ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 
`๏่’ นครนายก - Nakhonnayok `๏่’
`๏่’ นครนายก - Nakhonnayok `๏่’

" เมืองในผันที่ใกล้กรุง ภูเขางาม น้ำตกสวย รวยธรรมชาติ "



     นครนายก สันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี หลักฐาน คือแนวกำแพงเนินดินและสันคูเมืองที่ตำบลดงละคร แต่ชื่อ “นครนายก” นั้นปรากฏหลักฐานในสมัยอยุธยาว่าเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันออก สมัยพระเจ้าอู่ทอง ใน พ.ศ. 2437 รัชกาลที่ 5 ทรงจัดลักษณะการปกครองโดยแบ่งเป็นมณฑลนครนายกจัดอยู่ในเขตมณฑลปราจีนบุรี จนกระทั่ง พ.ศ. 2445 ทรงเลิกธรรมเนียมการมีเจ้าครองเมือง ให้มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดขึ้นแทน และในช่วง พ.ศ. 2486-2489 ได้โอนนครนายกไปรวมกับจังหวัดปราจีนบุรี และสระบุรี หลังจากนั้นจึงแยกเป็นจังหวัดนครนายก

     จังหวัดนครนายกเดิมชื่อว่า “บ้านนา“ เล่ากันว่าในสมัยกรุงศรีอยุธยา ดินแดนของนครนายกเป็นป่ารกชัฏเป็นที่ดอน ทำนาหรือเพาะปลูกอะไรไม่ค่อยได้ผลและมีไข้ป่าชุกชุม ผู้คนจึงอพยพไปอยู่ที่อื่นจนกลายเป็นเมืองร้าง ต่อมาพระมหากษัตริย์ทรงทราบความเดือนร้อนของชาวเมืองจึงโปรดเกล้าฯ ให้เลิกภาษีนาเพื่อจูงใจชาวเมืองให้อยู่ที่เดิมทำให้มีผู้คนอพยพมาอยู่เพิ่มมากขึ้น จนเป็นชุมชนใหญ่และเรียกเมืองนี้กันติดปากว่า “เมืองนายก”


     นครนายก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๑๐๗ กม. ตามถนนเลียบคลองรังสิต และ ๑๓๗ กม. ตามทางหลวงแผ่นดินสาย ๓๓ (ถนนสุวรรณศร) มีพื้นที่ประมาณ ๒,๑๒๒ ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครอง ออกเป็น ๔ อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ้านนา อำเภอองครักษ์ และอำเภอปากพลี



กล้วยฉาบ
มันฉาบ เผือกฉาบ มีแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง มีขายที่บริเวณน้ำตกสาริกา และน้ำตกนางรอง

ขนมเปี๊ยะ แหล่งทำอยู่ที่ตลาดบ้านนา อำเภอบ้านนา เป็นขนมเปี๊ยะ “เชลล์ชวนชิม” หาซื้อได้ตามร้านค้าในจังหวัดนครนายก โทร. 0 3738 1133, 0 3738 2339

ไข่เค็มสูตรใบเตยหอม แหล่งผลิตและจำหน่ายอยู่ที่วัดสองฝั่งคลอง ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี เช่นกัน

ดอกดาหลา เป็นไม้ตระกูลเดียวกับข่ามีดอกสีแดง ตามเส้นทาง 3049 เลี้ยวซ้ายไปทางด้านวังรี มีเกษตรกรที่ทำสวนดาหลาอยู่หลายราย หากนักท่องเที่ยวต้องการจะไปเยี่ยมชมสวน ไปซื้อหรือลองตัดดอกเองได้ที่สวนวังทิพย์ โทร. 0 1929 3131 หรือที่สวนดาหลาแสงทอง (อยู่ก่อนถึงอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ)

ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ มีแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง สินค้าที่ผลิตได้แก่ เหง้าไม้ไผ่ นำมาแกะสลักเป็นรูปหน้าคน นอกจากนี้ยังทำเป็นเรือใบ นกยูง เป็นต้น มีขายบริเวณน้ำตกสาริกา น้ำตกนางรอง และวังตะไคร้

ผลิตภัณฑ์หินอ่อน แหล่งผลิตอยู่ใกล้โรงพยาบาลนครนายก อำเภอเมือง และที่ทางแยกเข้าโรงเรียนนายร้อย จปร. สินค้าที่ผลิตได้แก่ แจกัน กาน้ำ นาฬิกา กำไล โคมไฟ ป้ายชื่อ เป็นต้น

ผ้าทอมือพื้นเมือง มีแหล่งผลิตและจำหน่ายอยู่ที่วัดฝั่งคลอง ตำบลเกาะหวาย อำเภอปากพลี ทอเป็นลวดลายต่าง ๆ มีสีสันสวยงาม โทร. 0 3739 9833, 0 3739 9144, 0 1458 8200

พรมทอจากเศษผ้า มีแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา ทำเป็นพรมเช็ดเท้า พรมปูที่นอน มีหลายขนาดหาซื้อได้ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ในตลาดบ้านนา และอำเภอเมือง

มะปราง เป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดนครนายก (มะปราง คือผลไม้ที่มีรสหวาน ในขณะที่ผลไม้ สายพันธุ์เดียวกันแต่มีรสเปรี้ยว เรียกว่า มะยงชิด) มะปรางจะออกผลผลิตช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีหลายสวนที่ปลูกตามเส้นทางนครนายก-น้ำตกสาริกา หากไปในฤดูออกผลพอดีแวะไปซื้อที่สวนได้

ไม้กวาด มีแหล่งผลิตอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง ตำบลนาหินลาด ตำบลโคกกรวด ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี ไม้กวาดนี้ทำด้วยหญ้าพงช้าง ด้ามทำด้วยไม้โมกและไม้ไผ่หิน หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไปในจังหวัด


งานประเพณีสารทไทยและแข่งเรือยาวประเพณี
จัดในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี บริเวณริมคลอง 29 ที่วัดทวีพูลรังสรรค์ อำเภอองครักษ์ ในงานมีการแข่งขันเรือยาวประเภทต่าง ๆ ประกวดการกวนกระยาสารท การทำบุญวันสารทไทย และในตอนกลางคืนมีมหรสพ

งานวันมะปรางหวานและของดีนครนายก
จัดขึ้นช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ของทุกปี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด วัตถุประสงค์เพื่อแนะนำเผยแพร่มะปรางหวาน ผลิตผลทางการเกษตร และสินค้าหัตถกรรม ในงานจะมีการประกวดขบวนแห่ผลิตผลทางการเกษตร ประกวดมะปราง และพืชผลทางการเกษตร ประกวดธิดามะปรางหวาน การแสดงของนักเรียน และการออกร้านจัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการและเอกชน จำหน่ายสินค้าราคาถูก

งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับองครักษ์
จัดช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ของทุกปี บริเวณคลอง 15 ตำบลบางปลากด อำเภอองครักษ์ ภายในงานมีการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ ประกวดการจัดสวนหย่อม และการแสดงนิทรรศการทางวิชาการ

งานนครนายกมรดกธรรมชาติ
จัดช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ของทุกปี บริเวณถนนสุวรรณศร เทศบาลนครนายก เป็นการรวมกิจกรรมที่หลากหลายไว้ในงาน เช่น การประกวดและจำหน่ายของดีเมืองนครนายก นิทรรศการ อาหารจานเด็ด แข่งขันจักรยานเสือภูเขา ล่องแก่งด้วยเรือแคนู วิ่งป่า (FOREST RUN ) และกิจกรรมนำเที่ยวเมืองนครนายกหลายเส้นทางด้วยกัน

งานประเพณีตักบาตรเทโวโรหนะ
จัดช่วงแรม 1 ค่ำ เดือน 11หรือตรงกับวันออกพรรษาของทุกปี จะมีพระสงฆ์จำนวน 109 รูป มารับบิณฑบาตโดยเดินลงมาจากมณฑปวัดเขานางบวช


กลุ่มส้มโอ ไอ พี เอ็ม
เกษตรกรบ้านแก่งสามชั้น ตำบลสาริกา รวมกลุ่มกันดูแลรักษาส้มโอด้วยการควบคุมศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ภายในพื้นที่กว่า 100 ไร่ โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยคอก และสารชีวภาพจากสมุนไพรแทนการใช้ปุ๋ย และยาฆ่าแมลง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุเทพ ลุนไธสงค์ ประธานกลุ่ม โทร. 0 9931 8255

เขื่อนคลองท่าด่าน
เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดกับประชาชน มีความยาวรวม 2,720 เมตร ความสูง 93 เมตร ความจุน้ำ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร รับน้ำที่ไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำ สามารถป้องกันน้ำท่วมและลดความเสียหายจากน้ำล้นตลิ่งที่เกิดจากปริมาณฝนที่ไหลลงคลองท่าด่าน คลองนางรอง คลองวังตะไคร้และคลองสาริกาไหลลงสู่แม่น้ำนครนายกได้ถึงร้อยละ 35 นอกจากนี้ยังมีโครงการที่จะพัฒนาเขื่อนให้แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายก โดยสามารถชมอุทยานแห่งชาติได้จากบริเวณสันเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อน และมีโครงการสร้างแก่งเทียม เพื่อประโยชน์ในการล่องแก่งได้ทุกฤดูกาล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3738 4208-9 ต่อ 133 หรือที่เว็บไซต์ www.thadandam.com

จักรยานเสือภูเขา
เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้ทั้งปี การขี่จักรยานควรเริ่มตั้งแต่เช้ามืด เพราะการขี่แต่ละเส้นทางใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงขึ้นไป นอกจากแดดไม่ร้อนแล้วยังได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สวย ๆ ยามเช้าได้อย่างเต็มที่ ททท. สำนักงานภาคกลางเขต 8 จัดเส้นทางไว้ทั้งหมด 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 วังตะไคร้-วังยาว ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณเชิงสะพานวังตะไคร้ มองเห็นวิวทิวทัศน์ ระหว่างเส้นทางผ่านสวนผลไม้ ทุ่งนา เทือกเขา และที่ตั้งแค้มป์

เส้นทางที่ 2 เขาชะโงก-เขาทุเรียน ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร เริ่มต้นที่จักรดาวรีสอร์ท ระหว่างทางจะมองเห็นวิวทิวทัศน์ของ โรงเรียนนายร้อย จปร. เทือกเขา สวนผลไม้ และอ่างเก็บน้ำ

เส้นทางที่ 3 วัดพราหมณี-เขามดดำ ระยะทาง 31 กิโลเมตร เริ่มต้นที่บริเวณวัดพราหมณี มองเห็นวิวทิวทัศน์ของเทือกเขา สวนผลไม้ ทุ่งนา และสวนนก

เส้นทางที่ 4 วัดคีรีวัน-วัดเนินหอม ระยะทาง 43 กิโลเมตร เริ่มต้นที่วัดคีรีวัน ผ่านอ่างเก็บน้ำคลองสีเสียด วัดถาวรนิมิต ทุ่งนา บ้านพักอาศัย และเทือกเขา เส้นทางนี้สามารถขี่จักรยานได้ในเวลาเย็นอีกด้วย

นักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานได้ที่ แพ แคนู แคมป์ โทร. 0 3738 5042, 0 1863 4197 คยัค มาสเตอร์ โทร. 0 3739 3245, 0 1591 1635 แก่งสามชั้น คยัค เซ็นเตอร์ โทร. 0 9931 8255, 0 1377 2922 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลางเขต 8 โทร. 0 3731 2282, 0 3731 2284

ท่องไพรเขาใหญ่-นครนายก
จัดในช่วงเดือนธันวาคม-มิถุนายน ของทุกปี (กิจกรรมนี้งดในช่วงฤดูฝน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพื่อศึกษาธรรมชาติและระบบนิเวศวิทยา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนให้นักท่องเที่ยวเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นด้วย

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก นครราชสีมา ปราจีนบุรี และสระบุรี มีเนื้อที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร หรือ 1,355,396 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศประกอบด้วยป่าดิบ ป่าโปร่ง ธารน้ำ น้ำตก สัตว์ป่า และพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด สามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาลแต่ช่วงที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากที่สุดคือ ในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งในตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นจนถึงเช้า ยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาใหญ่ คือ ยอดเขาร่ม มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,351 เมตร อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับสมญานามว่าเป็น “อุทยานมรดกของอาเซียน” ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2505 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศ

สำหรับเส้นทางในการเดินป่าท่องไพรที่ทางจังหวัดนครนายกจัดขึ้น มีด้วยกัน 4 เส้นทางเริ่มต้นจากน้ำตกนางรอง โดยใช้เส้นทางในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และใกล้เคียงเป็นหลัก

น้ำตกนางรอง
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 น้ำตกนางรองอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลลดหลั่นลงมาเป็นชั้น ๆ ไม่สูงนัก มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจากน้ำตกนางรองจะไหลเชี่ยวมากควรระมัดระวังในการลงเล่นน้ำ การจัดบริเวณภายในเป็นระเบียบสะอาดตา และมีบ้านพักบริการ การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ ดังนี้ รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 150 บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 50 บาท รถตู้ (รวมบุคคล) 100 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 5 บาท

น้ำตกลานรักหรือน้ำตกตาดหินกอง
ตั้งอยู่ในตำบลสาริกา ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปน้ำตกสาริกาและน้ำตกนางรอง โดยเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกประชาเกษมประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 เข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณตัวน้ำตกซึ่งเกิดจากสายธารเล็ก ๆ ไหลผ่านลานหินในช่วงสุดท้ายและไหลพุ่งเป็นทางยาวผ่านที่กว้างเลียบตรงเชิงเขาเตี้ย ๆ สวยงาม และแปลกตาไปจากน้ำตกแห่งอื่น น้ำตกลานรักมีน้ำเฉพาะในฤดูฝน ในฤดูแล้งน้ำจะแห้ง และในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนจะมีน้ำมากที่สุดเหมาะที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว

น้ำตกสาริกา
เป็นน้ำตกในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา เดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3049 เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3050 อีก 3 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย น้ำตกสาริกาเป็นน้ำตกขนาดใหญ่สายน้ำไหลตกจากหน้าผาเป็นทอด ๆ ถึง 9 ชั้น ผาที่สูงที่สุดประมาณ 200 เมตร แต่ละชั้นมีอ่างรับน้ำและมีน้ำมากในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งน้ำแห้ง บริเวณด้านล่างของน้ำตกมีบริการห้องอาบน้ำ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ค่าเข้าชมน้ำตกผู้ใหญ่คนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท

เมืองโบราณดงละคร
ตั้งอยู่ที่ตำบลดงละคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3076 เลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 6.3 กิโลเมตร ผ่านวัดเจดีย์ทอง และเลี้ยวไปทางเดียวกับวัดดงละคร แต่เดิมเรียกกันว่า “เมืองลับแล” เป็นสถานที่ตั้งเมืองโบราณสมัยทวารวดีและขอม เนินดินดงละครหรือดงใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 6 ตารางกิโลเมตร ภายในมีเมืองโบราณหรือดงเล็ก ลักษณะเป็นรูปไข่อยู่ค่อนไปทางทิศตะวันตกของเนินดิน มีคันดินเป็นกำแพง 2 ชั้นชาวบ้านเรียกกันว่า “สันคูเมือง” และมีคูน้ำล้อมรอบ ลักษณะเดียวกับเมืองโบราณทั่วไปในสมัยทวารวดี ภายในเมืองน่าจะเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง ส่วนประชาชนทั่วไปน่าจะกระจายอยู่ในบริเวณที่ลุ่มรอบเมือง ความรุ่งเรืองที่เด่นชัดแบ่งเป็นสองช่วง ช่วงแรกเริ่มพุทธศตวรรษที่ 14-16 เป็นวัฒนธรรมแบบทวารวดี ช่วงที่สองราวพุทธศตวรรษที่ 17-19 เป็นวัฒนธรรมขอม และวัฒนธรรมก่อนอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 19 ชาวบ้านดงละครคงจะอพยพไปตั้งถิ่นฐานตามลำน้ำสายหลักในจังหวัดนครนายก สันนิษฐานว่าน่าจะมีความสำคัญเกี่ยวข้องกับเมืองศรีมโหสถที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเมืองทั้งสองอยู่ห่างกันเพียง 55 กิโลเมตร โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโบราณสถาน ได้แก่ เศษภาชนะดินเผา ภาชนะเคลือบสีฟ้า ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน เบี้ยดินเผา แผ่นตะกั่ว ตุ้มหูสำริด แผ่นทองคำ เศียรพระพุทธรูปกะไหล่ทอง สถูปศิลาแลง แหวนสำริด กำไลสำริด เป็นต้น

รอยพระพุทธบาทจำลองเขานางบวช
ประดิษฐานอยู่ที่วัดเขานางบวช ภายในมณฑปบนยอดเขานางบวช ตำบลสาริกา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร เขานางบวชมีความสูงประมาณ 100 เมตร ทางขึ้นมีบันไดคอนกรีตจากเชิงเขาถึงมณฑป 227 ขั้น รอยพระพุทธบาทนี้สร้างไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2401 ในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 12 ปีระกา และจะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทในกลางเดือน 5 ของทุกปี และยังเป็นสถานที่จัดงานตักบาตรเทโวโรหณะของจังหวัดนครนายกอีกด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3732 8289, 0 1772 9535

โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (โรงเรียนนายร้อย จปร.)
ตั้งอยู่ที่ตำบลพรหมณี ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 14 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทางองครักษ์ประมาณ 75 กิโลเมตร บริเวณโรงเรียนติดกับเขาชะโงก มีพื้นที่ ประมาณ 19,290 ไร่ เป็นสถานที่ให้การศึกษาแก่ผู้ที่จะรับราชการเป็นนายทหารสัญญาบัตรแห่งกองทัพไทย ภายในมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง และมีกิจกรรมต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินและสนุกสนานเหมาะแก่การมาเที่ยวกันแบบครอบครัว นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์บริการท่องเที่ยว โรงเรียนนายร้อย จปร. ก่อนเพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับกิจกรรมท่องเที่ยวภายในบริเวณโรงเรียน

วังตะไคร้
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ใกล้กับน้ำตกนางรองอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3049 วังตะไคร้เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิจ และหม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้นำรถยนต์เข้าชมในบริเวณได้ เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรม โดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้ นักท่องเที่ยวเดินเท้า คนละ 10 บาท รถยนต์ รถกระบะ รถตู้ รถสองแถว คันละ 100 บาท (ผู้โดยสารไม่เกิน 4 คน) มากกว่า 4 คน คิดเพิ่มตามจำนวนคนๆ ละ 10 บาท รถบัส คนละ 10 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่ www.wangtakrai.com

วัดคีรีวัน
ตั้งอยู่บนถนนสายนครนายก-ท่าด่าน เป็นวัดที่เก่าแก่ประมาณ 100 ปี ภายในวัดประดิษฐานพระแก้วมรกตองค์จำลองที่สร้างจากเนื้อเรซินใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 32.9 นิ้ว มีเครื่องทรงทั้ง 3 ฤดู ประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้ 7 กะรัต พลอยแท้ 2,000 กว่าเม็ด และทับทิมอีกจำนวนมาก สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1268 7111

วัดถ้ำสาริกา
วัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่บำเพ็ญศาสนธรรมของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เมื่อปี พ.ศ. 2460-2463 และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่สมเด็จพระสังฆราช พระราชทานให้เมื่อ พ.ศ. 2535 บรรจุอยู่ที่ยอดมณฑปบนยอดเขา นอกจากนี้ทางวัดยังได้เปิดศาลาปฏิบัติธรรมสำหรับผู้ที่สนใจปฏิบัติธรรม สามารถรองรับได้ 100 คน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 9931 6976

วัดพระพุทธฉาย (วัดเขาชะโงก)

คั้งอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ต.พรหมณี เป็นที่ประดิษฐานของ "พระพุทธฉาย" ภาพเขียนติดอยู่ที่ชะโงกผาบนภูเขาเตี้ยๆ เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดนครนายก รอยพระพุทธบาทคู่ พระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และสังขารพระครูสมุห์สี ฐานิโย โดยในช่วงกลางเดือน 3 จะมีงานนมัสการเป็นประจำทุกปี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 9934 9010

วัดพราหมณีและอนุสรณ์สถานกองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37

ตั้งอยู่ตำบลสาริกา ประมาณกิโลเมตรที่ 5 ทางไปน้ำตกสาริกา-นางรอง สมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา พ.ศ. 2482-2488 กองพลทหารญี่ปุ่นที่ 37 เคยมาตั้งทัพอยู่ที่วัดนี้ สมาคมทหารสหายสงครามกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จึงสร้างอนุสรณ์สถานขึ้นที่นี่เมื่อปี พ.ศ. 2535 เพื่อเป็นที่ระลึกถึงดวงวิญญาณของบรรดาทหารสังกัดกองพลญี่ปุ่นที่ 37 จำนวน 7,920 นาย ซึ่งเสียชีวิตในระหว่างสงคราม โดยนำอัฐิที่ฝังอยู่ในบริเวณวัดมาบรรจุในแท่นที่จัดสร้างขึ้น

นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดพราหมณียังมีสวนสัตว์จำลองโดยมีรูปปูนปั้นสัตว์ป่ามากมาย เช่น ช้าง โค กระบือ กระทิง เก้ง กวาง และพระพุทธรูปเก่าแก่ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แดง เล่ากันว่าชาวลาวอพยพได้อัญเชิญมาเมื่อสมัยเวียงจันทน์แตก เรียกกันว่า “พระพุทธรูปปากแดง” ปกติโบสถ์ไม่เปิดหากนักท่องเที่ยวมีความประสงค์ที่จะเข้าชมสามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่เจ้าอาวาส

วัดสันตยาราม

อยู่ที่ตำบลพรหมณี สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับพระทานจากสมเด็จพระสังฆราช ประดิษฐานอยู่ในพระมหาธาตุเจดีย์ "สันตยาศรีนครนายก" พระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของประเทศไทย เช่น พระพุทธโสธร หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโตวัดบางพลี หลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3731 2549

วัดใหญ่ทักขิณาราม
ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านใหญ่ ริมแม่น้ำนครนายก จากตัวเมืองเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 3049 แล้วเลี้ยวขวาเข้าบ้านใหญ่ วัดใหญ่เป็นวัดเก่าแก่กล่าวกันว่าชาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาเมื่อครั้งเกิดสงครามลาวกับฝรั่งเศส ชาวเวียงจันทน์แพ้สงครามจึงอพยพลงมาทางใต้ และมีกลุ่มหนึ่งมาตั้งหลักแหล่งอยู่ในเขตอำเภอเมืองนครนายก เรียกว่า “บ้านใหญ่ลาว” และได้สร้างวัดขึ้นในปี พ.ศ. 2323 เรียกว่า “วัดใหญ่ลาว” ในปี พ.ศ. 2484 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหญ่ทักขิณาราม สิ่งที่สำคัญในวัด คือ พระอุโบสถซึ่งมีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 10.15 เมตร สูง 10 เมตร มีกำแพงแก้วล้อมรอบ สร้างโดยช่างชาวเวียงจันทน์ ลักษณะพระอุโบสถเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้อง ก่ออิฐถือปูน บานประตูเป็นไม้แกะสลักกรอบด้านขวามือเป็นรูปยักษ์ถือกระบองชูขึ้น และเท้าบั้นเอว หน้าบันเป็นไม้แกะสลักรูปเทพพนม กำแพงแก้วมีซุ้มประตูโค้งเลียนแบบศิลปตะวันออก มีทหารสวมหมวกแต่งกายแบบยุโรปถือกระบองเป็นทวารบาลด้านละ 2 คน ด้านนอกกำแพงแก้วด้านทิศตะวันตกมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองแบบทรงเครื่องดูสวยงาม

ศาลหลักเมือง
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครนายก เสาหลักเมืองเดิมเป็นเสาไม้ยาวประมาณ 1 เมตรเศษ ปลายเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวตั้งอยู่บริเวณกำแพงเมืองเก่าต่อมาประมาณ พ.ศ. 2453 ทางราชการเห็นว่าศาลหลักเมืองเดิมชำรุดมากจึงได้ย้ายหลักเมืองไปประดิษฐานที่ตึกแดงในโรงเรียนสตรีประจำจังหวัด คือ โรงเรียนศรีนครนายก ภายหลังได้ย้ายมาสร้างใหม่ริมแม่น้ำนครนายกภายในสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 โดยสร้างเป็นศาลาจตุรมุข เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเมืองจนถึงทุกวันนี้

สวนละอองฟ้า
ตั้งอยู่บ้านหุบลึก ตำบลเขาพระ เป็นแหล่งรวบรวมทุเรียนโบราณพันธุ์ดั้งเดิมกว่า 50 พันธุ์ ที่คุณลุงชม โสวรรณตระกูล นำมาจากสวนแถบฝั่งธนบุรีมาปลูกไว้เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว และได้คิดค้นเพิ่มขึ้นจนมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ ปัจจุบันสวนแห่งนี้จึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ทุเรียนโบราณ ซึ่งนอกจากจะได้เข้าเยี่ยมชม แลกเปลี่ยนความรู้ ถ้ามาเดือนเมษายน-มิถุนายน จะได้ชิมทุเรียนโบราณรสชาติหวานมันสด ๆ จากต้นด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3821 6035-6, 0 9246 4271

สวนวังทิพย์
ตั้งอยู่หมู่ 12 ตำบลเขาพระ เป็นแหล่งรวมดาหลาสีสวยทั้งสีแดง ชมพู เหลือง และขาว ที่เจ้าของสวนริเริ่มปลูกขึ้นเพื่อตัดดอกขายเป็นรายแรกของนครนายก เคล็ดลับการทำให้ดอกดาหลาที่นี่สีสวย ดอกใหญ่ คือ เสียงเพลงที่คุณโสตทิพย์เล่นกีตาร์ร้องเพลงให้ฟังทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 1929 3131

สวนศรียา
ตั้งอยู่ตำบลหินตั้ง เป็นสวนที่เจ้าของสวนนำต้นไม้ธรรมดามาทำให้เป็นพันธุ์ไม้ใหม่ ๆ แปลก ๆ เช่น ต้นไม้แฟนซี ต้นไม้เต้นระบำ ต้นกระเทียม ต้นแมงดา ผลไม้ขวด เป็นต้น สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3738 4093

สวนสมบุญการเกษตร
อยู่ริมถนนสุขาภิบาล ทางไปโรงเรียนนายร้อย จปร. สวนนี้เป็นต้นตำรับมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้าฯ ซึ่งเจ้าของสวนนำต้นพันธุ์มาจากสมุทรสงคราม เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ด้วยคุณสมบัติผลใหญ่ เมล็ดเล็กลีบ เนื้อแข็ง รสหวานแหลม ผิวสวย กลิ่นหอม ต้นเตี้ย เก็บง่าย และให้ผลเกือบทั้งปีจึงได้รับรางวัลหลายรางวัล สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3738 2501

หลวงพ่อเศียรนคร
ประดิษฐานอยู่ ณ วัดบุญนาครักขิตาราม (วัดต่ำ) ตำบลนครนายก เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดนครนายกให้ความเคารพศรัทธา สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยพระร่วง ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2495 บริเวณโรงกลั่นสุราจังหวัดนครนายก ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดนางหงษ์ ตำบลท่าช้าง โดยขุดพบแต่เศียรไม่มีองค์ และได้นำไปไว้ที่โรงเรียนนายกพิทยา (ปัจจุบันยุบไปแล้ว) ต่อมานำไปประดิษฐานที่วัดบุญนาครักขิตาราม ในปี พ.ศ. 2511 มีผู้ศรัทธาสร้างองค์พระและโบสถ์ถวาย และถวายพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อเศียรนคร” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อ่างเก็บน้ำทรายทอง
อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง ตรงหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร (ทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาคงความสวยงามตามธรรมชาติ เหนืออ่างเก็บน้ำขึ้นไปประมาณ 2 กิโลเมตร มี ”น้ำตกทรายทอง” เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีน้ำเกือบตลอดปี การเดินทางไปยังน้ำตกทรายทองต้องเดินเท้าเข้าไปโดยเริ่มจากตัวเขื่อนอ่างเก็บน้ำใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที

อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ
อยู่ที่ตำบลเขาพระ แยกซ้ายมือจากถนนที่ไปน้ำตกสาริกา-นางรอง บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปตามถนนเขาทุเรียนระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร (ทางไปบ้านวังรี) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กที่มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติมีน้ำตลอดปี มีถนนลาดยางรอบอ่าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน และใช้เป็นศูนย์กีฬาทางน้ำของจังหวัดนครนายก เนื่องจากมีศักยภาพในการเล่นเรือกรรเชียง เรือแคนูน้ำเรียบ เรือใบ และวินด์เซิฟในบางฤดู

น้ำตกวังม่วง
ตั้งอยู่ที่ตำบลนาหินลาด โดยเดินทางไปตามถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3288 เป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร เส้นทางสะดวกไปจนถึงบริเวณน้ำตก มีน้ำไหลผ่านแนวหินเป็นระยะ ๆ ลงมายังอ่างรับน้ำสุดท้าย บริเวณโดยรอบเป็นป่าร่มรื่น ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงจะสุดน้ำตก ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยวจะเป็นช่วงฤดูฝน เพราะจะมีน้ำมาก

น้ำตกเหวนรก
ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เดินทางจากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศร ถึงสี่แยกเนินหอมหรือวงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 3077 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 มีทางเดินเท้าไปน้ำตกเหวนรกอีก 1 กิโลเมตร น้ำตกเหวนรกเป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านน้ำตกชั้นนี้จะพุ่งไหลสู่หน้าผาชั้นที่สองและชั้นที่สาม ในลักษณะการไหลตก 90 องศาไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในช่วงฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนน่ากลัว

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านปากพลี
ตั้งอยู่ภายในวัดโพธิ์ปากพลี หมู่ที่ 2 ต.ปากพลี เป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุจำนวนมากที่ขุดค้นพบในบริเวณตำบลปากพลี มีอายุระหว่า 2,700-3,000 ปี เช่น เครื่องปั้นดินเผา ภาชนะสำริด กำไลสำริด ลูกปัดแก้ว ฯลฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ วัดโพธิ์ปากพลี โทร. 0 3739 9075

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวน
ตั้งอยู่ที่ ตำบลเกาะหวาย เป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทยพวนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีอายุราว 200 ปี เช่น ผ้าซิ่นไทยพวน โม่หิน ถังต้มกาแฟโบราณ อุปกรณ์การทำนา เครื่องมือในการทอผ้า นอกจากนี้ยังมีกลุ่มทอผ้าพื้นเมืองและการทำไข่เค็มสูตรใบเตยหอม ในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3739 9833

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลอง
ตั้งอยู่ตำบลปากพลี ริมทางหลวงหมายเลข 33 พิพิธภัณฑ์นี้เป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทยพวนในอดีตอายุราว 200 ปี เช่น ผ้าซิ่นไทยพวน โม่หิน ถังต้มกาแฟโบราณ อุปกรณ์ในการทำนา เครื่องมือในการทอผ้า เป็นต้น นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดยังมีกลุ่มทอผ้าพื้นเมือง และทำไข่เค็มสูตรใบเตยหอม

วัดป่าศรีถาวรนิมิต
ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งเข้ ตำบลหนองแสง จากตัวเมืองแยกซ้ายมือจากถนนสุวรรณศรไปตามทางหลวงสายนครนายก-ท่าด่าน (ถนนสาย 3239) ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร มีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร บริเวณวัดมีเนื้อที่ประมาณ 350 ไร่ อยู่ติดกับเทือกเขาใหญ่ที่รายล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ บริเวณโดยรอบมีไม้ยืนต้นร่มรื่นและเงียบสงบ มีกุฏิปฏิบัติธรรมนับร้อยหลัง สำหรับพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา และประชาชนผู้สนใจปฏิบัติธรรมทั่วไป ในบริเวณนี้ยังมีโครงการเมืองสหกรณ์อันเนื่องมาจากพระราชดาริ มีการทำสวนผักปลอดสารพิษและนาข้าวโดยใช้ระบบเกษตรธรรมชาติ วัดนี้อยู่ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ พระครูสรพาจน์พิไล (เจ้าอาวาส) โทร. 0 3730 8366, 0 1866 1304

อ่างเก็บน้ำวังบอน
ตั้งอยู่บ้านวังบอน หมู่ที่ 7 ตำบลนาหินลาด จากตัวเมืองนครนายกใช้ทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายก่อนถึงอำเภอปากพลี (เส้นทางไปน้ำตกวังม่วง) ระยะทางประมาณ 24 กิโลเมตร บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำเป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ และกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว เช่น เดินป่า ดูนก โรยตัวจากหน้าผาชมความงามของน้ำตกธารรัตนา ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พายเรือแคนูชมความงามของน้ำตกวังบอน เป็นต้น

น้ำตกกะอาง
ตั้งอยู่ที่ตำบลเขาเพิ่ม จากตัวเมืองไปตามถนนสุวรรณศรถึงอำเภอบ้านนาเยื้องกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอบ้านนา มีถนนแยกไปน้ำตกกะอางระยะทาง 11 กิโลเมตร เป็นน้ำตกเล็ก ๆ ลักษณะเป็นลานหินกว้างมีน้ำตกไหลผ่านตามช่องหิน ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว คือ ช่วงฤดูฝน (ประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม) ฤดูแล้งน้ำจะแห้ง ในบริเวณยังไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ บริเวณใกล้เคียงมีสถานีเพาะชำกล้าไม้ของกรมป่าไม้ตั้งอยู่ด้วย และมีเนินเขาเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย

ศาลเจ้าพ่อองครักษ์
ตั้งอยู่ฝั่งแม่น้ำนครนายก ในเขตตำบลสันทรายมูล มีเรื่องเล่าว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ ได้เสด็จประพาสจังหวัดปราจีนบุรีโดยเสด็จผ่านมาตามลำแม่น้ำนครนายก และได้มาประทับแรมบริเวณที่ตั้งศาลเจ้าพ่อองครักษ์ในปัจจุบัน ในระหว่างประทับแรมอยู่นั้นนายทหารราชองครักษ์ป่วยและเสียชีวิตลง จึงทรงมีพระราชประสงค์ให้สร้างศาลขึ้นเป็นอนุสรณ์ ศาลแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อองครักษ์” และใช้เป็นชื่อของอำเภอองครักษ์ในเวลาต่อมา บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อองครักษ์นี้เป็นวังน้ำวน น้ำไหลเชี่ยวมาก ถือว่าน้ำตรงวังน้ำวนเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์จึงนำไปทำพิธีสรงน้ำมูรธาภิเษกเมื่อคราวประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน

ศูนย์ไม้ดอก ไม้ประดับ
ตลอดแนวคลอง 15 และบริเวณใกล้เคียงริมเส้นทางสายรังสิต - นครนายก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์พืชทั้งไม้ดอกไม้ประดับต่างๆ นับว่าที่นี่เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิดที่เพาะชำ ทาบกิ่ง ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่จัดส่งไปยังแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั่วประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีบอนไซ ไม้ถัก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะชมและเลือกซื้อได้ในราคาขายส่ง และที่ศูนย์สาธิตการตลาดหมู่ 11 ซึ่งตั้งอยู่ในที่ทำการกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสันติธรรมสามัคคี (บริเวณสวนป้าผาด) มีวัสดุเพาะชำต้นไม้ขายในราคาถูกหาไม่ยากจากปากคลองตรงไปตามถนนเรื่อยๆ ถึงวัดสันติธรรมราษฎร์บำรุง เลี้ยวขวาไปประมาณ 4.5 กิโลเมตร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอองครักษ์ โทร. 0 3739 1295

`๏่’ นครนายก - Nakhonnayok `๏่’

`๏่’ นครนายก - Nakhonnayok `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ไปได้ 2 เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางแรก ไปตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิตผ่านอำเภอองครักษ์ ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่แยกหินกองไปตามถนนสุวรรณศร (ทางหลวงหมายเลข 33) จนถึงนครนายกระยะทางประมาณ 137 กิโลเมตร หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติม โทร. 1543


`๏่’ นครนายก - Nakhonnayok `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัท ขนส่ง จำกัด บริการรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันวันละหลายเที่ยว มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ - หินกอง - นครนายก และกรุงเทพฯ - รังสิต - องครักษ์ - นครนายก นอกจากนี้ยังมีรถสายกรุงเทพฯ - นครนายก - อรัญประเทศ และสายกรุงเทพฯ - องครักษ์ - โรงเรียนนายร้อย จปร. โดยต้องต่อรถเข้าเมืองอีก 7 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2936 3660, 0 2936 3666 หรือ www.transport.co.th

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.