07.00–16.00น. พ่อค้าแม่ค้าซึ่งก็คือชาวสวนในพื้นที่จะเริ่มนำผลผลิตจากสวน ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไม้ ผักสด ผลไม้ ปลา และอาหารต่าง ๆ มาจำหน่ายเหมือนตลาดสดทั่วไปแต่ผลผลิตจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารบนแพริมน้ำ และมีเรือทัวร์ของเอกชนพาชมคลอง ชมสวน ซึ่งจะได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ริมน้ำของชาวตลิ่งชัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณนพดล (ประธานประชาคมตลาดน้ำ) โทร. 0 1374 7616 หรือที่สำนักงานเขตตลิ่งชัน โทร. 0 2424 1742, 0 2424 5448

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
จัดตั้งขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ เพื่อเป็นที่รวบรวมข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาและศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น สังคมวิทยา โบราณคดี ประวัติศาสตร์ศิลปะ ภาษา และวรรณกรรม เป็นแหล่งค้นคว้าศึกษา และให้บริการข้อมูลทางด้านมานุษยวิทยาแก่นักวิชาการ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ มีนิทรรศการถาวรที่จัดแสดงได้แก่ ห้องพระราชประวัติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ห้องพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาที่ทำในประเทศไทย นิทรรศการชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี นิทรรศการพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรตั้งอยู่ ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน ส่วนนิทรรศการเปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00–16.00 น. ห้องสมุดเปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00-16.30 น. สำนักงานเปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.00-17.00 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2880 9429 หรือเว็บไซต์ www.sac.or.th

พิพิธภัณฑ์เขตบางกอกน้อย
ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม ซ.จรัญสนิทวงศ์ 32 รถประจำทางที่ผ่าน สาย 40, 42, 56, 68, 80, 175, 510, 509 จัดแสดงภาพการเติบโตของชุมชนตามแนวลำน้ำเจ้าพระยาสายใหม่ ซึ่งเป็นผลจากการขุดคลองลัดในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ รวมทั้งมีจัดแสดงสถานที่ที่น่าสนใจในเขตบางกอกน้อย อาทิ สถานีรถไฟบางกอกน้อย โรงพยาบาลศิริราช กรมอู่ทหารเรือ ฯลฯ จัดแสดงเหตุการณ์กู้ชาติของพระเจ้าตากสินมหาราช ตลอดถึงการนำเสนอภาพของบางกอกน้อยเมื่อย่างสู่สมัยรัตนโกสินทร์ ศิลปะและภูมิปัญญา เรื่องราวและความรู้ต่างๆ มากมาย ตามคำขวัญประจำเขตที่ว่า "สายน้ำกับการเปลี่ยนแปลง แหล่งชุมชนช่างโบราณ จุดยุทธศาสตร์สามราชธานี" เปิดให้บริการตั้งแต่วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี
ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกน้อยตรงข้ามสถานีรถไฟธนบุรี เป็นอู่เก็บเรือที่ใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ถึงกรุงรัตนโกสินทร์ เรือเหล่านี้เป็นเรือขุดทั้งสิ้น เรือพระราชพิธีที่เก็บอยู่ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงษ์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งเอนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ และเรือพระที่นั่งอื่นๆ อีกหลายลำ เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. (ปิดช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่และวันหยุดสงกรานต์) อัตราค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท โทร. 0 2424 0004

กรมการรักษาดินแดน
ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร ภายในมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศาลเจ้าพ่อหอกลอง พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 09.00-15.30 น.) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2222 4840, 0 2221 2871, 0 2221 7990, 0 2279 3007, 0 2278 5002 และยังมีสนามยิงปืน (เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 15.00-18.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ 09.00-18.00 น.) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2221 1976, 0 2224 0306

ตึกถาวรวัตถุ
อยู่ใกล้สนามหลวงติดกับวัดมหาธาตุ เดิมทีเดียวตึกแห่งนี้เป็นหอสมุดแห่งชาติ ซึ่งรัชกาลที่ 5 ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2448 พระราชทานนามว่า "หอสมุดสำหรับพระนคร" ตึกหอสมุดสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยสมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ปัจจุบันตั้งเป็นศูนย์นราธิปฯ เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ให้บริการค้นคว้าข้อมูลทางการศึกษาทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-16.30 น. โทร. 0 2221 6830

พระที่นั่งและสวนสาธารณะสันติชัยปราการ
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณถนนพระอาทิตย์ รัฐบาลและประชาชนได้ดำเนินการจัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ด้านหน้าสวนมีป้อมพระสุเมรุ ซึ่งเป็นป้อมที่สร้างตามแนวกำแพงพระนครชั้นนอกตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนด้านที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยามีทางเดินชมทัศนียภาพริมแม่น้ำ และต้นลำพูสองต้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในย่านบางลำพูแห่งนี้

พระบรมมหาราชวังพระบรมมหาราชวัง
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วน คือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่ ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตั้งอยู่บริเวณพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ มุมถนนราชดำเนินกลาง บริเวณหน้าวัดราชนัดดาราม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2533 โดยกรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการ เป็นพระรูปหล่อด้วยสำริดประทับบนพระที่นั่งสูงขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง ภายในบริเวณตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับ มีพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อใช้รับราชอาคันตุกะจากต่างประเทศที่มาเยือนประเทศไทย และศาลาราย 3 หลัง

พิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ
ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก จัดแสดงวิวัฒนาการทางการทหารของกองทัพบก ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยห้องต่างๆ เช่น ห้องจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทหาร ห้องอาวุธ ห้องธงและเครื่องมือเครื่องใช้ทางทหาร ห้องพระบารมีปกเกล้า เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่ต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า 1 สัปดาห์ และในทุกวันเสาร์ระหว่างเวลา 08.00-12.00 น. กองทัพบกจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการแสดงของทหารม้าในชุดเกียรติยศถือดาบทหารม้าประกอบการเดินแถวเปลี่ยนเวร การแสดงรถถังปลดประจำการ การแสดงวงโยธวาทิต ออร์เคสต้า และวงดนตรีไทยพร้อมทั้งชมพิพิธภัณฑ์ กิจกรรมทั้งหมดไม่เสียค่าใช้จ่าย ต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2297 7859, 0 2297 2380 โทรสาร 0 2280 2320

พิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา
เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องปั้นดินเผาถ้วยชามเบญจรงค์ในสมัยโบราณ และเป็นพิพิธภัณฑ์บ้านริมน้ำ ตั้งอยู่ข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ด้านหลังของวิทยาลัยนาฏศิลป์) หากเข้าชมเป็นหมู่คณะต้อง ติดต่อล่วงหน้าที่ มูลนิธิเสวตร-โสภา เลขที่ 5 ถนนพระอาทิตย์ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2224 1373, 0 2224 1388

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย
ตั้งอยู่ที่ตำหนักวังบางขุนพรหม ภายในบริเวณเดียวกันกับธนาคารแห่งประเทศไทย จัดแสดงสื่อในการแลกเปลี่ยนตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยแบ่งออกเป็นห้องต่าง ๆ อาทิ ห้องเงินตราโบราณ, ห้องเงินพดด้วง, ห้องกษาปณ์ไทย, ห้องธนบัตรไทย, ห้องทองตรา, ห้อง 50 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดธนาคาร ตั้งแต่เวลา 10.00 -16.00 น. การเข้าชมต้องแจ้งให้ทราบก่อนล่วงหน้า โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2283 5286, 0 2283 5265 และ 0 2283 6723

พิพิธภัณฑ์ปืนใหญ่โบราณ
ตั้งอยู่ในบริเวณด้านหน้าและด้านข้างของกระทรวงกลาโหม เป็นการจัดแสดงปืนใหญ่ที่เคยผ่านสงครามต่างๆ มาแล้วในอดีต โดยเรียงลำดับหมวดหมู่ตามอายุและยุคสมัยของปืน เริ่มจากปลายกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ เช่น ปืนนารายณ์สังหาญ ปืนพญาตานี และปืนชุดที่ทำจากฝรั่งเศส จำนวนทั้งสิ้น 40 กระบอก ส่วนอาคารเป็นสถาปัตยกรรมยุโรป ด้านหน้ากระทรวงฯ นั้น รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่อยู่ของทหารประจำรักษาพระนคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2226 3814 โทรสาร 0 2225 8262

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวังหน้าของกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับวังหลวง พระที่นั่งที่สำคัญ ได้แก่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธศวรรย์ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ต่อมาในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขึ้นที่ศาลาสหทัยสมาคม เรียกว่า “มิวเซี่ยม” แล้วจึงย้ายมาไว้ที่วังหน้าของกรมพระราชวังบวรฯ ซึ่งบางส่วนกลายเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบริเวณข้างเคียงมีโรงเรียนช่างศิลป์ วิทยาลัยนาฏศิลป์ และโรงละครแห่งชาติอยู่ในบริเวณเดียวกัน สิ่งที่น่าสนใจ นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้วยังมีวัดบวรสถานสุทธาวาส ตั้งอยู่ภายในบริเวณวังหน้าใกล้กับโรงเรียนช่างศิลป์ วัดนี้เรียกกันว่า “วัดพระแก้ววังหน้า” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจัดแสดงศิลปโบราณวัตถุต่างๆ มากมายอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและชาติเพื่อนบ้าน พิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ประจำปี 2545 รางวัลยอดเยี่ยมประเภทโครงการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว จากผลงานโครงการเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน เพื่อส่งเสริมให้รู้จักคุณค่าของวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชุมชนของตนเพื่อการท่องเที่ยว เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 1333

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป
อยู่ข้างสะพานพระปิ่นเกล้า ถนนเจ้าฟ้า อดีตเคยเป็นโรงผลิตเหรียญกษาปณ์ของไทย ปัจจุบันเป็นศูนย์รวบรวมและจัดแสดงผลงานศิลปะทั้งแบบประเพณีไทยโบราณ และแบบสากลร่วมสมัยของศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีภาพเขียนสีน้ำมันฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตั้งแสดงอยู่ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันหยุดนักขัตฤกษ์ อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 2224, 0 2282 2639

ย่านจำหน่ายสินค้าในกรุงเทพฯ

ตลาดนัดสวนจตุจักร ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน มีสินค้ามากมายหลายประเภทจำหน่าย เช่น สินค้าพื้นเมือง เครื่องจักสานเครื่องประดับ เสื้อผ้า ไปจนถึงสัตว์เลี้ยงนอกจากนี้ยังจัดบริเวณเฉพาะสำหรับร้านค้าพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับชนิดต่าง ๆ ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง เปิดทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น.
ปากคลองตลาด อยู่ที่ถนนมหาราช ใกล้สะพานพุทธ เป็นตลาดค้าส่งผักสด ผลไม้ ดอกไม้
สะพานพุทธ ตลาดขายสินค้ามือสองยามค่ำคืน บริเวณใต้ สะพานพุทธจำหน่ายเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าต่างๆ
หลังกระทรวงกลาโหม ได้แก่ บริเวณถนนอัษฎางค์ (ถนนที่เลียบคลองหลอดหลังกระทรวงกลาโหม) จำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับทหาร เช่น เสื้อผ้า ชุด ร.ด. รองเท้า และอุปกรณ์การเดินทางท่องเที่ยว เช่น เต็นท์ ถุงนอน หม้อสนาม
เยาวราช เป็นย่านการค้าของไทยเชื้อสายจีน ตลอดเส้นทางมีร้านค้าขายทองคำ ร้านจำหน่ายสินค้าจากเมืองจีน ร้านอาหาร และตลาดเก่า ซึ่งเป็นที่จำหน่ายอาหารสด-แห้ง จากเมืองจีน ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของคนกรุงเทพฯ ในยามค่ำคืนจะมีอาหารนานาชนิดให้เลือกรับประทานทั้งคาว หวาน อาทิเช่น ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ อาหารทะเลเผา ผัดไทย บัวลอยน้ำขิง เกาลัด เป็นต้น
ท่าเรือคลองสาน ตั้งอยู่ถนนเจริญนคร เข้าไปในซอยเข้าท่าเรือคลองสานมีสินค้าประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปวัยรุ่นและรองเท้าจำหน่ายในราคาย่อมเยา
เวิ้งนาครเกษม ใกล้ถนนเจริญกรุงและถนนเยาวราช เป็นแหล่งของเก่าทั้งศิลปะของไทยและจีน เช่น เครื่องลายคราม เครื่องทองเหลือง และเฟอร์นิเจอร์ฝังมุก
เทเวศร์ อยู่ที่ถนนสามเสน ตามแนวคลองผดุงกรุงเกษม เป็นตลาดจำหน่ายไม้กระถางนานาชนิด
ย่านถนนสีลม สยามสแควร์ ราชดำริ ประตูน้ำ เพลินจิต และบางลำพู เป็นย่านศูนย์การค้าจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูป กระเป๋าถือ เครื่องหนัง ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมทั้งเครื่องสำอางต่างๆ เป็นต้น

สำหรับสินค้าประเภทหัตถกรรมหาซื้อได้ที่ร้านจิตรลดา ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตจากศูนย์ศิลปาชีพ หรือที่นารายณ์ภัณฑ์ พาวิลเลี่ยน ราชดำริอาเขต เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 0 2252 4670-9, 0 2255 4328-9

โรงละครกรุงเทพ
ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรบุรี (ใกล้สามแยกเอกมัย) ติดกับอาคารชาญอิสระ 2 จัดแสดงละครแนวสมัยใหม่ ติดต่อสอบถามรายละเอียดการแสดงได้ที่ โทร. 0 2319 7641-5

โรงละครเฉลิมกรุง รอยัล เธียเตอร์
ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง เขตพระนคร เดิมเป็นโรงภาพยนตร์เฉลิมกรุงต่อมาได้มีการปรับปรุงให้เป็นโรงละครที่ทันสมัย โดยมีการนำเอาเทคนิคพิเศษมาประกอบการแสดงหลากหลายประเภท อาทิ โขน ละครเวที ละครย้อนยุค และภาพยนตร์หมุนเวียนกันไป ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2225 8757–8, 0 2623 8148-9

โรงละครแห่งชาติ
เป็นโรงมหรสพอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จัดแสดงนาฏศิลป์ การละเล่น ละครฯลฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 1342 และ 0 2221 4885 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ มีการแสดงศิลปะวัฒนธรรมไทยต่างๆ เช่น โขน ละคร ในบริเวณสนามหญ้าหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ไม่เสียค่าเข้าชม)

วัดเทพธิดาราม
อยู่ที่ถนนมหาไชย เดิมชื่อวัดบ้านพระยาไกรสวนหลวง วัดนี้เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อพระราชทานแก่กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ เมื่อปี พ.ศ. 2379 เสร็จในปี พ.ศ. 2382 สถาปัตยกรรมที่สำคัญ คือ พระปรางค์ทิศทั้งสี่ เป็นฝีมือช่างในสมัยรัชกาลที่ 3 บุษบกที่รองรับพระประธานภายในโบสถ์ประดิษฐ์อย่างสวยงาม และที่ผนังพระอุโบสถมีภาพเขียนเป็นรูปพุ่มข้าวบิณฑ์แบบอย่างในรัชกาลที่ 3

นอกจากนี้ระหว่าง พ.ศ. 2383-2385 วัดนี้เคยเป็นที่พำนักของสุนทรภู่กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อคราวบวชเป็นพระภิกษุ ปัจจุบันยังมีกุฏิหลังหนึ่งเรียกว่า “บ้านกวี” เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวัน

วัดบวรนิเวศวิหาร
อยู่ที่ถนนพระสุเมรุ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพเป็นแม่กองก่อสร้าง เคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4, 6, 7 และ 9 เมื่อครั้งทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ สิ่งที่น่าชมภายในวัด ได้แก่ พระพุทธชินสีห์ พระรูปสมเด็จพระสมณเจ้า 2 องค์ คือ สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ และสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่ง ตำหนักปั้นหยา และพระศาสดา พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ซึ่งพระมหาธรรมราชาลิไททรงสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1900

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่เรียกว่า วัดโพธิ์
อยู่ที่ถนนสนามไชย ข้างพระบรมหาราชวัง เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรม วัดนี้ถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 ครั้นถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ทั้งหมด และได้นำเอาตำราวิชาการด้านต่างๆ มาจารึกไว้โดยรอบ เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน ถือได้ว่าวัดโพธิ์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย นอกจากนี้ที่วัดโพธิ์ยังมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร ที่ฝ่าพระบาทแต่ละข้างมีลวดลายประดับมุกเป็นภาพมงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชมสำหรับชาวไทย ชาวต่างชาติคนละ 20 บาท ต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2222 5910, 0 2226 2942, 0 2226 1743, 0 2225 9595

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษดิ์ ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ริมสนามหลวง ถนนหน้าพระธาตุ (ใกล้กับมหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็นพระอารามหลวงฝ่ายมหานิกายชั้นเอก เดิมชื่อว่า วัดสลัก กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท โปรดให้สร้างขึ้นใหม่พร้อมกับพระบรมมหาราชวังแล้วพระราชทานนามว่า “วัดนิพพานาราม” ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดพระศรีสรรเพชร์” เคยใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฏกหลังจากกรมพระราชวังบวรฯ เสด็จสวรรคตแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงเปลี่ยนนามพระอารามใหม่ว่า “วัดมหาธาตุ” ส่วนคำว่า “ยุวราชรังสฤษดิ์” มาเพิ่มในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ เจ้าอยู่หัว หลังจากที่ทรงปฏิสังขรณ์แล้ว ภายในวัดมีสิ่งสำคัญ คือ พระอุโบสถ พระวิหาร พระมณฑป วิหารโพธิ์ลังกา หรือวิหารน้อย ต้นศรีมหาโพธิ์ และมหาวิทยาลัยสงฆ์ชื่อ “มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย” เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2221 5999, 0 2224 1415, 0 2222 7984

วัดราชนัดดาราม
อยู่ที่ถนนมหาไชย สร้างเมื่อ พ.ศ. 2389 เป็นวัดที่รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี มีเจ้าพระยายมราชเป็นแม่กองออกแบบ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์เป็นแม่กองสร้างโลหะปราสาท วัดนี้แปลกกว่าวัดอื่น คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างธรรมเจดีย์ปราสาทแทนการสร้างพระเจดีย์ (นับเป็นแห่งที่ 3 ของโลก) มีความสูง 36 เมตร ประกอบด้วย เจดีย์ล้อมรอบ 37 องค์ เพื่อให้เท่ากับ “โพธิปักขียธรรม 37 ประการ” ปัจจุบันโลหะปราสาทแห่งนี้เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากโลหะปราสาทที่ประเทศอินเดียและศรีลังกาได้ปรักหักพังไปหมดแล้ว เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 8807, 0 2225 5769

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
อยู่ที่ถนนเฟื่องนคร เป็นวัดที่มีเสมาขนาดใหญ่ทำเป็นเสาศิลาสลักรูปเสมาธรรมจักรอยู่บนเสาตั้งอยู่ที่กำแพงวัดทั้ง 8 ทิศ บริเวณวัดนี้เดิมเป็นวังของพระบรมวงศ์เธอกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ วัดราชบพิธฯ เริ่มก่อสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2412 (สมัยรัชกาลที่ 5) เสร็จในปี พ.ศ. 2413 แล้วนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสวรวิหารมาจำพรรษาอยู่ พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธนิรันตรายมาประดิษฐานไว้ในพระอุโบสถ ศิลปกรรมที่สำคัญในวัดได้แก่ บานประตู และหน้าต่างของพระอุโบสถที่มีลายไทยลงรักประดับมุกเป็นรูปดวงตราครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ สวยงามมาก เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2222 3930, 0 2221 0904

วัดราชบูรณะ
ตั้งอยู่เชิงสะพานพุทธฝั่งกรุงเทพฯ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดเลียบ สร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายโดยพ่อค้าชาวจีน วัดนี้เป็นหนึ่งในจำนวนวัดเอกประจำเมือง 3 วัด ได้แก่ วัดราชบูรณะ วัดราชประดิษฐ์ และวัดมหาธาตุ วัดนี้ได้รับการบูรณะมาตลอดตั้งแต่รัชกาลที่ 1-7 เว้นรัชกาลที่ 6 รัชกาลเดียว ในคราวสงครามมหาเอเซียบูรพา สถานที่สำคัญๆ ของวัดถูกระเบิดพังทลาย โดยเฉพาะพระอุโบสถที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือขรัวอินโข่งถูกระเบิดทำลายจนหมด ต่อมาได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ดังที่เห็นในปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2221 3936, 0 2221 9544

วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
ตั้งอยู่ติดกับด้านเหนือสวนสราญรมย์ มีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ เป็นวัดที่มีเนื้อที่เล็กมาก วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยมีพระราชประสงค์จะให้เป็นวัดธรรมยุต และเป็นไปตามโบราณประเพณีว่าในราชธานีต้องมีวัดสำคัญ 3 วัดเสมอ จึงทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ซื้อสวนกาแฟหลวง ในรัชกาลที่ 3 สร้างวัดเล็กๆ ขึ้นวัดหนึ่ง พระราชทานนามว่า "วัดราชประดิษฐ์สถิตธรรมยุติการาม" แล้วต่อมาทรงเปลี่ยนชื่อเป็น "วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม" สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดนี้ คือ พระวิหารหลวงซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาฝนังเกี่ยวกับพระราชพิธีสิบสองเดือน และภาพสุริยุปราคา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00–22.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2223 8215, 0 2622 0744

วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ที่ถนนบำรุงเมือง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระวิหารให้มีขนาดใหญ่เท่ากับพระวิหารวัดพนัญเชิง เป็นศรีสง่าแก่พระนคร ได้พระราชทานนามไว้ว่า “วัดมหาสุทธาวาส” แต่สร้างยังมิทันสำเร็จ ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงดำเนินงานต่อ และพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดสุทัศน์เทพวราราม” สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่วัดสุทัศน์ไม่มีเจดีย์เหมือนวัดอื่นๆ เพราะมีสัตตมหาสถานเป็นอุเทสิกเจดีย์ (ต้นไม้สำคัญในพุทธศาสนา 7 ชนิด) แทนที่อยู่แล้ว สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระศรีศากยมุนี (หลวงพ่อโต) พระประธานของวัดที่ได้ชะลอมาจากวิหารหลวงวัดมหาธาตุเมืองสุโขทัย และบานประตูพระวิหาร ซึ่งเป็นศิลปกรรมชั้นเยี่ยมทางด้านการแกะสลักในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ซึ่งในปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–21.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2224 9845, 0 2222 9632 หรือเว็บไซต์ www.watsuthat.org

วัดอินทรวิหาร
ตั้งอยู่ที่แยกบางขุนพรหม ถนนวิสุทธิกษัตริย์ เขตพระนคร วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลายประมาณ พ.ศ.2295 เดิมชื่อวัดบางขุนพรหม ซุ้มประตูทางเข้าวัด 3 ซุ้ม เป็นศิลปะทรงไทย เรือนยอดตรงกลางเป็นรูปพระมหาบุรุษมหาภิเนษกรมณ์ ณ ฝั่งแม่น้ำอโนมา ด้านขวาเป็นรูปพระอินทร์ ด้านซ้ายเป็นรูปพระพรหม สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ "พระพุทธศรีอริยเมตไตรย" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนขนาดใหญ่ สูง 32 เมตร กว้าง 10 เมตร 24 นิ้ว สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว บนยอดเกศองค์หลวงพ่อโตบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากประเทศศรีลังกา จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นภาพชีวประวัติของสมเด็จพระพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) ภาพสิ่งก่อสร้างต่างๆของสมเด็จฯ ภาพต้นไม้ ด้านล่างพระอุโบสถเป็นพิพิธภัณฑ์ของเก่า ศาลาการเปรียญประดิษฐานรูปหล่อสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) นอกจากนี้ยังมี มณฑป ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง หอระฆังหลังคาทรงจัตุรมุข พระสังกัจจายน์ พระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ต้นโพธิ์ไทย โพธิ์ลังกาและโพธิ์อินเดีย ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยไม่เสียค่าเข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.30–20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2628 5550-2

ศาลหลักเมือง
ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อจะสร้างบ้านเมืองต้องมีการฝังเสาหลักเมือง ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ของชาติไทย รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีฝังเสาหลักเมืองกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 บรรจุดวงชะตาของกรุงเทพฯ ไว้ภายใน เสาหลักเมืองเดิมทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร สูง 27 เซนติเมตร แต่สร้างใหม่ในรัชกาลที่ 4 แทนของเดิมที่ชำรุด เป็นไม้ชัยพฤกษ์สูง 108 นิ้ว ฐานเป็นแท่นกว้าง 70 นิ้ว ตั้งอยู่ภายในอาคารยอดปรางค์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ภายในศาลหลักเมืองยังมีเทวรูปสำคัญ คือ เทพารักษ์ เจ้าพ่อหอกลอง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง เจ้าพ่อเจตคุปต์ และพระกาฬไชยศรี

สนามกอล์ฟ
สนามกอล์ฟทหารบก ถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 1 โทร. 0 2521 5338-9, 0 2521 1184-5 (2 สนามๆ ละ 18 หลุม)
สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา ถนนกรุงเทพกรีฑา หัวหมาก โทร. 0 2379 3732, 0 2379 3768, 0 2379 3716 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟนวธานี ถนนสุขาภิบาล 2 (เสรีไทย) โทร. 376-1030-2, 0 2255 1420-8 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสร ถนนอังรีดูนังต์ โทร. 0 2251 0181-6, 0 2255 1420-8 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟทหารอากาศกานตรัตน์ ถนนวิภาวดีรังสิต โทร. 0 2523 6441, 0 2534 3840-1 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟราชนาวี ถนนสุขุมวิท (แยกบางนา) โทร. 0 2393 1652, 0 2393 1637 (9 หลุม 2 สนาม)
สนามกอล์ฟยูนิโก้ ถนนกรุงเทพกรีฑา โทร. 0 2379 3752, 0 2379 3780 (18 หลุม)
สนามกอล์ฟปัญญาอินทรา ถนนรามอินทรา โทร. 0 2943 0010-24, 0 2519 5840-3 (27 หลุม)

สนามแข่งม้า
สนามแข่งม้าราชตฤณมัยสมาคม ถนนพิษณุโลก จัดแข่งม้าทุกวันอาทิตย์ เว้นอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.30-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 0020-9, 0 2628 1810-5
สนามแข่งม้าราชกรีฑาสโมสร ถนนอังรีดูนังต์ จัดแข่งทุกวันอาทิตย์ เว้นอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.30-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2251 0181-6, 0 2255 1420-8, 0 2652 5000

สนามมวยเวทีราชดำเนิน
ถนนราชดำเนิน มีการชกมวยทุกวันจันทร์,พุธ,พฤหัสบดี และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาเวลา 18.30-22.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 200, 400 และ 1,000 บาท ชาวต่างประเทศ 500, 800 และ 1,500 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 4205, 0 2281 0879, 0 22280 1684

สนามหลวง หรือ ทุ่งพระเมรุ
เป็นลานโล่งอยู่ใกล้กับกำแพงพระราชวังหลวง และติดกับกำแพงวังหน้าด้านทิศตะวันออก เมื่อแรกสร้างกรุงเทพฯ บริเวณนี้เป็นที่ทำนาของประชาชน และยังใช้เป็นที่ตั้งพระเมรุเผาศพของเจ้านาย จึงเรียกกันติดปากกันว่า “ทุ่งพระเมรุ” พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริว่านามนี้ไม่เป็นมงคล จึงโปรดเกล้าฯ ให้เรียกใหม่ว่า “ท้องสนามหลวง” และยกเลิกการทำนาในบริเวณนี้ สืบมาจนในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รื้อกำแพงป้อมปราการของวังหน้าด้านทิศตะวันออกลง และขยายพื้นที่สนามหลวงให้กว้างดังเช่นปัจจุบัน สนามหลวงมีเนื้อที่ 78 ไร่ ใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดิน พระราชวงศ์ และเจ้านายชั้นสูง รวมทั้งเป็นที่ประกอบพระราชพิธีการกีฬา ทั้งยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปลูกต้นมะขามไว้โดยรอบสนามหลวง จำนวน 365 ต้นอีกด้วย

สวนรมณีนาถ
ในอดีตบริเวณนี้เคยเป็นสถานที่คุมขังและอบรมผู้ต้องขัง จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 กรมราชทัณฑ์ได้ทำการย้ายเรือนจำออกไป แล้วจัดสร้างสวนแห่งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถทรงเจริญพระชนม์พรรษาครบ 5 รอบ ในช่วงเช้าและเย็นจะมีผู้คนมาเดิน วิ่ง และออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์ ตั้งอยู่ที่อาคารแดน 9 ภายในมีการจัดแสดงเครื่องมือลงทัณฑ์และวิวัฒนาการของการราชทัณฑ์ไทย

สวนสราญรมย์
เดิมเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์และเป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นที่จัดงานฤดูหนาวตลอดรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 และเป็นที่ตั้งของสมาคม “สโมสรคณะราษฎร” ในสมัยรัชกาลที่ 7 ต่อมาได้มอบให้เทศบาลกรุงเทพฯ เพื่อปรับปรุงให้เป็นสวนรุกชาติและสวนสาธารณะมาจนถึงปัจจุบัน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น.

เสาชิงช้า
ศาสนาพราหมณ์มีความเกี่ยวพันกับชีวิตชาวไทยอยู่มาก เมื่อสร้างกรุงเทพฯ เสร็จแล้วจึงมีการสร้างโบสถ์พราหมณ์ และเสาชิงช้า เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมือง ทางจะเลี้ยวไปถนนดินสอ มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2327 และย้ายมาตั้งที่ถนนบำรุงเมืองในปัจจุบัน เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 บริษัท หลุยส์ ที.เลียวโนแวนส์ ซึ่งเป็นบริษัทค้าไม้ได้อุทิศซุงไม้สักเพื่อสร้างเสาชิงช้าใหม่ เสร็จเรียบร้อย เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2463 ซ่อมใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2502 มีส่วนสูงทั้งหมด 21.12 เมตร เสาชิงช้านี้ใช้ประกอบพิธีตรียัมพวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ ซึ่งจัดให้มีในเดือนยี่ของทุกๆ ปี และยกเลิกไป เมื่อ พ.ศ. 2478

หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
สร้างขึ้นตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการของธนาคารกรุงเทพ สาขาสะพานผ่านฟ้า และศูนย์สังคีตศิลป์เดิม ปรับปรุงใหม่เป็นหอศิลป์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2545 สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2544 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาพระราชทานรางวัลและเสด็จทอดพระเนตรผลงานจิตรกรรมบัวหลวงต้นแบบภาพปัก ณ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ นายชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาอีกหกท่านได้ทูลเกล้าฯถวายเงินจำนวน ๗ ล้านบาท เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย พระองค์ได้มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินจำนวนนี้แก่ นายชาตรี โสภณพนิช ให้เป็นทุนประเดิมในการสร้างหอศิลป์ สำหรับใช้เป็นที่จัดการแสดงของศิลปินไทยโดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตลอดจนศิลปินอาวุโสที่ได้รับการยกย่อง และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธย เป็นมงคลนามว่า หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2546

แต่ละชั้นจัดแสดงนิทรรศการหัวข้อต่างๆ เช่น ภาพจิตรกรรมบัวหลวง และนิทรรศการหมุนเวียน ด้านนอกอาคารมีร้าน Gallery Shop ขายของที่ระลึกจากผลงานทางศิลปะของศิลปินหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืด สูจิบัตร หนังสือและของที่ระลึกจากนิทรรศการ และมีร้าน Gallery Caf? จำหน่ายกาแฟสดรสไทยสไตล์อิตาเลียน บรรยากาศนั่งสบาย ริมถนนราชดำเนิน
เปิด : วันพฤหัสบดี - อังคาร
ปิด : วันพุธ
เวลา : 10.00 - 19.00 น.

อัตราค่าเข้าชม : นักเรียน, นักศึกษาในเครื่องแบบ หรือแสลดงบัตรประจำตัวนักเรียน, เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี, ผู้สูงอายุ, พระภิกษุ ไม่เสียค่าเข้าชม) ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 5360-1 โทรสาร 0 2281 5359 หรือ www.queengallery.org ; e-mail : info@queengallery.com

อนุสาวรีย์ทหารอาสาสงครามโลกครั้งที่ 1
ตั้งอยู่ ณ มุมสนามหลวงด้านเหนือ เป็นอนุสรณ์แก่ทหารไทยที่ไปร่วมรบในสมรภูมิ ยุโรป เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเกิดขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2457 ประเทศไทยได้ร่วมกับฝ่ายสัมพันธมิตรประกาศสงครามกับเยอรมัน และได้ส่งทหารอาสาไปในสมรภูมิในยุโรป เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2461 ได้เดินทางกลับ เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2462 และได้นำอัฐิทหารอาสาที่เสียชีวิตมาบรรจุ ณ อนุสาวรีย์นี้ เมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2462

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
อยู่ที่ถนนราชดำเนินกลาง สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 อนุสาวรีย์นี้ออกแบบโดยศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี เริ่มลงมือก่อสร้าง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 มีพิธีเปิด เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2483 ตรงกลางประดิษฐานพานรัฐธรรมนูญ มีความสูง 3 เมตร หนัก 4 ตัน

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ประดิษฐานอยู่ ณ เชิงสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ ฝั่งพระนคร สร้างขึ้นเมื่องานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี เมื่อ พ.ศ. 2475 พระองค์ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ในมหาจักรีบรมราชวงศ์ และผู้สถาปนากรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของไทย ประสูติ ณ กรุงศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 เสด็จขึ้นเสวยราชย์ เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 อยู่ในราชสมบัตินาน 27 ปี เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2352

พระที่นั่งอนันตสมาคม
สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอาคารหินอ่อนแบบเรเนอซองส์ ของประเทศอิตาลี ทั้งนี้มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน พระที่นั่งนี้สร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 บนเพดานโดมของพระที่นั่งมีภาพเขียนเฟรสโกที่สวยงามมาก เป็นภาพเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1-6 แห่งราชวงศ์จักรี พระที่นั่งอนันตสมาคมใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีรัฐพิธีต่างๆ และเคยใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภา ภายหลังจึงได้ย้ายการประชุมมายังรัฐสภาใหม่ซึ่งอยู่ด้านหลังของพระที่นั่งนี้

พระบรมรูปทรงม้า
สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2451 ด้วยเงินที่ประชาชนได้เรี่ยไรสมทบทุน โดยจ้างนายช่างชาวฝรั่งเศสแห่งบริษัท ซุซ เซอรเฟรส ฟองเดอร์ หล่อมาจากกรุงปารีส ส่วนเงินที่เหลือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำไปใช้สร้างมหาวิทยาลัยขึ้น มีนามตามพระปรมาภิไธยว่า “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

พิพิธภัณฑ์พระที่นั่งวิมานเมฆ
ตั้งอยู่บริเวณหลังพระที่นั่งอนันตสมาคม ในเขตพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เดิมตั้งอยู่บนเกาะสีชัง สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และได้ชะลอมาไว้ ณ สถานที่ตั้งปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2444 ประกอบด้วยห้องต่างๆ 81 ห้อง ตัวอาคารมีคลองล้อมรอบ ภายในบริเวณร่มรื่น สวยงามมาก ภายในเขตพระราชวังดุสิตยังมีหมู่พระตำหนักอีก 11 องค์ที่ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงสิ่งของสำคัญต่างๆ ได้แก่

พิพิธภัณฑ์หนังสือพิมพ์ไทย
ตั้งอยู่ในสมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนราชสีมา เขตดุสิต (ตรงข้ามสถาบันราชภัฏสวนดุสิต) เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกที่สร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมวิชาชีพหนังสือพิมพ์ เป็นศูนย์กลางเรียนรู้แหล่งศึกษาค้นคว้า ตลอดจนเป็นสถานที่รวบรวมเอกสาร หลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ที่มีคุณค่าในวงการหนังสือพิมพ์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยจัดแสดงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัย ส่วนแรกนำเสนอเกี่ยวกับการทำหนังสือพิมพ์ในอดีต โดยจัดแสดงเป็นหุ่นขี้ผึ้งจำลองบรรยากาศสำนักงานหนังสือพิมพ์การทำงานของนักข่าวในสมัยก่อน ถัดมาแสดงให้เห็นบทบาทของหนังสือพิมพ์ด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งประวัติความเป็นมาของผู้มีบทบาทในวงการหนังสือพิมพ์ อาทิ หมอบรัดเลย์, พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์, ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช, กุหลาบ สายประดิษฐ์, มาลัย ชูพินิจ, อิศรา อมันตกุล มุมหนึ่งประดิษฐานพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ผู้ทรงริเริ่มกิจการการพิมพ์ของคนไทยให้มีการพิมพ์ใบประกาศ และเป็นบรรณาธิการในหนังสือราชกิจจานุเบกษาซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของคนไทย และพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ทรงเป็นกษัตริย์นักหนังสือพิมพ์ ทรงโปรดให้ออกหนังสือพิมพ์เพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี ในพิพิธภัณฑ์ยังมีส่วนนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่างๆ นอกจากนี้มีบริการห้องสมุดสำหรับผู้สนใจค้นคว้าข้อมูลหลักฐานต่างๆ พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น. (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2669 7124-5 โทรสาร 0 2241 5929 หรือเว็บไซต์ www.thaipressasso.com

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาขึ้น โดยมีสมเด็จพระบรมวงศ์เธอกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างศิลปะสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่มีความวิจิตรงดงามและเป็นระเบียบ ได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดที่มีการวางแปลนแผนผังที่ดีที่สุดวัดหนึ่ง ทั้งยังประดับด้วยหินอ่อนที่ดีที่สุดจากประเทศอิตาลี เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในชื่อ “Marble Temple” พระประธานของวัดจำลองมาจากพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก บริเวณพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถเรียงรายด้วยพระพุทธรูปโบราณปางต่างๆ 52 องค์ ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรงรวบรวมมาจากหัวเมืองต่างๆ และต่างประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.watbenj.web1000.com

สวนสัตว์ดุสิต (เขาดินวนา)
ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ใกล้กับสนามเสือป่าและพระที่นั่งอนันตสมาคม มีพื้นที่ 118 ไร่ ได้รับพระราชทานนามในนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ให้จัดตั้งเป็นสวนสัตว์ของประชาชน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2481 ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และได้รับการปรับปรุงเรื่อยมาตามลำดับ เป็นสถานที่เดียวที่พบหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นหนึ่งใน unseen in Thailand แหล่งท่องเที่ยวในมุมมองที่คุณไม่เคยเห็น สวนสัตว์ดุสิตเปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 5 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามรายเพิ่มได้ที่ โทร. 0 2281 2000, 0 2282 7111-3

หอสมุดแห่งชาติ
เดิมริเริ่มตั้งขึ้นในพระบรมมหาราชวังมีชื่อว่า “หอสมุดวชิรญาณ” ต่อมาได้ขยับขยาย มาสร้างขึ้นบริเวณท่าวาสุกรี ในปี พ.ศ. 2509 เป็นอาคารใหญ่สูง 4 ชั้น ปัจจุบันได้ขยายการบริหารค้นคว้าออกไปมาก ประกอบด้วย หอพระสมุดวชิรญาณ ใช้เป็นสถานที่เก็บศิลาจารึก และตู้พระธรรม ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร ห้องหนังสือภาษาโบราณ ศูนย์นราธิปเพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ห้องโสตทัศนวัสดุ สุนทราภรณ์ นอกจากนี้ยังมีบริการฉายภาพยนตร์สารคดี และจัดอภิปรายที่ห้องประชุมหอสมุดฯ และนิทรรศการต่างๆ ที่จัดขึ้นเป็นประจำ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-19.30 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2281 5313

ตึกใบหยกสกาย
เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณประตูน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพานิชย์และการค้าการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่สำคัญของกรุงเทพฯ มีส่วนที่เป็นร้านค้า โรงแรม ห้องอาหาร ส่วนหอชมวิวอยู่บนชั้น 76-78 มีการจัดแสดงภาพถ่ายกรุงเทพฯ ในอดีต มีกล้องส่องทางไกล และเป็นที่จัดนิทรรศการ ส่วนชั้นที่ 84 เป็นดาดฟ้ากลางแจ้งสำหรับชมวิวซึ่งสามารถหมุนชมทัศนียภาพได้โดยรอบ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2656 3000

บ้านตุ๊กตาบางกอกดอลล์ และตุ๊กตานานาชาติ

ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 85 ซอยแยกรัชฏภัณฑ์ (ซอยหมอเหล็ง) ถนนราชปรารภ ก่อตั้งโดยคุณหญิงทองก้อน จันทวิมล เมื่อปี พ.ศ. 2499 หลังจากกลับจากเรียนประดิษฐ์ตุ๊กตาจากโรงเรียนโอซาวาดอลล์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประดิษฐ์ตุ๊กตาของไทยออกเผยแพร่ ตุ๊กตาของที่นี่เป็นที่รู้จักกันดีของนานาชาติตลอดจนนักสะสมตุ๊กตาทั้งหลาย เนื่องมาจากความสวยงามของตุ๊กตาที่ประดิษฐ์ออกมามีความเป็นเอกลักษณ์แบบไทย และเคยได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดตุ๊กตาพื้นเมืองนานาชาติครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2521 ที่ประเทศโปแลนด์ สถานที่แห่งนี้เป็นทั้งสถานที่จัดแสดงและโรงงานผลิตตุ๊กตาชนิดต่างๆ การผลิตจะทำด้วยมือทุกขั้นตอนโดยใช้วัสดุภายในประเทศเป็นหลัก ตุ๊กตาที่ผลิตออกมามีด้วยกันหลายประเภท อาทิเช่น ตุ๊กตาโขน ตุ๊กตาชาวเขาเผ่าต่างๆ ตุ๊กตาแสดงถึงชีวิตตามชนบทของคนไทย ตลอดจนหัวโขนย่อส่วน นอกจากนี้แล้วที่มุมหนึ่งภายในโรงงานเป็นที่จัดแสดงตุ๊กตาที่ได้มาจากทั่วโลก จำนวนประมาณ 400 ตัวซึ่งเป็นผลจากการใช้เวลาสะสมเป็นเวลานาน เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-เสาร์ เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยไม่เก็บค่าเข้าชม โทร. 0 2245 3008

พิพิธภัณฑ์ทรัพยากรธรณี (พิพิธภัณฑ์แร่และหิน)
ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารพิพิธภัณฑ์ติดกับกรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6เป็นหน่วยงานในความดูแลของสำนักธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2491 ภายในพิพิธภัณฑ์ได้รวบรวมวัตถุพวก แร่ หิน ซากดึกดำบรรพ์ และเครื่องมือ เครื่องใช้โบราณที่ทำจากแร่ หิน มาจัดแสดงโดยแบ่งเนื้อหาเป็น3 ส่วน คือ 1. ด้านธรณีวิทยา ซึ่งประกอบไปด้วยเรื่องกำเนิดโลก การเปลี่ยนแปลงเปลือกโลก แร่และหิน การสำรวจธรณีวิทยา น้ำบาดาล ซากดึกดำบรรพ์ 2. ทรัพยากรแร่ ได้แก่ อัญมณีและหินมีค่า การใช้ประโยชน์ของแร่ชนิดต่างๆ แร่เชื้อเพลิง ปิโตรเลียมการทำเหมืองแร่จากต่างประเทศ 3. นิทรรศการพิเศษ ปัจจุบันแสดงเรื่องไดโนเสาร์ในประเทศไทยเปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30- 16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม หากเข้าชมเป็นหมู่คณะทำหนังสือถึงอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2202 3669-70 โทรสาร 0 2202 3754

พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย
ตั้งอยู่ในอาคารที่ทำการเก่าของสหภาพแรงงานการรถไฟมักกะสัน ถนนนิคมรถไฟมักกะสัน เขตราชเทวี จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของประวัติศาสตร์แรงงานไทย แบ่งออกเป็น 7 ห้อง ห้องที่ 1 แรงงานบังคับไพร่-ทาส คือ ฐานของสังคมไทยโบราณ จัดแสดงเรื่องราวของแรงงานไทยตั้งแต่ครั้งโบราณ ห้องที่ 2 กุฎีจีนแรงงานรับจ้างรุ่นแรก บอกเล่าสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ห้องที่ 3 แรงงานในกระบวนการปฏิรูปประเทศ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ห้องที่ 4 กรรมกรกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 สภาพของแรงงานก่อนและหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ห้องที่ 5 จากสงครามโลกถึงสงครามเย็น ชีวิตแรงงานไทยภายใต้สภาวการณ์ที่สำคัญสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเย็น ห้องที่ 6 จาก 14 ตุลาถึงวิกฤตเศรษฐกิจ ชีวิตคนงานในช่วงประชาธิปไตยเบ่งบาน เรื่องราวของแรงงานสตรี แรงงานเด็ก คนขับรถบรรทุก นักมวย ห้องที่ 7 ห้องศิลปวัฒนธรรมกรรมกรจิตร ภูมิศักดิ์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ จิตร ภูมิศักดิ์ ปัญญาชนนักคิดคนสำคัญ แต่ละห้องใช้รูปแบบการจัดแสดงมีสื่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรทัศน์ สไลด์ คอมพิวเตอร์ ทำให้น่าสนใจ เข้าใจง่าย เกิดความเพลิดเพลินในการชมนอกจากนี้ยังมีบริการห้องสมุด หนังสือต่างๆ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน มีศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้แรงงาน เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ปิดวันจันทร์-อังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 10.00–16.30 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม (หากเข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้า) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2251 3173

วังสวนผักกาด
ตั้งอยู่ที่ถนนศรีอยุธยา เป็นที่ประทับของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และ ม.ร.ว.หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร ประกอบด้วยหมู่เรือนไทย จัดแสดงจัดแสดงศิลปวัตถุโบราณต่างๆ มากมาย บางส่วนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์โขน และพิพิธภัณฑ์ดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตรฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย คนละ 50 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท นักศึกษา 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 1775-6 ต่อ 229, 0 2245 4934 หรือเว็บไซต์ www.suanpakkad.com

สวนสันติภาพ
ตั้งอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงวันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในสวนตกแต่งเป็นลักษณะสวนป่าธรรมชาติ โดยปลูกไม้ยืนต้นเป็นส่วนใหญ่ ตรงกลางสวนมีสระน้ำ 3 สระล้อมรอบด้วยทางเท้า มีถนนสำหรับวิ่งออกกำลังกาย และยังเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับประชาชนทั่วไป เปิดตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2245 2461

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ตั้งอยู่ที่ถนนพหลโยธิน รัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2484 เพื่อเทิดทูน วีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส เรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนใหม่ กรณีพิพาทยุติลงด้วยการเจรจาประนีประนอมของทั้งสองฝ่าย จากเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน รัฐบาลจึงสร้างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและเทอดทูนคุณงามความดีของวีรชนที่มีความกล้าหาญและเสียสละ

พิพิธภัณฑ์ตราไปรษณียากร
ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 อาคารสำนักงานไปรษณีย์นครหลวงเหนือ (หลังไปรษณีย์สามเสนใน) จัดแสดงแสตมป์ไทยตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 และแสตมป์ของประเทศสมาชิกสหภาพสากลไปรษณีย์ นอกจากนี้ยังมีห้องสมุดจัดเก็บหนังสือรวบรวมความรู้เรื่องการไปรษณีย์ทั้งภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ ในบริเวณเดียวกันยังมีการจำหน่ายแสตมป์ และอุปกรณ์เพื่อการสะสมแสตมป์ด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2271 2439

ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย-ญี่ปุ่น)
เป็นศูนย์ส่งเสริมกีฬา บริการฝึกสอนกีฬาไทย กีฬาสากล ศิลปะการป้องกันตัว แอโรบิคด๊านซ์ ฯลฯ กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมชุมชน เช่น นาฏศิลป์ ศิลปะ การอบรมอาชีพ เป็นต้น การเข้าร่วมกิจกรรมโดยการสมัครสมาชิกและติดตามข่าวสารได้จากศูนย์โดยตรง โทร. 0 2245 3360, 0 2245 4743 โทรสาร 0 2245 4748 เปิดวันอังคาร-เสาร์ 10.00-21.00 น. อาทิตย์ 13.00-21.00 น. จัดแข่งกีฬา ฝึกสอนกีฬา ฝึกอาชีพ การแสดง ค่าสมาชิก-ศูนย์เยาวชน อายุ 8-18 ปี 10 บาท/ปี อายุ 18-24 ปี 20บาท/ปี และศูนย์ส่งเสริมกีฬา อายุ 18 ปีขึ้นไป 40 บาท/ปี

ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
ตั้งอยู่ที่ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง บนเนื้อที่ 23 ไร่ เป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ อนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชาติ และแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมระดับนานาชาติ ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยอาคารต่างๆ เช่น โรงละคร ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการภาษา ห้องโสตทัศนูปกรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมี “หอไทยนิทัศน์” ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของอาคารนิทรรศการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย จัดแสดงเรื่องราวของอารยธรรมไทยแบ่งการจัดแสดงออกเป็น ความเป็นมาของชนชาติไทย วัฒนธรรมข้าวในสังคมไทย ภาษาและวรรณคดีไทย ประเทศไทยกับโลก และวีรกรรมและเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้วัตถุจำลอง การฉายสไลด์มัลติวิชั่น วิดิทัศน์ หอไทยนิทัศน์เปิดให้เข้าชมวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.30–16.00 น. หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะสามารถทำหนังสือขอเข้าชมในวันเสาร์-อาทิตย์ ได้ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2247 0028 ต่อ 4206-7, 4224 หรือเว็บไซต์ www.culture.go.th

การกีฬาแห่งประเทศไทย
2088 ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ โทร. 0 2318 0938, 0 2318 0940 โทรสาร 0 2319 3883 เปิดบริการให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการและมีการฝึกสอนกีฬาต่างหลายชนิด เช่น ว่ายน้ำ เทนนิส เป็นต้น website: www.sat.or.th

พิพิธภัณฑ์ปราสาท
ตั้งอยู่เลขที่ 9 ซอย 4 A ถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งตัดแยกจากถนนศรีนครินทร์ เขตบางกะปิ เป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่งของตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ และมีการจำลองสถาปัตยกรรมที่งดงามหลายรูปแบบ เช่น ตึกฝรั่ง ตำหนักแดงซึ่งได้จำลองมาจากตำหนักในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ หอพระซึ่งจำลองมาจากวัดใหญ่สุวรรณาราม เป็นต้น เปิดให้ข้าชมทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. นำชมรอบแรกเวลา 09.30 น. รอบสองเวลา 15.00 น. ใช้เวลาในการชม 2 ชั่วโมง การเข้าชมกรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อน 2 วัน ค่าเข้าชม 1 คน 1,000 บาท ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปคนละ 500 บาท โทร. 0 2379 3601, 0 2379 3607

พิพิธภัณฑ์สุนทร
ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 82/40 ชอยบุญมี ถนนสุขาภิบาล 1 ท่าเกษตร (แยกจากถนนเพชรเกษม บริเวณห้างโลตัสบางแค) เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนที่เก็บรวบรวมของโบราณหลายยุคสมัยของไทยและต่างประเทศ ที่เกิดจากการสะสมของคุณสุนทร ชูโนทัยสวัสดิ์ อาทิ รถมอเตอร์ไซต์ BMW รุ่นสมัยสงครามโลก นาฬิกาโบราณหลายรูปแบบ ตะเกียง โคมไฟ ของเล่นเด็ก จักรเย็บผ้า และเครื่องใช้อื่นๆ มากมาย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2802 0863-4 หรือเว็บไซต์ www.sunthornmuseum.com พิพิธภัณฑ์ฯ เปิดให้เข้าชมเฉพาะวันเสาร์ เวลา 11.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท

ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยาม
ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกอรุณอัมรินทร์ เชิงสะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี) แขวงบางไผ่ เขตบางแค เป็นสถานที่รวบรวมประติมากรรมหินทราย และจัดแสดงผลงานของอาจารย์สมชาย เถาทอง ประติมากรไทยผู้มีชื่อเสียง ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมในแง่มุมต่าง ๆ อันเป็นแหล่งศึกษาทางด้านศิลปะและแหล่งท่องเที่ยวไทยแห่งหนึ่ง ให้ผู้ที่รักในศิลปะหินทรายได้แวะเวียนไปชื่นชมผลงาน แฝงไปด้วยปรัชญาชีวิตที่มีคุณค่า

อาจารย์สมชาย เถาทอง เป็นศิลปินผู้มีประสบการณ์ทำงานแกะสลักหินทรายมากกว่า 25 ปี ทั้งในและต่างประเทศ มีผลงานประติมากรรมหินทรายในรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันมากมายนับร้อยชิ้น รวมทั้งผลงาน Mass Sculpture ขนาดใหญ่กว่า 20 เมตร และมีน้ำหนักกว่า 20,000 กิโลกรัม โดยถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นรูปแกะสลักหินทรายที่หลากหลาย เช่น เด็ก สัตว์ ศาสนา และกลุ่มแอ็บสแทรค เป็นต้น

ศูนย์ประติมากรรมหินทรายสยามเปิดให้ชมทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2454 8971 เว็ปไซต์ www.siamsculpture.com

ตลาดน้ำวัดไทร
ตั้งอยู่ในเขตจอมทอง ฝั่งธนบุรี เคยเป็นแหล่งเที่ยวชมวิถีชีวิตทางน้ำที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ได้ถูกทิ้งร้างให้ซบเซาเนื่องจากมีถนนหลายสายเกิดขึ้นในพื้นที่ ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัยที่สวยงามอีกครั้งหนึ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปตามทางน้ำเส้นทางสายประวัติศาสตร์ ที่คลาคล่ำไปด้วยเรือขายสินค้าจากสวนและการซื้อขายสินค้าบนบกริมฝั่งคลองสนามชัยหน้าตลาดน้ำวัดไทร โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และแวะชมตำหนักทอง หอกลองเก่า สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาในวัดไทร เก๋งจีนที่ประทับรัชกาลที่ 3 ตุ๊กตาจีนล้ำค่า ในวัดราชโอรส นมัสการพระพุทธรูปทรงเครื่องจักรพรรดิ์และภาพเขียนเรื่องสามก๊กที่วัดนางนอง นมัสการหลวงปู่เฒ่าวัดหนัง และชมการแสดงสาธิตการจับงูที่สวนงูริมฝั่งคลองด่าน

การเดินทาง สามารถใช้ถนนเอกชัยซึ่งตัดผ่านวัดไทร หรือนั่งรถประจำทางสาย 43 หรือ 120 จากวงเวียนใหญ่ หากเดินทางทางเรือสามารถเช่าเรือจากท่าช้างล่องมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาและเข้าคลองต่าง ๆ มายังตลาดน้ำวัดไทรได้

วัดโอรสาราม ราชวรวิหาร
ตั้งอยู่ริมคลองสนามชัยฝั่งตะวันตก ทางรถยนต์ใช้เส้นทางถนนเอกชัย-จอมทอง ทางเรือสามารถเช่าเรือหางยาวนำเที่ยวจากท่าช้างได้ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 3 สิ่งก่อสร้างและศิลปการตกแต่งในวัดผสมผสานศิลปไทยและจีนได้อย่างประณีตกลมกลืนสวยงามมาก จอห์น ครอเฟิร์ด (John Crawfurd) ราชฑูตอังกฤษที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้เขียนยกย่องถึงวัดนี้ว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นได้อย่างงดงามที่สุดของบางกอก โทร. 0 2415 2286, 0 2893 7274

พระราชวังเดิม
ตั้งอยู่ในกองทัพเรือ เขตบางกอกน้อย ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของพระราชวังเดิมแห่งนี้ ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์รวบรวมอาวุธชนิดต่างๆ ที่ใช้ในการสงคราม ท้องพระโรงกรุงธนบุรี ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ตำหนักสมเด็จพระเจ้าตากสิน ศาลศรีษะปลาวาฬ ฯลฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2466 9355, 0 2475 4117 E-mail : info@wangdermpalace.com

วัดอรุณราชวราราม
ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ที่ท่าเตียน เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้าย ราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้างพระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งมีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอรุณราชวราราม”

อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
อยู่บริเวณวงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก ประดิษฐานอยู่ในลักษณะทรงม้า พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ ส่วนสูงวัดจากพระบาทถึงยอดพระมาลา รวม 14 เมตรเศษ ประกอบด้วยชานชาลาคอนกรีตสูงจากพื้นดินโดยรอบ 1.70 เมตร ได้ทำการเปิดเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 และมีพิธีสักการะพระบรมรูป ในวันที่ 28 ธันวาคม ของทุกปี

อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซอย 3 เขตคลองสาน จัดเป็นสวนสาธารณะ และพิพิธภัณฑ์ ในบริเวณชุมชนวัดอนงคารามซึ่งเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ ภายในมีอาคารพิพิธภัณฑ์ 2 หลัง จัดแสดงเกี่ยวกับพระราชประวัติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประวัติชุมชนวัดอนงคาราม พระราชกรณียกิจ พระราชจริยวัตร และงานฝีพระหัตถ์ของสมเด็จย่า อุทยานฯ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น. เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และส่วนพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 09.00–16.00 น.โทร. 0 2437 7799, 0 2439 0902, 0 2439 0896

พิพิธภัณฑ์เขตสัมพันธวงศ์
ตั้งอยู่ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม ใกล้ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ รถประจำทางที่ผ่าน ถนนตรีมิตร และถนนพระราม 4 ได้แก่ สาย 1, 7, 4, 25, 40, 53, 73, 73ก, 177 และ 529 เสนอประวัติความเป็นมาของเขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งเป็นเขตการปกครองเล็กที่สุดของไทยแต่เป็นย่านธุรกิจการค้าชื่อดังระดับโลก จนได้รับสมญานามว่า เมืองจิ๋ว ทำเลมังกร นำเสนอวิถีชีวิตของคนจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยนับตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ จวบจนปัจจุบัน ประวัติการก่อตั้งชุมชน สำเพ็ง ตลาดน้อย สัมพันธวงศารามวรวิหาร วัดไตรมิตรวิทยาราม วัดแม่พระลูกประคำ ฯลฯ รวมทั้งพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและเหตุการณ์เมื่อครั้งกอบกู้เอกราชจากพม่า ตามคำขวัญที่ว่า "สายสัมพันธ์ไทยจีน ถิ่นการค้าร่วมสมัย ไชน่าทาวน์เมืองไทย แหล่งเศรษฐกิจใหญ่รัตนโกสินทร์"
เปิดให้บริการทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

วัดไตรมิตรวิทยาราม
อยู่ที่ถนนเจริญกรุง (ใกล้หัวลำโพง) เดิมชื่อว่า "วัดสามจีน" ภายในวัดมีพระพุทธรูปปูนปั้นองค์หนึ่ง เมื่อคราวเปลี่ยนที่ตั้ง ปูนที่หุ้มอยู่ได้กะเทาะออก เห็นภายในเป็นพระพุทธรูปทองคำ ลักษณะองค์พระเป็นศิลปะสุโขทัยจึงได้ถวายพระนามว่า "พระสุโขทัยไตรมิตร" เป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีส่วนผสมของทองคำสูงมาก เรียกว่า "ทองเนื้อเจ็ดน้ำสองขา" มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว

พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตั้งอยู่ในอาคารกรมโยธาธิการเดิม บริเวณสี่แยกผ่านฟ้า เขตพระนคร สถาบันพระปกเกล้าได้บูรณะเพื่อจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ ภาพถ่าย เครื่องใช้ส่วนพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนเอกสารและข้อมูลที่สะท้อนถึงเหตุการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ในสมัยของพระองค์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่นำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการจัดแสดง เปิดบริการทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น. (ไม่เว้นวันนักขัตฤกษ์) ค่าเข้าชมในวันธรรมดา ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท หากเข้าชมในวันหยุดราชการ ไม่เสียค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน พระภิกษุ สามเณร ผู้พิการ ไม่เสียค่าเข้าชม การเดินทาง มีรถประจำทางผ่าน คือ สาย 2, 15, 44, 47, 59, 60 รถประจำทางปรับอากาศสาย 39, 44, 59, 79, 60, 511, 512 หรือเรือโดยสารคลองแสนแสบขึ้นที่ท่าผ่านฟ้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2280 3413-4, 0 2280 3445-6 เว็บไซต์ www.kpi.ac.th/museum

วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
อยู่นอกกำแพงเมือง ริมคลองมหานาค ตรงที่บรรจบกับคลองบางลำพู เดิมเป็นวัดเก่าชื่อว่า "วัดสะแก" ได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ทั้งพระอารามในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" ส่วนเจดีย์ภูเขาทองนั้นเริ่มสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยทรงเลียนแบบมาจากภูเขาทอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเสร็จในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้รับพระราชทานนามว่า “สุวรรณบรรพต” มีความสูง 77 เมตร บนยอดสุวรรณบรรพตเป็นที่ตั้งของพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดค้นพบที่เมืองกบิลพัสดุ์ และพิสูจน์ได้ว่าเป็นของพระสมณโคดมซึ่งเป็นส่วนแบ่งของพระราชวงศ์ศากยราชเพราะมีคำจารึกอยู่ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ขณะนั้นกำลังทรงผนวชอยู่ที่ประเทศอินเดีย ได้ส่งพระบรมสารีริกธาตุเข้ามาถวายในฐานะที่พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นกษัตริย์เพียงพระองค์เดียวที่เป็นพุทธมามกะอยู่ในขณะนั้น เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 07.30 – 17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2621 0576

วัดโสมนัสวิหาร ราชวรวิหาร
สร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระอารามหลวงริมคูเหมือนกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ. 2396 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและอุทิศพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีพระบรมราชเทวี และทรงพระราชทานให้เป็นพระอารามฝ่ายธรรมยุต พระวิหาร พระวิหารคตและเจดีย์สร้างเชื่อมต่อกันโดยมีพระวิหารเป็นอาคารทรงไทยอยู่ด้านหน้า มีระเบียง 3 ด้าน หอระฆังและหอกลองสร้างเป็นหอกลมหลังคาแบบจีนหน้าต่างเจาะเป็นช่องกลมซึ่งแตกต่างจากวัดอื่นๆ และที่สำคัญอักอย่างหนึ่ง คือ วัดนี้จะมีสีมา 2 ชั้น ซึ่งในกรุงเทพฯ จะมีวัดที่มีสีมาลักษณะนี้อีกหนึ่งวัด คือ วัดมกุฎกษัตริยาราม เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. โทร. 0 2282 7944, 0 2282 9137

หอสมุดดำรงราชานุภาพ
ตั้งอยู่ ณ บริเวณวังวรดิศ ถนนหลานหลวง เป็นห้องสมุดอนุสรณ์แด่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย พระองค์ได้รับการยกย่องจากองค์การ UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก รวบรวมหนังสือซึ่งพระองค์ได้สะสมไว้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ประมาณ 7,000 เล่ม รวมทั้งมีห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ส่วนพระองค์ด้วย เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 16.30 น. ปิดวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2282 9110, 0 2281 7577

ตลาดนัดจตุจักรพระราม 3
เป็นตลาดนัดติดแอร์ที่มีการสร้างสถานที่แบบไทยประยุกต์ โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซน จำหน่ายสินค้าหลายหลาย ทั้งเสื้อผ้า อาหาร ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง หัตถกรรม อาหารทะเล และคอมพิวเตอร์ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2682 9292, 0 2682 5656

บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์
ตั้งอยู่เลขที่ 19 ซอยพระพินิจ ถนนสาทรใต้ เป็นหมู่เรือนไทยที่เป็นที่อยู่อาศัยประกอบด้วยเรือนไม้สักขนาดต่างๆ กัน 5 หลัง หอนก และหอพระ มีนอกชานเชื่อมถึงกันตลอด ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง มีศาลาไทยหลังใหญ่หน้าบ้านแยกไปจากกลุ่มเรือนที่เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่างๆ บ้าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ เปิดให้เข้าชมทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 50 บาท ผู้สนใจเข้าชมเป็นกลุ่มในวันอื่นๆ ต้องติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2286 8185

วัดยานนาวา
ตั้งอยู่ที่ถนนเจริญกรุง แขวงยานนาวา มีพระเจดีย์ฐานเป็นสำเภาขนาดเท่าสำเภาจริงซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า “คนภายหน้าอยากจะเห็นว่าเรือสำเภาเป็นอย่างไรจะได้มาดู” แล้วทรงควบคุมการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถซึ่งสร้างสมัยรัชกาลที่ 1 มีจุดเด่นที่หน้าบันเป็นลวดลายรูปสัตว์ ประณีตงดงามมาก

พิพิธภัณฑ์เขตบางรัก
ตั้งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ซอยเจริญกรุง 43 รถประจำทางที่ผ่าน ถนนเจริญกรุง สาย 1, 16, 35, 75 และ 93 จัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของบางรักซึ่งสันนิษฐานว่ามีชุมชนตั้งอยู่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ปรากฎหลักฐาน คือ วัดยานนาวา ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุยารวมทั้งความเป็นชุมชนที่มีหลายเชื้อชาติเข้ามาตั้งหลักแหล่งทั้ง ไทย จีน ฝรั่ง แขก โดยมีชาวโปรตุเกสเข้ามาอาศัยเป็นชาติแรก ตลอดถึงเรื่องราวของการวิวัฒนาการย่านการค้าของบางรัก จุดเริ่มต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้จัดแสดงสถานรที่ที่น่าสนใจซึ่งเกี่ยวกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของชุมชนอาทิ ศุลกสถาน อาสนวิหารอัสสัมชัญ โบสถ์สืบสัมพันธวงศ์ โรงพยาบาลเลิดสิน วัดมหาพฤฒารามวรวิหาร วัดศรีมหาอุมาเทวี โดยเขตนี้มีคำขวัญว่า "ย่านตากอากาศ ชุมชนนานาชาติ ทำเลทองธุรกิจ" เปิดให้บริการทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2246 0301

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก
ตั้งอยู่ที่ซอยเจริญกรุง 43 โดยได้รวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ในอดีตที่แสดงถึงวิวัฒนาการของวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านหลังแรกเป็นบรรยากาศของบ้านไม้ทรงปั้นหยา ที่สร้างในปี 2480 บ้านอีกหลังหนึ่งเป็นบรรยากาศของการตกแต่งสิ่งของเครื่องใช้แบบวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก อาคารห้องแถว เป็นการจัดนิทรรศการแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เครื่องครัว เครื่องมือช่าง เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2233 7027

พิพิธภัณฑ์หินแปลก
ตั้งอยู่ที่ 1048-1054 ถนนเจริญกรุง เขตบางรัก ภายในพิพิธภัณฑ์จัดหินแปลก หินหยก ฟอสซิล หินธรรมชาติ และหินย้อย ที่ได้มาจากที่ต่างๆ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศทั่วโลก จัดแสดงออกเป็น 3 ชั้นด้วยกัน ได้แก่ ชั้นที่ 1-2 จัดแสดงหินแปลก เป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ จำนวนมากกว่า 2,000 ชิ้น อาทิ กระดานหมากรุกจีน รูปนกเค้าแมว รูปหมียืน และชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เขี่ยบุหรี่ จัดแสดงที่เขี่ยบุหรี่ อาทิ ไฟแช็กชนิดต่าง ๆ, ที่เปิดขวดรูปต่าง ๆ, ที่เขี่ยบุหรี่ทองเหลืองลงยา เครื่องเงินไทย เครื่องดินเผา เครื่องเคลือบทั้งของประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ, รองเท้า, ผีเสื้อ, รถสมัยโบราณ, เครื่องบิน, ที่เขี่ยบุหรี่โทรศัพท์พร้อมไฟแช็ก และปลอกกระสุนปืน เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-17.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 50 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท เด็ก 20 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2236 5655, 0 2236 5666, 0 2236 5712, 0 2237 5535-6 หรือ www.rarestonemuseum.com

วัดพระศรีมหาอุมาเทวี
เป็นวัดในศาสนาพราหมณ์ฮินดู นิกายศักติ ซึ่งนับถือเทพสตรีผู้เป็นแม่เป็นใหญ่ในลัทธิ สร้างขึ้นประมาณปี 2422 โดยชาวอินเดียจากรัฐทมิลนาดูที่โดยสารเรือเข้ามาประเทศไทยทางภาคใต้ จากนั้นได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่คลองสีลม ได้ร่วมกันสร้างเทวาลัยของ “องค์พระแม่ศรีมหามารีอัมมัน” เพื่อเป็นที่เคารพสักการะบูชา และจะมีพิธี “นวราตรี” ซึ่งเป็นพิธีบูชาพระศรีมหาอุมาเทวี ในช่วงปลายเดือนกันยายน – ต้นเดือนตุลาคม ของทุกปี เปิดให้เข้าบูชาทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.00 น. วันศุกร์ 06.00 – 21.00 น.

ทีเค พาร์ค อุทยานการเรียนรู้
TK Park มาจากคำว่า Thai Knowledge Park ตั้งอยู่ในเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ชั้น 6 เป็นแหล่งความรู้ ในรูปแบบที่ทันสมัย และสนุกสนาน เพื่อเสริมความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการของเยาวชน ประกอบด้วย

- ห้องสมุดมีชีวิต รวบรวมหนังสือประเภทต่าง ๆ ที่เยาวชนสนใจ บริการอินเตอร์เน็ต ในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ทันสมัย
- ลานสานฝัน พื้นที่สำหรับผู้ที่ชอบแสดงออก ทำกิจกรรมเสวนา และเวิร์คช็อป
- มินิเธียเตอร์ นำเสนอเทคนิคภาพยนตร์เสมือนจริง (Virtual Reality) แห่งแรกในประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีมุมเครื่องดื่มและร้านขายของประดิษฐ์จากฝีมือเยาวชน เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2250 7619-20 หรือที่เว็บไซต์ www.tkpark.or.th

นาฏยศาลา หุ่นละครเล็ก (โจหลุยส์เธียเตอร์)
ตั้งอยู่ที่สวนลุมไนท์บาร์ซาร์ ถนนพระราม แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน โรงละครเชิดหุ่นละครเล็ก เกิดขึ้นจากปณิธานความตั้งใจของ โจ หลุยส์ หรือ ครูสาคร ยังเขียวสด ศิลปินแห่งชาติปี พ.ศ. 2539 ซึ่งต้องการรักษาศิลปะการแสดงหุ่นละครเล็กมิให้หายไปตามกาลเวลา การเชิดหุ่นละครเล็กผู้เชิดจำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านการแสดงโขนมาดัวย เนื่องจากในระหว่างที่เชิดหุ่น ผู้เชิดต้องร่ายรำตามไปด้วยและในขณะเดียวกันหุ่น 1 ตัว ต้องใช้ผู้เชิดถึง 3 คน ทำให้หุ่นเคลื่อนไหวเหมือนมีชีวิต เรื่องราวที่นำมาแสดงเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ปัจจุบันมีคณะสาครนาฏศิลป์เหลืออยู่เพียงคณะเดียวในประเทศไทยที่สืบสานศิลปะแขนงนี้ให้อนุชนรุ่นหลังต่อไป ได้รับรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเภทแหล่งท่องเที่ยวเพื่อนันทนาการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำปี 2543

การแสดงหุ่นละครเล็กมีทุกวัน วันละ 2 รอบ รอบแรก เวลา 19.30 น. รอบสอง เวลา 20.45 น. และที่โรงละครแห่งนี้ยังมีซุ้มสาธิตการทำหัวโขนให้ผู้สนใจในศิลปะไทยได้ชมและแกเลอรี่หุ่นละครเล็กแสดงประวัติหุ่นต่างๆ ค่าชมการแสดง ชาวไทย 200 บาท ชาวต่างประเทศ 600 บาท โรงละครเปิดตั้งแต่เวลา 17.00-21.45 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2252 9683-4 หรือเว็บไซต์ www.joelouis-theater.com

พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีทางภาพ
เป็นพิพิธภัณฑ์กล้อง และภาพถ่ายแห่งแรกในประเทศไทยและในเอเซีย ตั้งอยู่ที่อาคารของภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นที่รวบรวมและแสดงประวัติความเป็นมาของภาพถ่ายประวัติศาสตร์ และอุปกรณ์การถ่ายภาพต่างๆ นอกจากนี้ ยังจัดแสดงความก้าวหน้าด้านภาพสามมิติ ภาพอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการแยกสี รวมถึงการพิมพ์อีกด้วย เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมในวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-15.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท นักเรียน นักศึกษา 10 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท การเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2218 5581–3

พิพิธภัณฑ์บ้านไทย จิม ทอมป์สัน
อยู่ในซอยเกษมสันต์ ซอย 2 ถนนพระรามที่ 1 ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นบ้านเรือนไทยของนายทหารอเมริกัน ผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไหมไทย ภายในหมู่เรือนไทยภาคกลางซึ่งจิม ทอมป์สัน ได้ซื้อมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาปลูกใหม่ริมคลองแสนแสบที่กรุงเทพฯ ภายในแบ่งเนื้อที่ใช้สอยเป็นห้องอ่านหนังสือ ห้องนอน ห้องอาหาร ห้องนั่งเล่น ล้วนประดับตกแต่งด้วยศิลปกรรมโบราณวัตถุที่ทรงคุณค่า มีส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ผ้าไหมและร้านจำหน่ายผ้าไหมอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00–17.00 น. อัตราค่าเข้าชมคนละ 100 บาท เยาวชนอายุต่ำกว่า 25 ปี ราคา 50 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี และผู้สื่อข่าว เข้าชมฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2215 0122, 0 2216 7368, 0 2612 3744

พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ
ตั้งอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณชั้น 3 อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี ตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ กระตุ้นเยาวชนและบุคคลทั่วไปให้ตระหนักถึงคุณค่าของอัญมณี รวมทั้งเน้นย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางทางการค้า อุตสาหกรรมพลอยสีและเครื่องประดับของโลก สร้างสรค์แรงบันดาลใจแก่นักออกแบบ ตลอดจนอนุรักษ์ตัวอย่างอัญมณีไว้สำหรับคนรุ่นหลัง สิ่งของที่จัดแสดงมีทั้งอัญมณีและเครื่องประดับที่ได้รับบริจาคจากเอกชน โลหะมีค่าสำหรับทำเครื่องประดับ ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการทำเครื่องประดับ และยังมีการขอยืมชิ้นงานจากบริษัทจิวเวลลี่ต่างๆ มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนจัดแสดง ส่วนนิทรรศการถาวร ประกอบด้วยการแสดงประวัติความเป็นมาของอัญมณีและเครื่องประดับ การแสดงแบบจำลองเหมืองอัญมณี ขั้นตอนการผลิต เช่น การคัดขนาด การตัดแบ่ง การเจียระไน และขัดเงา นับว่าเป็นแหล่งความรู้และข้อมูลที่สำคัญสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณ

ศาลท้าวมหาพรหม
ตั้งอยู่หน้าโรงแรมเอราวัณ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้การเคารพนับถือมาก แต่ละวันจะมีผู้คนมาสักการะบูชากันอย่างไม่ขาดสาย ได้มีการอัญเชิญองค์ท้าวมหาพรหมซึ่งปั้นโดยช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร มาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ได้ท้วงติงว่า ฤกษ์ในการวางศิลาฤกษ์ของโรงแรมทำไว้ไม่ถูกต้อง ต้องแก้ไขด้วยการสร้างศาลท้าวมหาพรหมและศาลพระภูมิไว้ในบริเวณโรงแรม

สนามกีฬาแห่งชาติ ศุภชลาศัย
เดิมชื่อ "กีฬาสถานแห่งชาติ" ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็น "ศุภชลาศัย" มีสนามอื่นๆ เช่น อาคารนิมิตรบุตร ซึ่งใช้สำหรับเป็นลานกีฬาอเนกประสงค์ สนามเทพหัสดิน สำหรับฝึกซ้อมกรีฑาและกีฬาทั่วไป สนามจินดารักษ์ใช้แข่งขันฟุตบอลนัดย่อยๆและเป็นที่ฝึกซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทย เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เสียค่าธรรมเนียม ยกเว้นเวลาที่มีการจัดการแข่งขัน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2214 0129 โทรสาร 0 2215 5942

สนามมวยลุมพินี
ตั้งอยู่ที่ถนนพระรามที่ 4 เป็นสถานที่จัดการแข่งขันชกมวยทุกวันอังคาร,ศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. และวันเสาร์ เวลา 17.00-24.30 น. ค่าเข้าชมมีหลายราคา โดยแบ่งเป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ ชาวไทย 200, 250, 500, 1,500 บาท ชาวต่างชาติ 500, 800, 1,500 บาท (ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 252 8765, 0 2251 7702, 0 2253 7702, 0 2253 7940 หรือเว็บไซต์ www.muaythailumpinee.com/home.html

สวนงูสภากาชาดไทย
ตั้งอยู่ที่สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ถนนพระราม 4 เป็นแหล่งเลี้ยงงูพิษต่าง ๆเพื่อนำเอาพิษงูมาทำเซรุ่มฉีดรักษาผู้ถูกงูกัด เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. วันเสาร์ เวลา 08.30–12.00 น. มีการฉายสไลด์ประกอบคำบรรยายและแสดงรีดพิษงู ในวันธรรมดาเวลา 10.30 น. และ 14.00 น. วันหยุดราชการ มีเฉพาะรอบเวลา 10.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 70 บาท นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ไม่เสียค่าเข้าชม หากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2252 0161-4

อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
ประดิษฐานอยู่หน้าสวนลุมพินี ผู้ปั้นคือ ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี ปั้นหล่อแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2484 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2485

บ้านคำเที่ยง
ตั้งอยู่เลขที่ 131 ถนนสุขุมวิท ซอย 21 เป็นบ้านโบราณสร้างขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ มีอายุมากกว่า 150 ปี ต่อมาได้บริจาคให้อยู่ในความดูแลของสยามสมาคม ซึ่งได้นำมาประกอบใหม่ที่กรุงเทพฯ ภายในบริเวณบ้านจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ประจำวันต่าง ๆ ของบ้านเมืองเหนือ เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. เว้นวันจันทร์และวันอาทิตย์ ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก (อายุ 18–23 ปี) 50 บาท เด็ก (ต่ำกว่า 18 ปี) 25 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2661 6470–7 โทรสาร 0 2258 3491

สยามยุทธ์ ยิม
อาคาร แฮนดิ้ง กรุ๊ป ชั้น 6 ซอยปรีดีย์พนมยงค์ 41 ถนน สุขุมวิท 71 แขวงคลองตันเหนือ เพื่อได้เรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวและได้ร่วมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ปัจจุบันประกอบด้วย มวยไทยคาดเชือกไชยา อาวุธไทย และการประยุกต์ใช้ในการป้องกันตัว เปิดสอนหลักสูตร มวยไทยไชบา อาวุธไทย ศิลปะการป้องกันตัว เพื่อใช้ในการป้องกันตัวในชีวิตจริง ภายในมีสถานที่รองรับสำหรับผู้ติดตาม เปิดสอนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งหลักสูตรระยะสั้นและระยะยาว เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี เด็กอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2713 1136-89, 0 6309 5616 (คุณ สมรรถพล) โทรสาร 0 713 0139 E-mail : UltimateMuayThai@hotmail.com website: www.ultimatemuaythai.com

พิพิธภัณฑ์เภสัชกรรมไทย
ตั้งอยู่ที่ชั้น 3 อาคารเภสัชกรรมสมาคม เลขที่ 40 ซอยสันติสุข สุขุมวิท 38 (เยื้องซอยทองหล่อ) จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้รู้ประวัติการแพทย์แผนไทยจนถึงปัจจุบัน จัดแสดงเรื่องราวตามหัวข้อต่างๆ ได้แก่ ต้นกำเนิดวิชาชีพเภสัชกรรม วิวัฒนาการเภสัชกรรมแผนตะวันออก และภูมิปัญญาพื้นฐาน วิวัฒนาการเภสัชกรรมไทยแผนตะวันตก วิวัฒนาการสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00–16.00 น. ถ้าเข้าชมเป็นหมู่คณะควรทำหนังสือแจ้งล่วงหน้า สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2391 6243, 0 2712 1627-8

ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา (ท้องฟ้าจำลอง)
ตั้งอยู่ที่ถนนสุขุมวิท (ใกล้กับสถานีขนส่งเอกมัย) เป็นศูนย์แสดงและเผยแพร่ความรู้ เช่น การจัดนิทรรศการ บรรยายความรู้สาขาต่างๆ ของวิชาวิทยาศาสตร์ และดาราศาสตร์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นอกจากนั้นในบริเวณเดียวกันยังมี ท้องฟ้าจำลอง ซึ่งใช้ศึกษาเกี่ยวกับระบบดวงดาว เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 น. และ 14.30 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00 น., 11.00 น., 13.30 น. และ 14.30 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2392 5951-9, 0 2391 0544, 0 2392 1773 หรือเว็บไซต์ www.sci-educ.nfe.go.th

สถานศึกษา และปฏิบัติธรรม
องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ตั้งอยู่เลขที่ 616 ถนนสุขุมวิท ซอย 24 เป็นสถานที่จัดให้ความรู้ในเรื่องพุทธศาสนา และการทำสมาธิ โดยจัดชั้นเรียนสมาธิทุกวันอาทิตย์แรกของเดือน (บรรยายเป็นภาษาอังกฤษ) และชั้นเรียนพุทธศาสนาทุกวันอาทิตย์ที่สาม และอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2661 1284–7 ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์

สวนเบญจกิติ
สวนเบญจกิติ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง บนพื้นที่ 430 ไร่ของโรงงานยาสูบ ติดกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ บริวเณถนนรัชดาภิเษกและถนนพระราม 4 สร้างขึ้นในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา

อุทยานเบญจสิริ

อยู่ใกล้กับห้างดิ เอ็มโพเรียม สร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษาในปี 2535 ภายในเป็นสวนดอกไม้ สนมเด็กเล่น ลานอเนกประสงค์ สระว่ายน้ำ ในช่วงเช้าและเย็นจะมีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกาย และนั่งพักผ่อน เปิดทุกวันจันทร์–ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2262 0810

พิพิธภัณฑ์พุทธศิลป
ตั้งอยู่เลขที่ 104 ถนนพัฒนาการ ซอย 40 นับเป็นพิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปของเอกชนขนาดใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปะไทย เน้นเนื้อหาแสดงศิลปะพระพุทธรูปไทยที่สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติไทย โดยมีการจัดการพิพิธภัณฑ์ในระดับมาตรฐานสากล คือ มีแสง เสียง (บทสวด) กลิ่น (กำยาน) พร้อมระบบปรับอากาศ นอกจากพระพุทธรูปและโบราณวัตถุที่หลากหลายในทุกยุคสมัยแล้ว ยังมีส่วนที่จัดเป็นตำหนักและพิพิธภัณฑ์เจ้าแม่กวนอิมและเทพองค์สำคัญตามความเชื่อของชาติต่างๆ ในเอเชีย

เปิดให้เข้าชมในวันอังคาร-อาทิตย์ ปิดวันจันทร์ (กรุณาติดต่อล่วงหน้าก่อนเข้าชม) ตั้งแต่เวลา 10.00–17.30 น. ค่าเข้าชม ประชาชนทั่วไปและชาวต่างประเทศ 250 บาท นักเรียน นักศึกษา 50 บาท คณะนักศึกษาและข้าราชการที่ติดต่อมาจากสถาบัน 25 บาท โทร. 0 2321 0048, 0 2322 2434 โทรสาร 0 2322 2412 E-mail : solidgroup@hotmail.com

สวนหลวง ร. 9
เป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 500 ไร่ ซึ่งมูลนิธิสวนหลวง ร.9 และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมใจกันสร้างเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในศุภมงคลสมัยเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯ ด้านตะวันออกเฉียงใต้ แขวงหนองบอน เขตประเวศ ทางเข้าอยู่แยกจากถนนศรีนครินทร์ (ผ่านสะพานข้ามคลองหนองบอน) สามารถใช้บริการรถมอเตอร์ไซด์รับจ้างจากเสรีเซ็นเตอร์ หรือรถมินิบัสจากถนนอุดมสุข (สุขุมวิท 103) ไปยังสวนหลวง ร.9 ได้ ภายในบริเวณสวนหลวง ร.9 ประกอบด้วย อาคารเทิดพระเกียรติรวมเรื่องราวพระราชกรณียกิจ และเครื่องใช้ส่วนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สวนพฤกษศาสตร์ สวนรมณีย์ ตระพังแก้วเก็บน้ำ สวนน้ำ อาคารพันธุ์ไม้ทะเลทราย สนามราษฎร์และลานอเนกประสงค์ สำหรับจัดกิจกรรมต่างๆ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00–19.00 น. โทร. 0 2328 1972 และ 0 2328 1395

นอกจากนี้ยังมีสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่ง ในความดูแลของกองสวนสาธารณะกรุงเทพฯ ได้แก่ สวนลุมพินี สวนจตุจักร สวนสราญรมย์ สวนธนบุรีรมย์ สวนรมณียนาถ และอุทยานเบญจศิริ ซึ่งมีสนามหญ้าและต้นไม้ร่มรื่น เปิดให้ประชาชนเข้าพักผ่อนหย่อนใจได้ ตั้งแต่เวลา 05.00-21.00 น. ทุกวัน

ชายทะเลบางขุนเทียน
เป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่ขนานกับทะเลอ่าวไทยมีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 และ 10 แขวงท่าข้าม ประกอบด้วยป่าแสม และป่าโกงกาง ตามชายฝั่งเป็นที่อาศัยของนกต่างๆ เช่น นกนางนวล เหยี่ยว อีกา ชาวบ้านบริเวณนี้ประกอบอาชีพหลัก คือ การทำประมงชายฝั่ง เลี้ยงปลา กุ้ง หอย นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาหารทะเลสดๆ หลายร้าน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2316 5406 การเดินทาง ใช้เส้นทางสายบางขุนเทียน-ชายทะเล แล้วเลี้ยวเข้าวัดประชาบำรุง จากนั้นต่อเรือที่ท่าวัดประชาบำรุง

พิพิธภัณฑ์เขตบางขุนเทียน
เดิมบางขุนเทียนเป็นพื้นที่สวน ดินในแถบนี้มีลักษณะเป็นดินลักเค็ม โดยมีคุณสมบัติพิเศษ คือ เป็นดินรสกร่อยซึ่งอุดมด้วยธาตุโพแทสเซียม เมื่อปลูกผลไม้จะทำให้มีรสจัด กลมกล่อม แต่ปัจจุบันน้ำทะเลท่วมถึงทำให้เลิกปลูกผลไม้ ในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงสิ่งที่น่าสนใจของเขต อาทิ วัดราชโอรสหรือวัดจอมทองที่รัชกาลที่ 3 ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ วัดนางนอง วัดอัปสรสวรรค์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมอญและชุมชนมอญบางกระดี่ เป็นต้น คำขวัญสำหรับเขตนี้คือ "ประวัติศาสตร์คลองด่าน ถิ่นฐานชาวสวนบางกอก ทางออกป่าชายเลนกรุงเทพฯ"

ตั้งอยู่ที่ โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ สุดสายถนน บางขุนเทียน-ชายทะเล รถประจำทางที่ผ่านถนนพระราม 2 ได้แก่ สาย 68, 76, 105, 140, 141, 142, 147, 169, 171, 529 และ 530 ต่อรถสองแถวสายบิ๊กซีพระราม 2 ถึงโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เปิดให้บริการทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร) ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 0 2246 0301

`๏่’ กรุงเทพมหานคร - Bangkok `๏่’

`๏่’ กรุงเทพมหานคร - Bangkok `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
มีรถประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถร่วมบริการ วิ่งบริการในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ให้บริการตั้งแต่เวลา 04.00-23.00 น. และในบางสายเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีรถรับจ้างอื่นๆ อยู่ตลอดเวลา ติดต่อสอบถามเส้นทางการเดินทางในกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ที่ โทร. 184 หรือ www.bmta.co.th


การเดินทางทางน้ำ
มีบริการเรือโดยสารข้ามฟากบริเวณท่าช้าง ท่าพระจันทร์ ท่าเตียน ท่าเทเวศร์ ท่าคลองสาน ท่าสี่พระยา ฯลฯ และบริการเรือด่วนเจ้าพระยาไปจังหวัดนนทบุรีทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00-18.00 น. ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา โทร. 0 2225-3002-3 นอกจากนี้ยังมีเรือหางยาววิ่งไปตามคลองแสนแสบ คลองลาดพร้าว คลองบางกอกน้อย และวิ่งไปตามคลองต่างๆ เป็นต้น สอบถามเส้นทางเดินเรือได้ที่ สำนักการจราจร และขนส่ง กองการขนส่ง โทร. 0 2910 3709-10


การเดินทางทางรถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีบริการเดินรถไฟไปตามสถานีรถไฟชานเมืองภายในเขตกรุงเทพฯ ได้แก่ สายเหนือ และสายอีสาน วิ่งไปถึงสถานีรถไฟดอนเมือง สายตะวันออก วิ่งไปถึงสถานีรถไฟหัวตะเข้ และสายใต้ วิ่งไปถึงสถานีรถไฟตลิ่งชั้น ติดต่อสอบถามตารางเวลา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทางสถานีรถไฟ หัวลำโพง โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020 และ 1670 หรือ www.railway.co.th


รถไฟฟ้ามหานคร (รถไฟฟ้าใต้ดิน)
เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ในเส้นทางสายบางซื่อ-หัวลำโพง รวมทั้งสิ้น 18 สถานี อัตราค่าบริการเริ่มต้นที่ราคา 14 บาท สูงสุดที่ราคา 36 บาท โดยในปีแรกนับจากวันที่เปิดให้บริการ ทางบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BMCL) มอบส่วนลด 15% ให้กับผู้ใช้บริการทุกท่าน โดยเริ่มต้นที่ราคา 12 บาท สูงสุดที่ราคา 31 บาท เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 - 24.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2354 2000 หรือเว็บไซต์ www.bangkokmetro.co.th


รถไฟฟ้า บีทีเอส
รถไฟฟ้าสายแรกของประเทศไทย เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ใน 2 เส้นทาง คือ สายสุขุมวิท ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 1" และสายสีลม ซึ่งได้รับชื่อพระราชทานว่า "รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา สาย 2" เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ราคา 10 บาท สูงสุดที่ราคา 40 บาท สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2617 7141-2 หรือเว็บไซต์ www.bts.co.th

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก