เกาะลันตา
จังหวัดกระบี่ เป็นหมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยอ่าวและหาดทรายที่สวยงามมากมาย
หาดทรายน้ำใส ห้องพักราคาถูก เกาะลันตา มีศูนย์กลางอยู่บริเวณบ้านศาลาด่าน
เกาะลันตาใหญ่ เนื่องจากเป็นท่าเทียบเรือ นักท่องเที่ยวส่วนมากนิยมเดินทางมาด้วยแพขนานยนต์และมาขึ้นที่ท่าเรือนี้
บริเวณนี้จะมีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ร้านอาหาร,
ร้านขายของที่ระลึก, ที่พักหลายสไตล์, ร้านอินเทอร์เนต นอกจากมีอ่าวและหาดทรายที่สวยงามแล้วยังจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบอื่นด้วย
ที่ยังมีถ้ำสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย ชอบการปีนป่ายและมีน้ำตกที่สวยงาม
สถานที่ท่องเที่ยว :
เกาะลันตาใหญ่ เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน อ. เกาะลันตา
ตรงกลางของเกาะเป็นแนวเขายาวจรดใต้ หาดทรายด้านตะวันตกจะมีความสวยงามมากกว่า
และเล่นน้ำได้ ขณะที่ด้านตะวันออกจะหันหน้าเข้าหาแผ่นดินไม่มีหาดทรายที่สวย
แต่เป็นเส้นทางไปสู่หมู่บ้าน ชุมชนของชาวบ้าน และตัวอำเภอ
ด้านตะวันตกหันหน้าสู่ทะเลอันดามัน หาดทรายสี่ขาวตลอดแนว น้ำทะเลใส
บริเวณด้านตะวันตกนี้ไม่มีจุดดำน้ำ เหมาะสำหรับพักผ่อนเล่นน้ำ
นอนอาบแดดบนชายหาด ตอนกลางของเกาะจะมีถ้ำ นักท่องเที่ยวนิยม
เดินป่า นั่งช้าง เที่ยวถ้ำหรือเล่นน้ำตก ชึ่งจะได้บรรยากาศผจญภัยไปอีกแบบ
บ้านศาลาด่าน หมู่บ้านเล็กๆ เป็นทั้งท่าเรือระหว่างเกาะลันตา
กับ เกาะพีพี ท่าเรือเจ้าฟ้าที่กระบี่ เป็นแหล่งชุมชนอยู่บนสุดของเกาะลันตาใหญ่
มีร้านค้า ทัวร์ดำน้ำ ซุปเปอร์มาเก็ต ธนาคาร ตลาด สถานี่รถสองแถว
และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
หาดคอกวาง อยู่บริเวณแหลมคอกวาง เป็นโค้งอ่าวที่สวยงามเว้าเข้าหากันเป็นรูปคอกวาง
มีชายหาดที่ทรายไม่ขาวมากนักแต่มีบรรยากาศที่น่าพักผ่อน เพราะมีความร่มรื่นจากทิวสนทะเล
ที่ขึ้นขนานเป็นแนวตลอดชายหาด เป็นแหล่งชมพระอาทิตย์ตกอันเลื่องชื่อ
หาดคลองดาว หรือหาดโล๊ะบาหรา หาดที่มีความยาว 3 กิโลเมตร
หาดทรายสีขาวปนเทาอ่อนๆ เมื่อน้ำลงจะเป็นหาดที่กว้างและสะอาดมาก
นักท่องเที่ยวให้ความนิยมมากที่สุด สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างสบาย
เป็นหาดแรกที่ได้รับความนิยมจวบจนทุกวันนี้ หาดคลองดาวนี่เองอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือศาลาด่าน
ใกล้แหล่งความเจริญจึงมีความครึกครื้นมากกว่าหาดอื่นๆ ตกกลางคืนจะมีแสงสีจากร้านอาหาร
ร้านบาร์เบียร์ มีการปิ้งย่างซีฟูดส์กันริมทะเลเป็นที่สนุกสนาน
เหมาะสำหรับผู้ที่รักความสนุกสนาน และด้วยความที่มีรีสอร์ทตั้งอยู่มากมายหลากหลายไสตล์
หลายราคาให้นักท่องเที่ยวได้เลือก หาดคลองดาวจึงไม่เหงาทั้งกลางวันและกลางคืน
หาดพระแอ๊ะ หรือหาดลองบีช อยู่ถัดมาจากหาดคลองดาว
ฝรั่งจะเรียกว่า long beeach มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ลักษณะหาดไม่โค้งเว้าเหมือนหาดคลองดาว
เป็นหาดทรายสีแดงปนน้ำตาล น้ำทะเลลงเล่นได้แต่ในบางจุดที่เป็นโขดหินไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ
บางช่วงของหาดมีความลึกหาดพระแอะเป็นหาดหนึ่งที่มีความเงียบสงบ
คนไม่พลุกพล่าน ราคาที่พักไม่ค่อยแพงตลอดแนวหาดร่มรื่นไปด้วยทิวสนทะเลสลับกับทิวมะพร้าว
หาดคลองโขง เป็นหาดที่เชื่อมต่อมาจากหาดพระแอะ หาดทรายมีหินปน
ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมือน สองหาดแรก สามารถนอนพักผ่อนอยู่ภายใต้ทิวมะพร้าวและทิวสนที่ร่มรื่น
นอนอาบแดด หรือเดินเล่นตามชายหาด ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม เพียวพอแล้วสำหรับความสุขในวันพักผ่อน
หาดคลองนิน เป็นหาดที่มีขนาดเล็ก แต่ก็มีส่วนที่น่าสนใจ
คือมีทิวทัศน์ที่แปลกตา สามารถไปเที่ยวที่แหลมโตนดที่อยู่ใกล้ๆ
หรือจะเที่ยวน้ำตกถ้ำเขาไม้แก้วได้สะดวกอีกเหมือนกัน
หาดคลองโตบ เป็นอ่าวเล็กๆ ที่มีความเป็นส่วนตัว เงียบสงบเป็นจุดเด่น
หาดทรายเป็นทรายสีแดงเม็ดใหญ่ หาดจะเป็นโค้งอ่าวที่สวยงามเมื่อมองมาจากด้านหัวหาด
สามารถลงเล่นน้ำได้ มีที่พักเพียง 2-3 แห่งที่มีความเป็นส่วนตัว
บรรยากาศสบายๆ
หาดบากันเตียง อยู่ถัดจากหาดคลองนิน เป็นหาดเนินหินยาวประมาณ
800 เมตร มีลักษณะเป็นโค้งอ่าวรูปครึ่งวงกลม หาดทรายมีความละเอียดสีขาวปนเทา
เมื่อน้ำลดลงจะปรากฎแนวหินกรวดกลมมนขนาดย่อมๆ กระจายเป็นวงแหวนรอบแนวหาดสวยงามแปลกตายิ่งนัก
หาดคลองจากหรืออ่าวคลองจาก เป็นชายหาดโค้งยาวประมาณ
400-500 ม. มีหาดทรายที่ขาวสะอาด น้ำทะเลสีสวย มีบรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัว
เหมาะแก่การพักผ่อน นอนอาบแดด และเล่นน้ำทะเล จากหาดนี้ยังสามารถมองเห็นเกาะรอกได้อย่างชัดเจน
และมีบริการทัวร์พาไปดำน้ำที่เกาะรอก หรือจะเดินไปเที่ยวน้ำตกคลองจากก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจ
อ่าวไม้ไผ่ เป็นอ่าวสุดท้ายก่อนจะถึงแหลมโตนด มีทัศนียภาพของชายหาดที่ขาวละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีเขียวมรกต
หาดมีความกว้างมากและสามารถลงเล่นน้ำได้ หนทางในการมาเยือนอ่าวไม้ไผ่ค่อนข้างที่จะลำบาก
เนื่องจากเป็นทางลูกรัง และต้องขึ้นลงเขาแต่ก็มีความสวยคุ้มค่ากับการแวะเวียนมา
แหลมโตนด เป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
อยู่ปลายสุดของเกาะ ลักษณะเป็นแหลมที่ยื่นออกไปในทะเล มีต้นโตนดขึ้นอยู่มากมาย
เป็นดงจึงเป็นที่มาของชื่อแหลมโตนด ทางด้านทิศตะวันตกเป็นหาดหิน
หรือที่เรียกว่า หาดหินงาม ส่วนทางด้านทิศตะวันออกเป็นหาดทราย
แหลมโตนดไม่เหมาะที่จะเล่นน้ำ แต่เหมาะที่จะมาชมทิวทัศน์และบรรยากาศในยามเย็นที่สวยงามที่สุด
นอกจากนี้ยังมีบ้านพักและเต็นท์ของอุทยานฯไว้รองรับนักท่องเที่ยว
และจากแหลมโตนดสามารถมองเห็น เกาะไหง และเกาะรอกได้ชัดเจน
อีกด้วย บ้านชาวเลสังกาอู้ ตั้งอยู่ทางปลายเกาะทางด้านใต้
ห่างจากศาลาด่านไป 27 กิโลเมตร มีถนนลาดยางไปถึง เป็นหมู่บ้านชาวเลที่มีขนาดใหญ่
ปลูกสร้างบ้านอยู่ติดทะเล มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
ผู้ชายมีอาชีพชาวประมง ออกหาปลาส่วนผู้หญิงจะอยู่บ้าน ชาวเลที่นี่มีลักษณะเหมือนนิโกร
ผมหยิกแบบซาไก ผิวดำ สังเกตได้ไม่ยาก ในแต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยวชมชีวิตความเป็นอยู่
วัฒนธรรมของพวกเขาอยู่ไม่ได้ขาด
ถ้ำเขาไม้แก้ว อยู่ที่หาดคลองนิน นักท่องเที่ยวสามารถเปลี่ยนบรรยากาศจากลงเล่นน้ำทะเล
มาลองสัมผัสผจญภัยลัดเลาะถ้ำชมทัศนียภาพที่เขียวขจี ของป่าไม้ที่ยังคงความสมบูรณ์
แม้จะไม่มีความงดงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำให้ได้ชม แต่ความเป็นธรรมชาติ
และบรรยากาศโดยรอบก็พาให้เพลิดเพลินได้เหมือนกัน การเข้าไปชมถ้ำจะมีไกด์นำทาง
คิดค่านำชมในราคาที่เป็นกันเอง ประมาณคนละ 30-50 บาท หากท่านคิดจะประหยัด
เดินชมกันเองอาจหลงทางเข้าถ้ำผิดกันได้
เกาะรอก อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ประกอบด้วย
2 เกาะคือ เกาะรอกในและเกาะรอกนอก มีร่องน้ำทะเลตื้นๆกั้นอยู่
อยู่ห่างกันเพียง 250 เมตรเท่านั้น การมาเยือนเกาะรอก จะได้พบกับความงดงามของหาดทรายที่ขาวละเอียด
ดำน้ำชมปะการังและฝูงปลาที่สวยงาม การเดินทางมาเยือนนั้นก็ง่ายนิดเดียว
สามารถซื้อเป็นแบบ One day tour จากเคาท์เตอร์ทัวร์หรือจากรีสอร์ทต่างๆบนเกาะลันตา
เดินทางด้วยเรือเร็วเพียงชั่วโมงเศษ ก็ได้สัมผัสกับเกาะสวรรค์ที่รอให้เราไปเยือน
เกาะรอกนอก เป็นศูนย์กลางของเกาะรอก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ
มีบ้านพักและมีลานไว้ให้สำหรับกางเต้นท์ เรือทัวร์นิยมมาจอดเรือที่เกาะรอกนอกมากกว่าเกาะรอกในเพราะมีบริเวณที่กว้างกว่า
สถานที่ที่เป็นจุดที่น่าสนใจเหมาะแก่การไปค้นพบความสุข อันได้แก่
หาดหน้า เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีที่ราบกว้างสามารถกางเต้นท์ได้
โดยขอเช่าจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ในราคาที่ย่อมเยาว์
มีห้องน้ำห้องสุขาอยู่ในบริเวณเดียวกันหากแต่ต้องนำอาหารติดไปด้วย
เนื่องจากไม่มีร้านค้าสวัสดิการอยู่บนเกาะ หาดหน้า เป็นหาดที่มีความกว้างใหญ่และมีทรายที่ขาวละเอียด
สามารถลงเล่นน้ำและดำน้ำชมปะการังได้ หากพักค้างแรมต่อ ก็จะได้ชื่นชมกับความงามของโลกใต้ทะเลได้อย่างจุใจ
และในยามเช้ายังได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกด้วย
แหลมธง อยู่ทางด้านหัวเกาะ แหลมธง คือร่องน้ำตรงกลางระหว่างเกาะรอกนอกและเกาะรอกใน
เห็นเป็นโขดหน้าผาเล็กๆ ลักษณะเป็นหาดหินก้อนกลมมน ตรงจุดนี้มากมายไปด้วยปะการังน้ำตื้นหลากสายพันธุ์ที่สวยงาม
มีฝูงปลาแต่งแต้มเพิ่มสีสันให้ตระการตายิ่งขึ้น นอกจากนี้แหลมธงยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากด้วย
หาดทะลุ
สามารถเดินผ่านกลางเกาะไปทะลุอีกหาดหนื่งได้ โดยจะผ่านป่าทึบที่ยังคงความสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้
ท่านจะได้พบกับสิ่งมีชีวิตที่น่ารัก นั้นก็คือเจ้าปูเสฉวนอาศัยอยู่ในป่าทึบนี้จำนวนมากมาย
หาดทะลุนี้เป็นหาดหินทั้งหาด เวลาน้ำลดจะปรากฎหินสวยงามแปลกตาหลากหลายสีสัน
จุดชมวิวผาเสม็ดแดง เป็นจุดชมวิวที่ต้องอาศัยแรงเดินกันสักหน่อย
ประมาณ 15 นาที ไปตามทางที่ไม่ลาดชันมากนัก และสามารถเดินขึ้นไปได้เองโดยไม่ต้องมีคนนำทาง
เพื่อที่จะได้เห็นมุมมองที่สวยงามชัดเจนขึ้น จะได้เห็นทะเลที่กว้างไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา
เกาะแก่งต่างๆ มองออกไปและสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดจะรู้สึกว่าได้พบความสุขที่แท้จริง
อ่าวม่านไทร หรือหาดม่านไทร
เป็นหาดที่ทอดตัวยาวจากหาดเกาะรอกนอก ช่วงที่น้ำลดสามารถเดินไปได้
หาดทรายของหาดม่านไทรมีความขาวสะอาด ความลาดเอียงของหาดมีไม่มากจึงสามารถเล่นน้ำได้
จุดเด่นที่น่าสนใจคือหลังหาดเป็นป่าผสมคือ ระหว่างป่าชายเลน
ป่าชายหาด และป่าดงดิบ ในป่าจะมีต้นไทรยักษ์ที่มีความยาวสูงเสียดฟ้าเป็นที่น่าแปลกตา
หากแต่อุปสรรคของการเข้าไปดูคือภายในป่านี้ มียุงชุกชมจึงควรป้องกันตัวให้ดีก่อนเข้าไป
เกาะรอกใน มีขนาดใกล้เคียงกับเกาะรอกนอก มีความแตกต่างจากเกาะรอกนอกคือ
ไม่ค่อยมีชายหาด ตัวเกาะเป็นแท่งหินที่ถูกปกคลุมด้วยความเขียวของป่าซึ่งทำให้
เกาะรอกในมีแหล่งดำน้ำที่อุดมสมบูรณ์
อ่าวศาลเจ้า เป็นบริเวณที่ชาวประมงมาสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้เรือล่ม
จึงเป็นที่มาของชื่ออ่าวศาลเจ้า เป็นหาดทรายหาดเดียวของเกาะรอกใน
มีหาดทรายที่ขาวสะอาด สามารถเล่นน้ำและดำดูปะการังได้ หากวันใดท้องฟ้าอากาศแจ่มใส
ก็สามารถชมความสวยงามของปะการังจากบนเรือได้
เสาหลักเขตสยาม เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่
5 เป็นเครื่องหมายบอกเขตแดนที่ยังไม่ชัดเจน ปัจจุบันทรุดโทรมไปมากแต่ก็ยังมองเห็นอยู่
ใกล้กับบริเวณเสาหลักเขตสยาม มีอ่าวซึ่งเป็นจุดดำน้ำดูปะการังและฝูงปลาที่สวยงามรวมทั้งกุ้งมังกรด้วย
น้ำตกเกาะรอกใน แล่นเรือชมวิวทิวทัศน์ออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้อีกไม่ไกลนัก
ก็จะได้พบกับน้ำตกสูงประมาณ 30 เมตร เป็นน้ำตกขนาดสูงไหลตกลงมาจากยอดเขาทิ้งดิ่งลงทะเล
มีแมกไม้สีเขียวแวดล้อม เป็นความงามที่หาดูได้ยากนัก แต่หากต้องการชมความงามของน้ำตกนี้จะต้องมาหน้าฝนเท่านั้น
เกาะไหง มีพื้นที่บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา
อยู่ห่างจากแหลมโตนดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 13 ก.ม.
และอยู่ห่างจากชายฝั่งปากเมง จังหวัดตรัง ประมาณ 15 ก.ม. หากจะเดินทางไปท่าเรือปากเมง
จ. ตรัง เป็นท่าเรือที่สะดวกและเป็นที่นิยม กิจกรรมที่น่าสนใจคือการดำน้ำดูปะการังตามเกาะต่างๆ
เช่น ที่บริเวณหน้าหาดของเกาะไหง เกาะมุก (ถ้ำมรกต) เกาะเชือก
เกาะแหวน เกาะม้า โดยสามารถซื้อเป็นแบบแพคเก็จจากเคาท์เตอร์ทัวร์หรือจากรีสอร์ท
นอกจากการดำน้ำดูปะการัง การนอนเล่นพักผ่อนริมชายหาด หรือการเดินเล่น
ก็เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากหาดทรายที่นี่มีความสวยงาม
ขาวสะอาด น้ำทะเลก็ใสแจ๋วชวนให้น่าแหวก
คู่มือนักเดินทาง : การเดินทางไปเกาะลันตา หลายวิธี ดังนี้คือ
โดยทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯใช้ถนนเส้นเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข
4) ผ่านเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร จากชุมพรตรงมาตามทางหลวงหมายเลข
41 ผ่าน อ. หลังสวน อ. ไชยา ถึงสี่แยก อ. พุนพิน จ. สุราษฏร์ธานี
เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 401 ไปจนถึงสามแยกบ้านพังกวนเหนือ
แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ตรงไปเรื่อยๆจนถึงตัวเมืองกระบี่
รวมระยะทาง 814 กม.โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว จากตัวเมืองกระบี่ใช้
ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข4) มุ่งหน้าสู่ จ. ตรัง ผ่าน อ.
คลองท่อมถึงหลัก กม. 64 จะพบสามแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
4260 ไปประมาณ 27 กม. จะถึงท่าเรือแพขนานยนต์บ้านหัวหิน โดยสารเรือ
ท่าเรือเจ้าฟ้า ขึ้นเรือที่ท่าเรือเจ้าฟ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง
รอบเรือขาไป มีด้วยกัน 2 รอบ คือ 10.00 น. กับ 13.30 น. ระยะทางประมาณ
50 ก.ม. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ มาขึ้นเรือที่ท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน
ค่าโดยสารประมาณท่านละ 200 บาท ส่วนขากลับมี 2 รอบเหมือนกัน
คือ 08.00 น. และ 13.00 น. ค่าโดยสารอีกคนละ 20บาท เรือจะมีบริการในฤดูกาลท่องเที่ยวคือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี
การไปเกาะลันตาไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดอีกต่อไป เพราะปัจจุบัน
มีเรือแพขนานยนต์ นักท่องเที่ยวสามารถนำรถข้ามไปได้อย่างสะดวกสบายสามารถนำรถไปแล่นเที่ยว
ตามหาดต่างๆบนเกาะ ท่าเรือบ้านหัวหิน เป็นท่าเรือแพขนานยนต์
สามารถนำรถลงแพและข้ามไปยังเกาะลันตาน้อย เมื่อขึ้นเกาะแล้วให้แล่นรถไปอีกประมาณ
300 เมตร เจอสามแยกให้เลี้ยวขวาไปตามถนนลาดยางอีก 8 กม.จะเห็นป้ายบอกทางไปแพข้ามฝาก(ท่าเรือหลังสอด)ไปเกาะลันตาใหญ่
ที่ท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่านอีกประมาณ 25 นาที ก็จะได้พบกับโลกอีกโลกที่สวยงามนั่นคือโลกแห่งท้องทะเล
อัตราค่าโดยสารสำหรับรถยนต์จากท่าเรือแพบ้านหัวหินไปเกาะลันตาน้อย
คันละ 50 บาทรวมคนขับและผู้โดยสารคนละ 3 บาทและจากเกาะลันตาน้อยไปลันตาใหญ่รถยนต์คันละ
40 บาท ผู้โดยสารไม่ต้องเสียอีก
จากสนามบินกระบี่ ถึง ท่าเรือเจ้าฟ้า(กระบี่) โดยรถรับส่ง
350 บาท ต่อเที่ยว
ท่าเรือเจ้าฟ้า(กระบี่) ถึง ท่าเรือศาลาด่าน(เกาะลันตา):
200 บาท ต่อ คน: ระยะทาง 50 กม.
เวลา
10:30 ถึงเกาะลันตา 13:00
13:30 ถึงเกาะลันตา 16:00
ท่าเรือศาลาด่าน(เกาะลันตา) ถึง ท่าเรือเจ้าฟ้า(กระบี่):
200 บาท ต่อ คน: ระยะทาง 50 กม.
เวลา
08:00 ถึงท่าเรือเจ้าฟ้า 10:30
13:00 ถึงท่าเรือเจ้าฟ้า 15:30
จากสถานีรถไฟ(จ.ตรัง) ถึงเกาะลันตา (รถร่วม): 200 บาท ต่อ
คน
ราคารถรับส่ง จากโรงแรม(ทั่วไป) *ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางด้วย
จากสนาบินกระบี่ (ต้องสำรองล่วงหน้า) 1,800 บาท ต่อ เที่ยว
จากสนามบินภูเก็ต หรือสนามบินสุราษฎร์ 3,500 บาท ต่อ เที่ยว
จาถสนามบินตรัง 2,500 บาท ต่อ เที่ยว
ข้อมูลเรือด่วน
เกาะพีพี - เกาะลันตา 11:00-12:30 200 บาท ต่อคน
เกาะลันตา - เกาะพีพี 08:00-09:30 200 บาท ต่อคน
เกาะลันตา - กระบี่ 08:00-10:30 250 บาท ต่อคน
กระบี่ - เกาะลันตา 10:30-12:00 250 บาท ต่อคน
โดยรถตู้โดยสาร มีรถตู้โดยสารจากตัวเมืองกระบี่ไปยังเกาะลันตาใหญ่วันละ
3 เที่ยว โดยขึ้นได้ที่ บริษัทธนาทัวร์ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมซิตี้ในตัวเมืองกระบี่
รอบรถคือ ตั้งแต่ 11.00 น. และ 13.00 น. และเที่ยวสุดท้าย
16.00 น.สำรับขาไป ส่วนขากลับจากเกาะลันตาใหญ่มี 2 รอบ คือ
06.30 น. และ 11.00 น. รถจะจอดอยู่หน้าอาณัติทัวร์บริเวณใกล้กับท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน
อัตราค่าโดยสารอยู่ที่คนละ 120 บาทต่อเที่ยว
โดยทางรถไฟ จากสถานีรถไฟ จ. ตรัง จะมีรถรถตู้ของบริษัท เค.
เค. ทัวร์จอดให้บริการอยู่ที่หน้าสถานีรถไฟ รถจะออกทุกๆชั่วโมง
ค่าโดยสารรวมค่าเรือและรถอยู่ที่คนละประมาณ 120 บาทต่อเที่ยว
การเดินทางในเกาะลันตาใหญ่ มีถนนเกือบรอบเกาะ โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันตกที่มีชายหาดยาวต่อเนื่องกัน
และจะเป็นถนนลาดยางเฉพาะเส้นทางหลักตั้งแต่ท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน
ผ่านอ่าวคลองดาว อ่าวพระแอะ หาดคลองโขง หาดคลองนิน แล้วตัดข้ามไปทุลุฝั่งตะวันออกที่บริเวณบ้านเจ๊ะหลี
จนลงใต้ไปถึงปลายเกาะที่บ้านสังกะอู้ หมู่บ้านชาวเลของหมู่เกาะลันตา
พ้นจากนี้ไปแล้วจะเป็นเส้นทางลูกรังเป็นหลุมเป็นบ่อ นักท่องเที่ยวที่ไม่มีความชำนาญทางแนะนำว่าอย่าขับต่อไป
ไม่เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ไม่ใช่ชับเคลื่อนสี่ล้อ
การเดินทางไปเที่ยวเกาะรอก วิธีที่สะดวกและเป็นที่นิยมคือการซื้อแพคเก็จทัวร์จากเคาท์เตอร์ทัวร์
หรือจากรีสอร์ทที่มีอยู่จำนวนมากบนเกาะ นั่งเรือเร็วออกจากท่าเรือบ้านศาลาด่านจากเกาะลันตาไปเกาะรอกใช้เวลาประมาณ
1.30 ชั่วโมง และถ้าเดินทางด้วยเรือหางยาวจะใช้เวลาประมาณ
2 ชั่วโมง หากต้องการค้างแรมบนเกาะก็สามารถ
ที่พัก
Koh
Lanta
Koh
Lanta is situated in the southern most district of Krabi
Province, approximately 70 kilometers from Krabi province.
It stretches for 27 kilometers in the north to south direction
along the western coastline of Andaman Sea in southern Thailand.
Koh Lanta lies on the west coast of Andaman Sea
in between Krabi and Phi Phi Island. Large Size Island with
6 km wide and over 30 kms long, 9 beaches lie from north
to south along the sunset coast. Stunning scenery, fantastic
white sandy beaches, coastlines have more than 70 small
islands and plenty with forest, coral reefs and under water
life. The geography of the island is typically mangroves;
coral rimmed beaches; and rugged tree covered hills.
Koh Lanta is thin and long island. The ferry or car ferry
will docking at the north most of the island call Baan Saladan;
the gate way to Paradise. Start traveling on Koh Lanta at
Baan SalaDan Village, a typical Thai fishing village where
most of boats from Phi Phi and Krabi terminate. Boat for
snorkeling or diving are available here; you can hire a
motorbikes rentals from here as well. From Baan Saladan,
drive down to the south with distance 30 Km will take about
one hour. The road will end at Koh Lanta Marine National
Park office where the lighthouse; symbolic of Koh Lanta
located. Beware that half of the way is paved road, the
rest is unpaved; dusty, bumpy and up hill and down dale.
But both sides are stunning view.
Since Koh Lanta possesses both marine and terrestrial endowment,
there are many interesting attractions and activities waiting
for your to covery, be it beaches, dense rain forests, or
cultural experience in sea gypsies' village. Koh Lanta are
absolutely its wonderful beaches and crystal clear water.
Most of the best beaches of Koh Lanta lies along the western
shore of Lanta Yai Island, each of which has its characteristic
beauty and provides the excellent sunsets. The east coast
is the mountain covered with rich tropical rainforest. All
nine beaches located west coast of the island along north
to south. Try to get down to the end; The National Park
area with two curved beach, is wonderful !!!
Kor Kwang: Its aquamarine water together with its
finest sand offers you the real sentiment of relaxation.
The beach is well-known for its nicely curved shape and
its desertedness.
Klong Dao : It is a spectacular three kilometer
stretch of white sand and shallow clear water, located two
kilometers from Saladan pier. Here is the first beach to
be developed on Koh Lanta, just over 5 years ago with its
spectacular sunsets and white sand landscape we can see
why. The beach is straightly lined with casuarinas, offering
dazzling sand, tepid and translucent water as well as the
panoramic view. Excellent, safe swimming makes this the
most popular family beach on Koh Lanta, but even in peak
season this huge beach never get crowded, and a short walk
will find you a patch without neighbors. This is then a
great place for isolation and relaxation. The beach offers
a wide selection of up-market and small family owned resorts
with something for all budgets.
Pra Ae or Long Beach: It is just a south of Klong
Dao and well-known as Long Beach. It is a stunning crescent
of sand some 4 kilometers long, lying on the northern end
of the island. The beach is steeper and the water not as
sheltered as at Klong Dao which makes for spectacular and
safe swimming for adults. The resorts here are spread out
over a great distance, mainly clustered at the north end
and south ends. Accommodations are affordable and the food
is delicious and abundant. Most visitors find Long Beach
'deserted', even in peak season.
Klong Khong: A little further south is Klong Khong
Beach, another three-kilometer stretch of sand with palm
tree and good collection of resorts famous for their sunsets
and laid-back locals. The small beach Klong Khong offers
extremely peaceful and serene atmosphere, standing nine
kilometers from Ban Saladan. You can see the rock when the
low tide; here is the house of underwater life. With its
small size, the sand is limited; however, there are plenty
of coral reefs offshore providing an excellent opportunity
for diving. The abundance of sea life makes for nightly
beach feasts second to none. Swimming and snorkeling is
excellent right off the shore. Bungalows price here are
substantially lower than the northern beaches, and many
are small and Koh Lanta local family-owned.
Klong Nin: Turn right off the paved road on the
same way to National Park is Klong Nin Beach, a few kilometers
stretch sand beach with emerald green-water. It may not
be a place for any water sport activities, but perfect if
you need a real secluded and relaxing paradise. Along the
beach covered with the tropical tree, coconut and pine trees;
the back end is the greenish of tropical rain forest. Like
almost all beaches on Koh Lanta, Klong Nin Beach offers
tranquil and peaceful atmosphere; its sand is white and
fine. Bungalows are scattered down along few kilometers
beach ranging from simple, inexpensive family bungalows
to more upscale pool and spa resorts.
Kan Tiang: It is a spectacular stretch of white
sand and iridescent aquamarine water will retain you for
long time that you will never want to go anywhere else,
excellent swimming surrounding by the mountains of Koh Lanta
National Park. This small beach is only one kilometer long
feel very privacy. There are excellent corals for snorkeling
as well. Kantiang beach is one of the most beautiful beaches
of the island, lying 18 kilometers south of Baan Saladan.
Just only a few resorts on the beach make this tiny beach
secluded, ranging from simple family own resort until to
only one five stars resort on Koh Lanta.
Far South Beach: There are a few beaches on south
most of Koh Lanta before get through the National Park area.
All are the tiny beaches with a few hundred meters sand
beach; Ao Nui, Ao Mai Pai (Bamboo). The beaches are very
secluded and dessert. Around the area is the high mountain
covered with tropical rain forest of National Park area.
The distance and condition of the road make less people
come here but the reword is true nature, silent and peaceful.
There are just only a few resort on these beaches mostly
is small family own resort with no star. If you want to
hide away here is perfect.
Ao Nui: A bit further south of Kan Tieng, curved
beach with white sand and clear water with only a hundred
meters. On shore covered with the perfect tropical rain
forest and back drop with the high mountain which make this
beach cut out of outside world. The tide is shallow which
is very perfect for swimming. There is still don't have
any resort on the beach make this beach very dessert and
secluded. Do the picnic or rest park during on the way to
national park is excellent. There is one family own resort
just a few hundred meters away up hill.
Ao Mai Pai or Bamboo Bay: The beach surrounded by
high mountain of Koh Lanta National Park, make it privacy
and cast away from the outside world. Here is good place
for swimming which the tide is not deep with small wave.
The northern part of this beach is a bit rocky which can
snorkel to see some small fish. The last beach before get
through the National Park area, a bit curved beach with
around five hundred meters long with white sand and clear
water. One hour walk uphill can see a small waterfall and
cave. There are just a few basic resorts spread along the
beach.
Klong Jark: This is the southern most beach on Koh
Lanta. The nearby deserted beach like Mai Pai and the National
Park are also the good secluded places. You can go to waterfall
in the surrounding area by elephant trekking or self trekking.
Despite its average beauty by most standards, the beach
offers its solitude and tranquility, making it a good place
to stay.
Koh Lanta National Park: There are two beaches in
the National Park; Had Hin Ngam (Beautiful Stone Beach)
and Tanod Beach (Palm Beach). These two beaches are on the
National Park area where there are no resorts. The road
to here from Klong Hin beach becomes narrower and has some
quite sudden dips and rises, sometimes sharp curves. Around
the area rich and diverse with great tropical nature, trekking
trail, bird and wild life walk way, great views where a
lighthouse is located (the symbol of Koh Lanta). This marine
park is at the southern tip of the island at the end of
a spectacular drive. The beach here is a great place for
a picnic, and dont forget to prepare your own food and drinks.
To get there : Koh Lanta is easy and inexpensive
to reach from Bangkok , Phuket or Malaysia . Krabi is the
most convenient gateway to Koh Lanta coming from Bangkok.
Arriving from Phuket you can transit through Krabi or Phi
Phi. Trang also serves as a regional transit point for those
coming from the south. The island is served by passenger ferries
from Krabi or Phi Phi and car ferries from the mainland. Remember
if your arrival time is late in the day, local minibus or
public passenger ferries scheduled for Koh Lanta may not be
available.
Hotel