เมืองลำพูน
หรือ หริภุญชัยนั้น เป็นเมืองที่พระวาสุเทวฤาษี จากสำนักดอยสุเทพเมืองเชียงใหม่
และพระสุกกทันตฤาษี จากเมืองละโว้ เป็นผู้สร้างขึ้นครับ โดยทั้งสองเห็นพ้องต้องกันว่าควรสร้างเมือง
ตามแบบอย่างพระอนุสัษฏฤาษี ที่สร้างเมืองศรีสัชนาลัยโดยวางรูปสันฐานเมืองเป็นรูปเกล็ดหอย
ซึ่งทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง เมื่อพระอนุสัษฏฤาษีทราบเรื่องจึงนำเกล็ดหอย
จากมหาสมุทรมาให้พระฤาษีทั้งสอง จากนั้นพระฤาษีทั้งสอง ก็ใช้ไม้เท้าขีดพื้นดินวงไปตามรูปเกล็ดหอย
ก็เกิดเป็นกำแพงมูลดินและคูเมืองป้อมปราการขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
เหตุที่มีดินพูนขึ้นมานี้เองจึงได้ชื่อว่า "ลำพูน" และเมื่อพระฤาษี
ทั้งสองสร้างเมืองเสร็จแล้วก็ให้อำมาตย์ไปทูลเชิญพระนางจามเทวี ราชธิดาพระเจ้ากรุงละโว้
ขึ้นมาครองเมือง ซึ่งขณะที่พระนางเดินทางมานั้นพระนางกำลังทรงพระครรภ์อยู่
ครั้นถึงเมืองลำพูนได้ไม่นาน ก็ทรงมีพระประสูติกาลพระกุมารฝาแฝด องค์พี่ทรงพระนามว่า
"มหันตยศกุมาร" ส่วนองค์น้องทรง พระนามว่า "อนันตยศกุมาร"
จังหวัดลำพูน
เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในภาคเหนือ มีเนื้อที่ 4,407 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็น ที่ราบ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,800 ฟุต มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน
4 สาย คือ แม่น้ำปิง แม่น้ำกวง แม่น้ำทา และ แม่น้ำลี้
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดลำปาง และตาก
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดเชียงใหม่
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดลำปาง
จังหวัดลำพูนแบ่งการปกครองออกเป็น 6
อำเภอ และ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองลำพูน, อำเภอป่าซาง, อำเภอบ้านโฮ่ง,
อำเภอแม่ทา, อำเภอลี้, อำเภอทุ่งหัวช้าง และกิ่งอำเภอบ้านธิ
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
ลำพูน เป็นแหล่งผลิตลำไยมากที่สุดในประเทศ ส่วนสินค้าประเภทของใช้มีผ้าทอ
ผ้ายกดอกลำพูน เครื่องจักสาน เครื่องไม้แกะสลัก ผ้าทอชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง
และเครื่องเงิน

งานมหกรรมผ้าฝ้ายผ้านวมป่าซาง
-อำเภอป่าซางมีชื่อเสียงทางด้านการทอผ้าฝ้ายเนื้อดีและผ้านวม มีการประดิษฐ์ผ้านวมผืนใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่อำเภอป่าซาง
งานนี้ผู้มาเยี่ยมชมจะสามารถเลือกซื้อผ้าและผลิตภัณฑ์จากผ้าได้จากผู้ผลิตโดยตรง
งานของดีศรีหริภุญชัย
จัดงานเดือนกุมภาพันธ์กำหนดจัดงานเดือนกุมภาพันธ์ บริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
เป็นงานแสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และเกษตรแปรรูปนานาชนิด
ซึ่งเกษตรกรและกลุ่มแม่บ้านของจังหวัดลำพูนเป็นผู้ผลิต ในงานมีขบวนแห่ของกลุ่มแม่บ้าน
การแสดงทางศิลปวัฒนธรรม การประกวดเรือนชนบท การออกร้านขายสินค้าหัตถกรรมในราคาย่อมเยา
งานประเพณีสงกรานต์
จัดงานระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนจัดงานระหว่างวันที่ 13-15
เมษายนของทุกปี บริเวณเชิงสะพานท่าขามและเขตเทศบาลเมืองลำพูน โดยมีการตักบาตร
สรงน้ำพระ และแห่พระรอดหลวง
ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย
จัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนหกของทุกปีจัดขึ้นในวันเพ็ญเดือนหกของทุกปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานน้ำสรงและเครื่องสักการะมาเพื่อประกอบพิธี
รวมทั้งจังหวัดยังได้อัญเชิญน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์จาก ดอยขะม้อ
เข้าร่วมสรงด้วย นอกจากชาวลำพูนแล้วยังมีชาวจังหวัดใกล้เคียงและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
เข้าชมงานนี้อย่างหนาแน่น.
งานเทศกาลลำไย
จัดช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปีเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวจังหวัดลำพูน
จัดช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี บริเวณสนามกีฬาจังหวัด ภายในงานจะมีขบวนแห่รถลำไยที่ประดับตกแต่งอย่างสวยงาม
การประกวดธิดาลำไย และการออกร้านค้า ประกวดผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง
งานเจ้าแม่จามเทวี
จัดในช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมเป็นงานที่จัดขึ้นหลังการเก็บเกี่ยวพืชผล
ในงานจะมีการประกวด นางสาวลำพูน และ ธิดาชาวยอง จะจัดในช่วงเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคม
บริเวณสนามกีฬาจังหวัดลำพูน
อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี
ตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางทิศใต้ประมาณ
1 กิโลเมตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมารได้เสด็จมาทรงเปิดเมื่อ
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2525 สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี
ปฐมกษัตริย์ของนครหริภุญชัยผู้ทรงมีคุณธรรม และเป็นนักปราชญ์ผู้กล้า
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย
ตั้งอยู่เยื้องกับวัดพระธาตุหริภุญชัย เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2470
โดยพระยาราชนกุลวิบูลย์ภักดีสมุหเทศาภิบาล มณฑลพายัพ ต่อมากรมศิลปากรได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารแห่งใหม่เสร็จเมื่อ
พ.ศ. 2517 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารเมื่อ
พ.ศ. 2522 ภายในพิพิธภัณฑ์ได้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปะสมัยหริภุญชัย
ซึ่งมีอายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 17-19 และศิลปะล้านนา มีอายุในราวกลางพุทธศตรวรรษที่
19-25 เปิดทำการเวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ อังคาร และวันนักขัตฤกษ์
ค่าเข้าชมคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร. (053) 511-186
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร มีถนนล้อมรอบสี่ด้านคือ
ถนนอัฏฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทางทิศตะวันออก
และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในรัชสมัยพระเจ้าอาทิตยราช
ต่อมาได้รับการบูรณะต่อเติมมาเป็นลำดับ ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือ
ซุ้มประตู ก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณวัด ต้องผ่านซุ้มประตูก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร
เป็นฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้นๆ เบื้องหน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ
1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม
วิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้ว จะเห็นวิหารหลังใหญ่เรียกว่า
วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่มีพระระเบียงรอบด้าน และมีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไป
เมื่อ พ.ศ. 2466 วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนกิจทุกวันพระ
ภายในวิหารประดิษฐานพระปฏิมาใหญ่ ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองบนแท่นแก้วรวม
3 องค์ และพระพุทธปฏิมาหล่อโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้น และชั้นกลางอีกหลายองค์
พระบรมธาตุหริภุญชัย (ตั้งอยู่หลังวิหารหลวง) เป็นพระเกศบรมธาตุบรรจุในโกศทองคำ
ประดิษฐานในพระเจดีย์ เป็นเจดีย์แบบล้านนาไทยแท้ๆ ที่ลงตัวสวยงาม ประกอบด้วยฐานปัทม์
แบบฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น
ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่
สูง 25 วา 2 ศอก ฐานกว้าง 12 วา 2 ศอก 1 คืบ มีสัตติบัญชร (รั้วเหล็กและทองเหลือง)
2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานบานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือและทิศใต้
มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม และหอคอยประจำทุกด้านรวม 4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ
นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนาไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ
ในวันเพ็ญเดือน 6 จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระธาตุทุกปี ตามประวัติกล่าวว่า
เมื่อ พ.ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนครลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำ
บรรจุพระบรมธาตุไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกันต่อมาอีกหลายสมัย
ต่อมาในปี พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ครองนครเชียงใหม่ได้ทรงกระทำการปฏิสังขรณ์บูรณะเสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่
การสร้างคราวนี้ได้สร้างโครงขึ้นใหม่เป็นรูปแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้
ทั้งนี้เพราะในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีความสัมพันธ์กับลังกาอยู่มากพระสุวรรณเจดีย์
สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้นโดยพระนางปทุมวดี
อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลังเมื่อสร้างพระธาตุฯ เสร็จแล้วได้
4 ปี พระสุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็นรูปแบบพระปรางค์ 4 เหลี่ยม ฝีมือช่างละโว้มีพระพุทธรูปประจำซุ้ม
ฝีมือและแบบขอมหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่
ภายใต้ฐานล่างเป็นกรุบรรจุพระเปิม ซึ่งเป็นพระเครื่องชนิดหนึ่ง
อนุสาวรีย์สุเทวฤาษี
ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดลำพูน สุเทวฤาษีเป็นผู้สร้างหริภุญชัย
(ลำพูน) เนื่องจากตนเป็นผู้บำเพ็ญสมาบัติ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก
จึงไปเชิญพระนางจามเทวีซึ่งเป็นพระธิดาของพระยาจักวัติ แห่งเมืองละโว้มาปกครองเมืองหริภุญชัยแทนตน
และยังได้ช่วยเหลือพระนางจามเทวีประดิษฐานพระบวรพุทธศาสนาลงในนครหริภุญชัยอย่างมั่นคง
วัดมหาวัน
อยู่ห่างจากกลางเมืองลำพูนราว 2 กม. เลียบไปตามคูเมืองเก่าด้านตะวันตก
มีตำนานการสร้างวัดว่า วัดนี้สร้างมาแต่ครั้งพระนางจามเทวีขึ้นมาครองหริภุญชัย
สิ่งที่น่าชมคือ พระพุทธรูปนาคปรกที่เชื่อกันว่าคือ พระพุทธสิกขิ หรือพระศิลาดำ
ซึ่งพระนางจามเทวีอัญเชิญมาจากกรุงละโว้ ปัจจุบันชาวเมืองเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า
พระรอดหลวง หรือพระรอดลำพูน ซึ่งมีความสำคัญและเป็นแบบพิมพ์ในการจำลองทำพระเครื่องที่ลือชื่อกรุหนึ่งคือ
พระรอดมหาวัน
วัดจามเทวี
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดเจดีย์กู่กุด ตั้งอยู่ริมถนนจามเทวี ตำบลในเมือง
ห่างจากตัวศาลากลางจังหวัดไปทางทิศตะวันตก 1.5 กม. ตามถนนสายลำพูน-สันป่าตอง
สร้างเมื่อประมาณ พ.ศ. 1298 เป็นฝีมือช่างละโว้ ลักษณะพระเจดีย์ภายในวัดเป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย
มีพระพุทธรูปปางประทานพรยืนเป็นชั้นๆ ชั้นละ 3 องค์ ด้านหนึ่งมี 5
ชั้น จึงมีพระพุทธรูปด้านละ 15 องค์ ทั้ง 4 ด้าน รวมเป็น 60 องค์ ภายในบรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย
ตามตำนานเล่าว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวี
ได้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐิของพระนางเมื่อปี พ.ศ. 1298 เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ
ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบชัด ยอดพระเจดีย์หักหายไปชาวบ้านจึงเรียกว่า
กู่กุด หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏิ
นอกจากนั้นยังมีรัตนเจดีย์ซึ่งตั้งอยู่ทางขวาของวิหาร
สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์ ฐานล่างสุดเป็นรูป
8 เหลี่ยม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4.40 เมตร สูงจรดยอด 11.50 เมตร ตัวเจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยม
แต่ละเหลี่ยมเจาะเป็นซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืน ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์
วัดพระยืน
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระธาตุหริภุญชัย ที่บ้านพระยืน ตำบลเวียงทอง
ข้ามลำน้ำกวง ไปทางสะพานท่าสิงห์ มีชื่อเดิมว่าวัดพุทธมหาสถาน ซึ่งพระเจ้าธรรมิกราฃ
กษัตริย์หริภุญไชยเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1606-1611 พระเจดีย์วัดพระยืนในสภาพปัจจุบัน
เป็นพระเจดีย์ทรงมณฑป คล้ายคลึงกับอานันทเจดีย์ที่เมืองพุกาม และพระเจดีย์วัดป่าสัก
จังหวัดเชียงราย
กู่ช้าง-กู่ม้า
เป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองลำพูน ตั้งอยู่บริเวณชุมชนวัดไก่แก้ว
ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร กู่ช้างเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี
ชื่อ ภูก่ำงาเขียว ซึ่งหมายถึงช้างผิวสีคล้ำ งาสีเขียวที่ทรงอานุภาพและอิทธิฤทธิ์ในสงคราม
ส่วนกู่ม้า เป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสของพระนางจามเทวี
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
ตั้งอยู่เชิงดอยติ บริเวณวัดพระธาตุดอยติ ตำบลป่าสัก อ. เมืองลำพูน
ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 5 กม. บนถนนสายเชียงใหม่-ลำปาง พระครูบาศรีวิชัยเป็นพระเถรเจ้า
นักพัฒนาแห่งล้านนาไทย ผู้พัฒนาทั้งด้านจิตใจ และด้านถาวรวัตถุให้แก่ชาวล้านนาไทยไว้อย่างอเนกอนันต์
ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2421-2481 ถิ่นฐานบ้านเดิมของท่านอยู่ที่
ต. แม่ตื่น อ. ลี้ จึงเป็นความภูมิใจอย่างใหญ่หลวงของชาวลำพูน ที่ได้เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของนักบุญผู้ยิ่งใหญ่แห่งล้านนา
ศูนย์ศิลปหัตถกรรมผ้าไหมยกดอกเพ็ญศิริ
ตั้งอยู่ที่ถนนนลำพูน-ดอยติ ประมาณ 1.5 กิโลเมตร จากตัวเมือง
ตำบลเวียงยอง เป็นสถานที่จัดแสดงและอนุรักษ์งานฝีมือผ้าไหมยกดอก ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นอันทรงคุณค่า
ภายในมีการสาธิตขั้นตอนการผลิตผ้าไหมยกดอก การสาวไหม การย้อมไหมและการทอ
ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้เป็นความรู้ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา
08.00-17.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (053) 537512-3
สวนสายน้ำแร่
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 9 บ้านหนองหล่ม ตำบลศรีบัวบาน ไปตามเส้นทางสายเชียงใหม่-ลำปางประมาณ
7 กิโลเมตร ที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถอาบน้ำแร่จากธรรมชาติ รับประทานอาหารพื้นเมืองรสอร่อย
ดอยขะม้อ
เป็นชื่อเขาเล็กๆ ลูกหนึ่ง มีรูปทรงสัณฐานคล้ายฝาชี สูงประมาณ 5 เส้น
อยู่ในเขตตำบลมะเขือแจ้ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ
20 กม. ตั้งอยู่หลังนิคมอุตสาหกรรมลำพูน เป็นภูเขาไฟโบราณ บนยอดมีปล่องกว้าง
3 เมตร ลึกประมาณ 6 เมตร ตอนล่างเป็นบ่อมีน้ำตลอดปี ประชาชนนับถือกันมาแต่โบราณว่า
เป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้หญิงตัก เวลาถึงเทศกาลสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยจะต้องตักน้ำจากบ่อนี้ไปปนกับน้ำพระราชทาน
แล้วจึงนำขึ้นสรงองค์พระธาตุและเวลาพระมหากษัตริย์ไทยเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ
จะต้องนำน้ำในบ่อนี้อัญเชิญไปร่วมเป็นน้ำพุทธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกทุกครั้ง
บ้านหนองช้างคืน
เป็นแหล่งผลิตลำไยที่ใหญ่ที่สุด อยู่ก่อนถึงเมืองลำพูน 8 กม. โดยจะผ่านบ้านป่าเหว
มีป้ายบอกทางเลี้ยวขวาเข้าบ้านหนองช้างคืน ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง
ตรงเข้าไปประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึงหมู่บ้านหนองช้างคืน ตลอดสองฝั่งทางที่ลดเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านจะเนืองแน่นด้วยสวนลำไย
ที่นี่จึงเป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญ เดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีงานเทศกาลลำไยลำพูน
จัดขึ้นในอำเภอเมือง ในงานนี้จะมีการประกวดรถประเภทสวยงามที่ประดับตกแต่งด้วยลำไย
ผลิตผลลำไยและธิดาลำไย นับเป็นงานใหญ่งานหนึ่งของภาคเหนือ
วัดศรีดอนชัย
ตั้งอยู่หมู่ 10 ตำบลบ้านธิ ห่างจากอำเภอบ้านธิประมาณ 5 กิโลเมตร วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลาหรือพระพุทธเฉลิมสิริราช
(พระเจ้ายืน) สูง 59 เมตร เป็นพระพุทธรูปที่สูงและใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ
สร้างเมื่อ 17 มิถุนายน พ.ศ.2536 โดยศรัทธาของประชาชนในประเทศ ประกอบกับเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสเสด็จครองราชย์ปีที่
50 ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
อ่างเก็บน้ำแม่ธิ
อยู่ที่หมู่ 9 บ้านดอยเวียง ห่างจากอำเภอบ้านธิประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาด
5 ล้านลูกบาศก์เมตร กว้าง 470 เมตร ยาว 6 กิโลเมตร ใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตรและเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
วัดพระธาตุดอยเวียง
ตั้งอยู่หมู่ 9 บ้านดอย เวียง ห่างจากอำเภอบ้านธิประมาณ 5 กิโลเมตร
บริเวณวัดมีเนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 1220 สมัยพระนางจามเทวี
ตามจารึกใบลานภาษาพื้นเมืองเล่าว่า ขุนหลวงปาละวิจาได้มาตั้งเมืองที่นี่
สร้างพระวิหารและพระเจดีย์บนภูเขา วัดนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำหน้าตักกว้าง
39 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีเรื่องเล่ากันว่า ครั้งหนึ่งฝนแล้ง
ชาวบ้านเดือดร้อนเลยนำพระองค์นี้มาแห่ขอฝน ปรากฏว่าฝนตก ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันตั้งชื่อพระองค์นี้ว่า
พระเจ้าสายฝน นอกจากนี้ยังมีองค์พระเจ้าดำดิน ซึ่งสร้างสมัยพระนางจามเทวี
ประดิษฐานไว้บนเขา 1 องค์และข้างล่าง 1 องค์ หน้าตักกว้าง 80 นิ้ว
บริเวณวัดมีความร่มรื่น เงียบสงบ
พระธาตุดอยห้างบาตร
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านธิประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านห้วยไซใต้
จะเห็นพระธาตุดอยห้างบาตรอยู่ทางขวามือ เป็นเจดีย์รูปทรงจัตุรมุขสีขาว
มีฉัตรทองอยู่ยอดเจดีย์ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อไร ตามตำนานเล่าว่า
สมัยพุทธกาลพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมายังดอยลูกนี้ และเตรียมเสด็จออกบิณฑบาต
โปรดสัตว์ ซึ่งการเตรียมบาตรภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ห้างบาตร ปัจจุบันมีร่องรอยที่ทรงห้างบาตรอยู่เป็นหลุมลึกลงไปในหินดินดานและมีมณฑปครอบไว้
พระธาตุแห่งนี้อยู่บนยอดดอยที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์สวยงามเบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา
อ่างเก็บน้ำแม่กึม
แยกจากทางหลวงสายท่าจัก-แม่ทาเข้าไป 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น
มีชื่อเสียงในด้านการตกปลาธรรมชาติ
ถ้ำจำหม่าฟ้า
ไปตามถนนสายแม่ทา-ท่าจักรประมาณ 20 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยที่คงสภาพตามธรรมชาติอย่างสวยงาม
อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และอำเภอห้างฉัตร
อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง สภาพพื้นที่เป็นป่าเขาอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 255 ตารางกิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยทางรถไฟจากลำพูนไปยังสถานีขุนตาล
ระยะทาง 22 กม. แล้วต่อด้วยการเดินเท้าอีก 1 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ
สำหรับทางรถยนต์ที่ตัดเข้าสู่ดอยขุนตาลเริ่มต้นจากอำเภอแม่ทา
โดยมีทางลูกรังแยกเลี้ยวขวาออกจากถนนพหลโยธิน ที่มุ่งสู่จังหวัดเชียงใหม่
เป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร
สถานที่น่าสนใจภายในอุทยาน
บริเวณยอดเขา จากที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งมีที่พักของกรมป่าไม้ตั้งอยู่
เดินเท้าต่อไปประมาณ 1,500 เมตร จะถึง ย.1 หรือยอดเขาที่หนึ่ง เป็นที่ตั้งของบ้านพักรับรองของการรถไฟแห่งประเทศไทย
จากนั้นเดินเท้าต่อไปอีก 800 เมตรจะถึง ย.2 บริเวณนี้มีต้นสนขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีบ้านพักรับรองของ
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ภายในบริเวณปลูกพันธุ์ไม้เมืองหนาวและจัดตกแต่ง
สถานที่อย่างสวยงาม หากเดินต่อไปอีกประมาณ 3,600 เมตร จะถึง ย.3 เป็นที่ตั้งของบ้านพักมิชชันนารี
จุดสูงสุดของเทือกเขาดอยขุนตาลมีชื่อเรียกว่า "ม่อนส่องกล้อง"
หรือ ย.4 ระยะทางเดินจาก ย. 3 ประมาณ 1 กิโลเมตร
น้ำตกแม่กลอง อยู่ทางทิศใต้ของสถานีขุนตาล ห่างไปประมาณ
10 กิโลเมตร โดยลงรถไฟที่สถานีแม่ตาลน้อย แล้วเดินเท้าไปอีกประมาณ
3 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี
น้ำตกตาดเหมย อยู่แยกจากเส้นทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางจาก
ย.2 ไป ย.3 โดยต้องเดินลงไปในหุบเขาแม่หยอนหวาย ประมาณ 300 เมตร
อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล มีบ้านพักและเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว
สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์ไปเองทางอุทยานฯ ได้จัดบริเวณสำหรับกางเต็นท์ไว้ให้
ติดต่อจองที่พักได้ที่ กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร. 579-7223,
579-5734 นอกจากนี้ยังมีบ้านพักของการรถไฟแห่งประเทศไทย ติดต่อได้ที่
โทร. 225-6964 และบ้านพักมิชชันนารี ซึ่งติดต่อขอเช่าได้ที่มหาวิทยาลัยพายัพ
จังหวัดเชียงใหม่ โทร. (053) 304-041-2, 305-098, 241-255 ต่อแผนกบุคคล
311
อุโมงค์ขุนตาล
เป็นอุโมงค์ทางรถไฟลอดผ่านที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 1,352
เมตร สร้างขึ้นโดยชาวเยอรมันชื่อ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ แต่ยังไม่แล้วเสร็จ
เพราะในระหว่างการสร้างอุโมงค์ เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้นายเอมิลเดินทางกลับประเทศ
ต่อมาปี พ.ศ. 2460 กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน พระบิดาแห่งการรถไฟฯ เสด็จมาเป็นแม่งาน
ก่อสร้างจนเสร็จในปี พ.ศ. 2461
น้ำตกแม่กลอง
อยู่ทางทิศใต้ของสถานีขุนตาล ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร โดยลงรถไฟที่สถานีแม่ตาลน้อย
แล้วเดินเท้าไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร มีน้ำไหลตลอดปี
น้ำตกตาดเหมย
อยู่แยกจากเส้นทางด้านซ้ายมือ ระหว่างทางจาก ย. 2 ไป ย. 3 โดยต้องเดินลงไปในหุบเขาแม่ยอนหวาย
ประมาณ 300 เมตร
อ่างเก็บน้ำแม่เส้า
อยู่ที่บ้านหลายท่า หมู่ 9 ตำบลทาสบเส้า ตั้งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่ทา
ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำธรรมชาติในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ตัวเขื่อนสูง 19 เมตร ยาว 271 เมตร ทางเดินขึ้นหน้าเขื่อนกว้าง 4 เมตร
เก็บน้ำได้ประมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างโดยศูนย์ปฏิบัติการ รพช.
ภาคเหนือ ภายในบริเวณมีทิวทัศน์สวยงาม พร้อมศาลาพักร้อนให้นั่งพักผ่อน
และรับประทานอาหารจานเด็ด คือ ปลาเผาทรงเครื่อง กุ้งเต้นและไก่ทอดทาชมพู
ตลาดสินค้าพื้นเมืองป่าซาง
ตั้งอยู่ริมถนนสายลำพูน-ป่าซาง ประมาณ 11 กิโลเมตร ตรงกันข้ามกับวัดป่าซางงาม
เป็นที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง โดยเฉพาะผ้าฝ้าย ผ้าทอมือซึ่งมีแหล่งผลิตจากบ้านหนองเงือก
อำเภอป่าซาง อยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 4 กิโลเมตร
วัดหนองเงือก
ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเงือก ต. แม่แรง ไปตามถนนสายลำพูน-ลี้ มีถนนลูกรังแยกจากถนนใหญ่ใต้สะพานบ้านมะกอกด้านตะวันตก
เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ที่มีศิลปกรรมฝีมือช่างพื้นบ้าน
สิ่งที่น่าสนใจประกอบด้วย ศิลปะปูนปั้นที่ซุ้มประตูของวัดและหอไตร
ซึ่งเป็นศิลปกรรมแบบพม่า มีลักษณะเป็นตึกโบราณสองชั้น ชั้นล่างมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง
พระธาตุเจดีย์ห้าดวง
เป็นเจดีย์หมู่ 5 องค์ อยู่ในบริเวณที่สันนิษฐานว่า จะเป็นเวียงเก่าลี้ซึ่งอยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอลี้เพียง
2 กิโลเมตร
แหล่งศิลาแลง
อยู่ในท้องที่บ้านพระบาท ต. มะกอก อ. ป่าซาง ศิลาแลงเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องที่จังหวัดลำพูน
ที่ผลิตออกจำหน่ายแห่งเดียวในประเทศไทย ใช้ในการก่อสร้างและตกแต่งบริเวณบ้าน
แข็งแรงทนทานและสวยงาม
พระพุทธบาทตากผ้า
อยู่ห่างจากป่าซาง ตามถนนป่าซาง-ลี้ ราว 6.7 กม. แล้วมีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก
1 กม. วัดนี้เป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดลำพูน ตามตำนานการสร้างวัดเล่าว่าพระพุทธองค์เคยเสด็จมาประทับที่นี่
แล้วทรงนำจีวรออกตากกับหน้าผาหินแถวนั้น ซึ่งปัจจุบันก็ยังปรากฏเป็นรอยตารางคล้ายจีวรของพระอยู่จนทุกวันนี้
จากนั้นจึงทรงอธิษฐานเหยียบพระบาท ประดิษฐานรอยไว้บนลานผาลาดซึ่งเป็นที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
นอกจากนี้บนม่อนดอยเบื้องหลังวัดได้มีการสร้างพระเจดีย์ ซึ่งเป็นศิลปะที่ผสมผสานจากพระธาตุดอยสุเทพและพระธาตุหริภุญชัย
โดยมีบันไดนาคเชื่อมระหว่างเจดีย์บนท่อนดอยกับวัดพระธาตุตากผ้าที่เชิงดอย
เมื่อถึงวันเดือนแปดเหนือ แรม 8 ค่ำ ซึ่งตรงกับวันถวายพระเพลิงพระสรีระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะมีการสรงน้ำพระพุทธบาทเป็นประเพณีทุกปีในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6
ถ้ำเอราวัณ
ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ต. นครเจดีย์ ห่างจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ 30
กม. ตามถนนสายป่าซาง-ลี้ ไปทางทิศใต้ราว 5 กม. แล้วแยกซ้ายมือที่บ้านแม่อาว
ตามถนนสายแม่อาว-ห้วยไฟ 15 กม. ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามน่าชมเป็นจำนวนมาก
หมู่บ้านกะเหรี่ยงพัฒนาห้วยหละ
อยู่ตำบลป่าพลู ตามทางหลวงสายลำพูน-ลี้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่งไปทางทิศใต้
12 กม. เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ยังคงประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมไว้ กิจกรรมที่น่าสนใจคือ
การทอผ้าแบบดั้งเดิมโดยใช้เอวเป็นกี่ในการทอ
ถ้ำหลวง
อยู่ที่ ต. ป่าพลู ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่งไปทางทิศใต้ประมาณ
15 กม. ตามถนนสายลำพูน-บ้านโฮ่ง ภายในมีช่องชั้นคูหางดงามมากมาย มีความยาวภายในถ้ำประมาณ
500 เมตร
น้ำตกวังหลวง
ตั้งอยู่ที่ ต. ป่าพลู ห่างจากที่ว่าการอำเภอบ้านโฮ่งไปทางทิศตะวันตก
18 กม. ตามทางหลวงสายบ้านโฮ่ง-ลี้ เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่กลางป่า มีน้ำตกไหลลดหลั่นกันอย่างสวยงาม
5 ชั้น
วัดบ้านปาง
เป็นวัดซึ่งครูบาศรีวิชัยบวชเรียนเป็นวัดแรก ตั้งอยู่บนเนินเขาบ้านปาง
หมู่ที่ 1 ตำบลศรีวิชัย ห่างจากตัวอำเภอลี้ 38 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายเถิน-ลี้-เชียงใหม่
กิโลเมตรที่ 89 ภายในบริเวณวัดนอกจากจะร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีโบสถ์วิหารสวยงาม
และยังมีพิพิธภัณฑ์ครูบาศรีวิชัยซึ่งเก็บของใช้ส่วนตัวของท่านไว้อย่างครบถ้วน
นับแต่ สบง จีวร หมอน และเครื่องใช้อื่นๆ เช่น กระโถน แจกัน ฯลฯ เป็นต้น
วัดพระบาทห้วยต้ม
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของอำเภอลี้ เป็นวัดประจำหมู่บ้านชาวเขาพระบาทห้วยต้ม
ตั้งอยู่หมู่ที่ 8 ตำบลนาทราย ห่างจากตัวอำเภอไปทางใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร
แยกจากทางหลวงหมายเลข 106 บริเวณกิโลเมตรที่ 46-47 เข้าไปประมาณ 5
กิโลเมตร บริเวณทางเข้ามีอนุสาวรีย์พระครูบาชัยวงศาตั้งอยู่ วัดพระบาทห้วยต้มมีอาณาบริเวณกว้างขวาง
มีสิ่งก่อสร้างทำจากศิลาแลงที่ขุดได้จากบ่อศิลาแลงด้านหลังของวัด และมีองค์พระธาตุที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม
บูรณะก่อสร้างจากศรัทธาของบรรดาชาวกะเหรี่ยงที่มีต่อครูบาชัยวงศา พระอาจารย์ชื่อดังทางภาคเหนือ
ชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้นอกจากจะทำไร่ทำสวนแล้ว ยังมีอาชีพเป็นช่างฝีมือ
ทอผ้า ทำสร้อยคอ และเครื่องเงินเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน
ถ้ำยางวี
เป็นถ้ำที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่
มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่ การเดินทางเข้าไปชมต้องใช้ไฟฉายหรือคนถือไฟนำทางเข้าไป
ไม่ไกลจากบริเวณถ้ำยางวีจะมีป่าที่มีลักษณะเป็นป่าสนเขาเรียกว่า ป่าพระบาทยางวี
มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม
ทุ่งกิ๊ก-ทุ่งนางู
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน ไปประมาณ 15 กิโลเมตร
มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติกว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ
เป็นที่ราบเนินเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสลับป่าเต็งรัง มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม
เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจำพวกเก้ง กวาง กระต่าย และไก่ป่าชนิดต่างๆ
น้ำตกก้อหลวง
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิงไปประมาณ 20 กิโลเมตร และเดินเท้าอีก
500 เมตร เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำน้ำในห้วยแม่ก้อ ไหลผ่านหินดินดานเทาดำและหินทรายของหน้าผา
ที่มีความสูงต่างระดับลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 7 ชั้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นหินปูน
จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย และยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่
มีปลาอาศัยอยู่มากมาย
แก่งก้อ
อยู่ในเขตบ้านก้อจัดสรร หมู่ 4 ตำบลก้อ เดินทางจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิง
ไปตามถนนลูกรังเป็นระยะทางอีก 16 กิโลเมตร ภายในบริเวณเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงาม
ทางอุทยานฯ ได้จัดตั้งที่ทำการหน่วยพิทักษ์ (หน่วยที่ 2) นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมภูมิประเทศและสถานที่น่าสนใจต่าง
ๆ มากมาย เช่น น้ำตกอุมแป น้ำตกอุมปาด เกาะคู่สร้างคู่สม ผาเต่า ผาพระนอน
ผาคันเบ็ด แก่งสร้อย (ตำนานเล่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเมืองสร้อย
ซึ่งอายุกว่า 800 ปี มีเจ้าเมืองปกครองสืบต่อกันมาหลายยุคสมัย และมีพญาอุดม
เป็นผู้ปกครองเมืองคนสุดท้าย จากนั้นเมืองสร้อยก็จมอยู่ในท้องน้ำ ยังมีซากกำแพงเก่าให้เห็นอยู่
ส่วนเจดีย์ชำรุดตามกาลสมัย) โดยนักท่องเที่ยว สามารถล่องเรือจากแพท่าน้ำก้อไปทางซ้าย
ไปทางเขื่อนภูมิพล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะเห็นเจดีย์สีขาวเด่น
เป็นสง่าอยู่กลางเกาะ และยังมีถ้ำแก่งสร้อย พระธาตุแก่งสร้อย พระบาทบ่อลม
เขื่อนภูมิพล เป็นต้น
อุทยานแห่งชาติแม่ปิง
เดิมมีชื่อว่า "อุทยานแห่งชาติแม่หาดแม่ก้อ" มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ดอยเต่า
จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก
พื้นที่ป่าอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า มีทิวเขาทอดยาวเหยียดสลับซับซ้อน
ลำห้วยน้อยใหญ่หลายสิบสาขาไหลผ่าน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะพื้นที่ป่าที่ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำน้ำปิง
ตอนเหนือของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล
อุทยานแห่งชาติแม่ปิงมีเนื้อที่ประมาณ 1,003 ตารางกิโลเมตร
หรือ 626,875 ไร่ จัดเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 32 ของประเทศไทย
วัดมหาธาตุ
เป็นวัดใหญ่อยู่กลางเมือง สร้างสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ มีพระเจดีย์ต่างๆ
รวมถึง 200 องค์ นับเป็นวัดสำคัญประจำกรุงสุโขทัย มีพระเจดีย์มหาธาตุ
ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ศิลปะแบบสุโขทัยแท้ตั้งเป็นเจดีย์ประธาน ล้อมรอบด้วยเจดีย์
8 องค์ บนฐานเดียวกัน คือ ปรางค์ศิลาแลงตั้งอยู่ที่ทิศทั้ง 4 และเจดีย์แบบศรีวิชัยผสมลังกาก่อด้วยอิฐอยู่ที่มุม
ด้านตะวันออกบนเจดีย์ประธานมีวิหารขนาดใหญ่ก่อด้วยศิลาแลง มีแท่นซึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
คือ พระศรีศากยมุนี ปัจจุบันได้รับการเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่วัดสุทัศน์ฯ
กรุงเทพฯ ที่ด้านเหนือและด้านใต้เจดีย์มหาธาตุมีพระพุทธรูปยืนภายในซุ้มพระ
เรียกว่า พระอัฎฐารศ ด้านใต้ยังพบแท่งหินเรียกว่า ขอมดำดิน อีกด้วย
ผาดำ-ผาแดง
อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง จ.ลำพูน มีลักษณะเป็นหน้าผาสูง สภาพแวดล้อมยังเป็นป่าที่สมบูรณ์มาก
จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ในระยะไกล การเดินทางต้องใช้การเดินเท้าเท่านั้น
หมู่บ้านแกะสลักบ้านทา
ไปตามถนนสายแม่ทา - ท่าจักร ประมาณ 15 กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตไม้แกะสลักเป็นรูปแบบต่างๆ
เช่น รูปคน รูปสัตว์ หรือแกะสลักเป็นเครื่องใช้ต่างๆ เครื่องประดับบ้าน
แหล่งทอผ้าบ้านหนองเงือก
ตั้งอยู่ริมถนนสายลำพูน - ป่าซาง ประมาณ 11 กิโลเมตร ตรงกันข้ามกับวัดป่าซางงาม
เป็นที่จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง โดยเพาะผ้าฝ้าย ผ้าทอมือซึ่งมีแหล่งผลิตจากบ้านหนองเหงือ
อำเภอป่าซาง ซึ่งอยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 4 กิดลเมตร
วัดป่าเหียง
ตั้งอยู่ที่บ้านกองงาม ตำบลแม่แรง ไปตามถนนสายสบทา - ท่าลี่ เลี้ยวขวาเข้าบ้านกองงามอยู่ใกล้กับโรงเรียนบ้านกองงาม
ตามประวัติว่าสร้างเมื่อ พ.ศ.2420 มีหอไตรอายุกว่าร้อยปี เป็นโบราณสถานที่น่าสนใจและมีความสวยงามมาก
หอไตรนี้สร้างไว้กลางสระ (ปัจจุบันเป็นสระคอนกรีต) เป็นศิลปกรรมแบบล้านนา
สร้างด้วยไม้ทั้งหลัง ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนโดยกรมศิลปากรแล้ว
วัดพระเจ้าตนหลวง
อยู่ที่หมู่ 1 ตำบลเหล่ายาว เป็นวัดที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณ


การเดินทางทางรถยนต์
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)
ผ่านดอนเมือง รังสิต แยกซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 32 ผ่านจังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดชัยนาท เข้าจังหวัดนครสวรรค์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข
11 เข้าจังหวัดลำพูน รวมระยะทาง 670 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ
8 ชั่วโมง
การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถประจำทางทั้งธรรมดาและปรับอากาศบริการทุกวันจากสถานีขนส่งหมอชิต
2 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 9 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีบริการรถปรับอากาศวีไอพีของบริษัท
อินทราทัวร์ (ย่านประตูน้ำ) โทร. 0 2208 0840, 0 2208 0580 สาขาลำพูน
โทร. 0 5351 1292 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต
2 โทร. 0 2936 285266 สถานีเดินรถ (ลำพูน) โทร. 0 5351 1173 หรือ
www.transport.co.th
การเดินทางทางรถไฟ
รถไฟออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปจังหวัดลำพูนทุกวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0
2223 7010, 0 2223 7020 สถานีรถไฟลำพูน โทร. 0 5351 1016 www.railway.co.th
การเดินทางทางเครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ไม่มีเครื่องบินบินตรงไปจังหวัดลำพูน
ต้องบินไปเชียงใหม่ แล้วต่อรถมาลำพูนอีกทอดหนึ่ง รายละเอียดสอบถามได้ที่
การบินไทย โทร. 1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 www.thaiairways.com
รถประจำทางสายเชียงใหม่-ลำพูน ออกทุกวันตั้งแต่ 05.00-20.30 น. บริการรับส่งทุก
10 นาที จะออกจากสถานีขนส่งช้างเผือกปลายทางสถานีขนส่งหน้าพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหริภุญชัย
ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที