
" เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า
เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง "

จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่มีหลักฐานแน่ชัดครับว่าสร้างขึ้นในสมัยใดและใครเป็นผู้สร้าง
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า เป็นเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย
เพราะมีการสร้างสถาปัตยกรรมแบบเดียวกับสุโขทัย และในหลักศิลาจารึกสมัยสุโขทัยหลักที่
93 ได้กล่าวถึงเมืองเพชรบูรณ์ว่า เป็นเมืองที่อยู่ในอาณาจักรสุโขทัยครับ
ซึ่งเพชรบูรณ์คงเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มิใช่น้อย เพราะปรากฏหลักฐานในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
ว่าเป็นเส้นทางเดินทัพหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อถึงสมัยกรุงธนบุรี เจ้าพระยาจักรี
(พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก) ได้นำกองทัพตีทัพอะแซหวุ่นกี้
ที่ล้อมเมืองพิษณุโลกออกมาได้ และก็ได้มาชุมนุมพักทัพที่เมืองเพชรบูรณ์ด้วย
ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น
ได้ดำเนินการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพฯ ไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะมีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ในวงเขาล้อมรอบ
ทำให้ศัตรูรุกรานได้ยาก แต่แผนการนี้ต้องยกเลิกไปเมื่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม
ลาออกจากตำแหน่ง และสงครามโลกได้ยุติลง
จังหวัดเพชรบูรณ์
มีเนื้อที่ประมาณ 12,678 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ
คือ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า อำเภอชนแดน อำเภอหนองไผ่
อำเภอบึงสามพัน อำเภอวังโป่ง อำเภอวิเชียรบุรี อำเภอศรีเทพ อำเภอน้ำหนาว
และอำเภอเขาค้อ
ทิศเหนือ ติดต่อกับ จังหวัดเลย
ทิศใต้ ติดต่อกับ จังหวัดลพบุรี
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และ นครสวรรค์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ จังหวัดชัยภูมิ และ ขอนแก่น

มะขามหวาน มะขามหวานเป็นพืชเศรษฐกิจอย่างหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์
จนมีการยกย่องให้เมืองเพชรบูรณ์เป็น "เมืองมะขามหวาน" มะขามหวานเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด
ที่นิยมปลูกกันมีหลากหลายพันธุ์ เช่น หมื่นจง นายหยัดหรือสีทอง ศรีชมภู
ขันตี ฯลฯ สามารถหาซื้อได้ราวเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์
นอกจากมะขามหวานแล้ว ยังมีเสาวรส(แพชชั่นฟรุท)หรือกระทกรก เป็นผลไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นน้ำผลไม้มีรสเปรี้ยวอมหวานชื่นใจ
ไก่ย่างวิเชียรบุรี เป็นอาหารที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์
มีลักษณะพิเศษคือ หนังไก่ย่างจะเหลืองกรอบแห้งน่ารับประทานมาก มีจำหน่ายตามร้านบริเวณสามแยกวิเชียรบุรี
กลุ่มผลิตภัณฑ์จากเศษผ้าบ้านนาตะกรุด 79 หมู่ 2
บ้านนาตะกรุด ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ โทร. 0 2318 5153, 0 9895 9215 (
จำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียงซึ่งทำจากเศษผ้ามาเย็บต่อกัน
)
ขนมจีนหล่มเก่า อาหารที่ขึ้นชื่อเป็นหน้าเป็นตาของอำเภอหล่มเก่า
คือขนมจีนสด เส้นขนมจีนจะทำขึ้นใหม่ในขณะนั้นเลย โดยหยอดแป้งในน้ำร้อนและช้อนขึ้นมาทำเป็นจับขนาดเล็กพอคำ
น้ำยาที่รับประทานกับขนมจีนที่นิยมมี 4 ชนิด คือ น้ำยา น้ำพริก น้ำยาป่าและน้ำปลาร้า
จัดใส่ถ้วยหรือภาชนะหม้อดิน มีเครื่องเคียงประเภทผักสด ผักต้ม และผักกาดดอง
พืชผักเมืองหนาวนานาชนิด มีจำหน่ายที่ไร่บี.เอ็นหรือร้านจำหน่ายสินค้าชาวบ้านริมทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก
ส่วนผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักผลไม้มีจำหน่ายที่ไร่กำนันจุล ไร่บีเอ็นและเขาค้อทะเลภูรีสอร์ท

งานมะขามหวานและงานกาชาดจังหวัดเพชรบูรณ์
จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมกราคมของทุกปี มีการประกวดมะขามหวานพันธุ์ต่าง
ๆ การแสดงทางวัฒนธรรม มหรสพ การออกร้านต่าง ๆ มากมาย
งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ
จัดในช่วงเทศกาลสารทไทย ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน
10 ของทุกปี ชาวเมืองเพชรบูรณ์จะมีการแห่พระพุทธมหาธรรมราชา พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดไปรอบเมืองจนถึงบริเวณหน้าวัดไตรภูมิ
จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นตัวแทนของชาวเพชรบูรณ์ จะเป็นผู้อุ้มพระพุทธมหาธรรมราชาดำลงไปในน้ำและโผล่ขึ้นมา
ทำเช่นนี้จนครบทั้ง 4 ทิศ ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด หากปีใดไม่ได้กระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำเชื่อกันว่าปีนั้นจะเกิดฝนแล้ง
เทศกาลเส็งกลอง ล่องโคมไฟ
เทศกาลเส็งกลอง ล่องโคมไฟ ไหว้พ่อขุนผาเมือง จัดขึ้นที่
อ.หล่มสัก เป็นเทศกาลประจำปีจัดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม เพื่อเคารพสักการะเผยแพร่ประวัติเกียรติคุณของพ่อขุนผาเมือง
ปุชนียบุคคลของชาติไทย และเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการเส็งกลอง
และการล่องโคมไฟของชาวอำเภอหล่มสักให้ดำรงสืบไป
กิจกรรมภายในงานได้แก่ พิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพ่อขุนผาเมือง การแข่งขันเส็งกลอง
การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งพ่อขุนผาเมือง เป็นต้น
ประเพณีการเส็งกลอง ล่องโคมไฟ เป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวอำเภอหล่มสัก
ซึ่งมีมาแต่โบราณ มักนิยมเล่นในช่วงเทศการลเข้าพรรษา-ออกพรรษา (การเส็งกลองคือการตีกลอง)
ซึ่งมีการเส็งกลอง 2 ลักษณะ คือ การเส็งกลองร่วมกับงานบุญบั้งไฟ
โดยเชื่อว่าการเส็งกลอง เป็นการเชิญเทวดา มนุษย์โลก และภูตผีมาร่วมทำบุญบั้งไฟโดยพร้อมเพรียงกัน
อีกลักษณะจะเป็นการนัดหมายช่างตามหมู่บ้านต่างๆให้นำกลองมาเส็งแข่งกัน
เพื่อประกวดในเรื่อง "ความดัง" กลองที่ตีได้เส้งดังที่สุด
คือ มีเสียงทุ้มกลาง แหลม ครบถ้วน จะเป็นผู้ขนะการแข่งขัน ส่วนประเพณีการล่องโคมไฟ
เป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่นิยมเล่นกันในวันออกพรรษาซึ่งเชื่อว่าหลังพระพุทธเจ้าได้จำพรรษาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ครบ
3 เดือนแล้ว จึงได้ขึ้นไปเทศนาให้พระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดุสิต
และลงมาเทศน์โปรดมนุษย์โลกและเมืองบาดาล ซึ่งเป็นที่พอใจของพญานาคยิ่งนัก
พญานาคจึงถวายพั่งไฟพญานาค เพื่อเป็นการสักการะพระพุทธองค์ร่วมกับพญานาค
และเป็นการส่งเคราะห์ร้าย รวมทั้งเป็นการขอขมาแม่พระคงคาด้วย ส่วนโคมไดหรือโดมลมที่ลอยขึ้นไปในอากาศจะเป็นการบูชาเทวดา
ประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหกและผีตาโม่
เป็นงานเทศกาลบุญบั้งไฟขอฝนและผีตาโม่ซึ่งเป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่มีประวัติยาวนานของผู้คนในท้องถิ่นของอำเภอหล่มเก่า
เป็นผีที่คอยสิงสถิตอยู่ตามบ้านเรือน ป่าเขาลำเนาไพร ชาวบ้านที่บ้านนาทรายจึงได้จัดขบวนแห่ผีตาโม่ขึ้นในเทศกาลบุญบั้งไฟเดือนหก
เพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล อันจะทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คืออำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก อำเภอด่านซ้าย
จังหวัดเลย และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ 191,875
ไร่ ประกาศเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นเทือกเขาที่มีภูมิทัศน์สวยงาม
มีป่าใหญ่ปกคลุมเขียวชอุ่มตลอดปี มีลานหินกว้างใหญ่ ซึ่งเกิดรอยแตกเป็นร่องยาวและลึกอยู่มากมาย
บางตอนเป็นหน้าผาตัดชันชวนตื่นตา นอกจากนั้นดินแดนนี้ยังเคยเป็นยุทธภูมิที่สำคัญเนื่องมาจากความขัดแย้งของลัทธิและแนวความคิด
ทางการเมือง นับเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจทางการท่องเที่ยวการเดินทาง
ลักษณะภูมิอากาศ ภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้ายภูกระดึงและภูหลวง
เนื่องจากมีความสูงในระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี
โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิจะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส ฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย
ฝนตกชุกในฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ามีพื้นที่อยู่ในเขตรอยต่อ
3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ดังนั้นจึงสามารถเดินทางสู่ภูหินร่องกล้าได้หลายเส้นทาง
ดังนี้
1. กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-นครไทย ระยะทาง 480 กิโลเมตร การเดินทางไปภูหินร่องกล้า
จากจังหวัดพิษณุโลกใช้เส้นทางหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เลี้ยวซ้ายที่บ้านแยง
กิโลเมตรที่ 68 เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2013 ไปอีก 28 กิโลเมตร ถึงอำเภอนครไทย
แล้วเลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2331 ไปอีก 31 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
2. กรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-อ.หล่มเก่า ระยะทาง 402 กิโลเมตร
เส้นทางที่ขึ้นสู่อุทยานภูหินร่องกล้า ปัจจุบันมีเส้นทางที่สะดวก
2 เส้นทางคือ
1. บ้านหนองกระท้าว อ. นครไทย-บ้านห้วยตีนตั่ง-บ้านห้วยน้ำไช-ภูหินร่องกล้า
ระยะทาง 31 กิโลเมตร เป็นทางราดยางตลอดสาย ขึ้นได้สะดวกกว่าเส้นอื่น
2. อ. หล่มสัก-อ. หล่มเก่า- บ้านวังบาน-บ้านเหมืองแบ่ง-บ้านม้งทับเบิก-ภูหินร่องกล้า
ระยะทาง 60 กิโลเมตร ปัจจุบันเส้นทางสายนี้ได้ราดยางหมดแล้ว แต่ทางขึ้นไปค่อนข้างลำบากเพราะลักษณะเส้นทางค่อนข้างสูงชัน
และคดเคี้ยวมาก เหมาะเป็นทางลงมากกว่า การขึ้นจากเส้นทางนี้ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังค่อนข้างสูง
และใช้ความระมัดระวังมาก
หมายเหตุ - การเดินทางขึ้นและลงภูหินร่องกล้าทั้งสองเส้นทาง
ควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังสูงตรวจเช็คสภาพ คลัตช์ และเบรก ให้อยู่ในสภาพที่ดีมาก
และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเอง
การขึ้นไปภูหินร่องกล้าควรเริ่มต้นที่จังหวัดพิษณุโลก โดยรถสายพิษณุโลก-นครไทย
รถจะออกจากสถานีขนส่งพิษณุโลกทุก ๆ 1 ชั่วโมง เที่ยวแรกออกเวลา 06.00
น. และเที่ยวสุดท้ายเวลา 18.00 น. ค่าโดยสารคนละ 28 บาท ใช้เวลาเดินทาง
2 ชั่วโมง จากนั้นสามารถต่อขึ้นรถสองแถวเล็กสายนครไทย-ภูหินร่องกล้า
ซึ่งมีบริการวันละ 6 เที่ยว ออกเวลา 08.00, 09.30, 12.00, 14.00
และ 15.30, 17.00 น. รถจะจอดอยู่บริเวณหน้าตลาดอำเภอนครไทย และเที่ยวกลับรถจะออกจากที่ทำการอุทยานฯ
เวลา 07.30, 08.15, 11.00, 14.00 และ 17.00 น. ค่าโดยสารคนละ 25
บาท
บริการรถเช่าขึ้นภูหินรองกล้า นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอเช่ารถตู้หรือรถสองแถวเล็กขึ้นภูหินร่องกล้าได้ที่บริเวณตลาด
อ. นครไทย และทางแยกบ้านหนองกระท้าว หรือที่บริษัท รังทองทัวร์ ในตัวจังหวัดพิษณุโลก
โทร. (055) 259-973 และบริษัท เอเบิลทัวร์แอนด์ทราเวล โทร. (055)
242-206, 246-438 ซึ่งมีรถตู้ปรับอากาศคอยบริการนักท่องเที่ยวจาก
จ. พิษณุโลก ไปยังภูหินร่องกล้าเป็นประจำอีกด้วย
หมายเหตุ - เนื่องจากเส้นทางขึ้นสู่ภูหินร่องกล้ามีสภาพสูงชัน
จึงไม่แนะนำให้นำรถบัสใหญ่ขึ้น ควรเปลี่ยนเป็นรถสองแถวเล็กหรือรถตู้ที่อำเภอนครไทยหรือบ้านหนองกระท้าวจะสะดวกกว่า
อุทยานฯ มีที่พักแบบเต็นท์และบ้านติดต่อสำรองที่พักได้ที่กองอุทยานแห่งชาติ
กรมป่าไม้ กรุงเทพมหานคร โทร. 579-7223, 579-5734 กรณีที่นำเต็นท์มากางเอง
อุทยานคิดค่าบำรุงสถานที่คนละ 30 บาท และยังมีบริการจัดแคมป์ไฟ คิดค่าบริการกองละ
100 บาท (อุทยานมีบริการไฟฟ้า ตั้งแต่เวลา 18.30-22.00 น.)
เสาหลักเมืองเพชรบูรณ์
ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเทพารักษ์ หลักเมือง ถนนหลักเมือง ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์
เป็นเสมาหินที่สมเด็จกรมพระยาดำเรงราชานุภาพทรงนำมาจากเมืองศรีเทพเมื่อปี
พ.ศ. 2447 เป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
วัดไตรภูมิ
ตั้งอยู่บนถนนเพชรรัตน์ เป็นวัดเก่าแก่ที่ประดิษฐานของพระพุทธมหาธรรมราชา
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องศิลปะสมัยลพบุรี
ชาวบ้านพบในแม่น้ำป่าสักบริเวณหน้าวัด จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดนี้
ต่อมาพระพุทธรูปองค์นี้ได้หายไป และมีผู้พบในแม่น้ำตรงที่พบครั้งแรกอีก
จึงถือกันเป็นประเพณีของจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า เมื่อถึงเทศกาลสารทไทย
จะมีการแห่พระพุทธมหาธรรมราชาไปรอบเมืองจนถึงบริเวณที่พบพระพุทธรูป
จากนั้นตัวแทนของชาวเมืองเพชรบูรณ์ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้อุ้มพระพุทธรูปลงดำไปยังก้นแม่น้ำ
แล้วโผล่ขึ้นมา ทำเช่นนี้จนครบทั้ง 4 ทิศ ถือว่าเป็นสิริมงคลแก่จังหวัด
และถ้าไม่ได้กระทำพิธีอุ้มพระดำน้ำจะเกิดฝนแล้ง พิธีอุ้มพระดำน้ำนี้จะทำในวันขึ้น
15 ค่ำ เดือน 10
วัดพระแก้ว วัดพระสิงห์และวัดเสือ
ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง เป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่เรียงกัน
โดยวัดพระสิงห์อยู่ทางทิศเหนือ วัดพระแก้วอยู่ตรงกลาง และวัดพระเสืออยู่ทางทิศใต้
มีโบราณสถานสำคัญคือ "พระปรางค์" ที่วัดพระแก้ว และพระเจดีย์หลังพระอุโบสถในวัดพระสิงห์
กรมศิลปากรได้สันนิษฐานว่าพระพุทธรูปที่ขุดพบนั้นสร้างมานานกว่าเจ็ดร้อยปี
ขณะนี้พระปรางค์และพระเจดีย์ยังมีให้เห็นอยู่ นอกจากนี้ยังมีกรุและโอ่งพระพุทธรูปและของสำคัญต่างๆ
เช่น เครื่องปั้นดินเผา พระพุทธรูปทองคำเนื้อสัมฤทธิ์ เนื้อเงิน
แผ่นทองคำ และพระผงดินเผา แบบสุโขทัย
บริษัทจุลไหมไทย จำกัด
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ก่อนถึงตัวเมืองเพชรบูรณ์
ประมาณ 21 กิโลเมตร ใกล้สามแยกวังชมภู เป็นบริษัทที่ผลิตเส้นใยไหม
กรรมวิธีการผลิตยังคงใช้แรงงานเป็นหลัก เริ่มจากการฟักไข่ไหมเป็นตัวหนอนและเข้าดักแด้
จากนั้นจึงนำมาสาวใยไหมออกเป็นเส้น นอกจากนี้ยังมีไร่หม่อนกว่า 2,000
ไร่ นักท่องเที่ยวสามารถขอเข้าชมการผลิตเส้นใยไหมได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-ธันวาคม
ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะกรุณาติดต่อล่วงหน้าเพื่อจัดเตรียมวิทยากรบรรยายที่
โทร. (056) 771102-6
เขารัง
เป็นจุดชมวิวที่กว้างไกล อากาศดี ตั้งอยู่บนเส้นทางสายเพชรบูรณ์-ตะพานหิน
ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อเปิดเมืองเพชรบูรณ์
ถนนสายนี้ได้คร่าชีวิตผู้คนที่สร้างทางจำนวนมาก โดยเสียชีวิตด้วยโรคไข้มาลาเรีย
สวนรุกขชาติผาเมือง
ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ "หนองนารี" ตั้งอยู่ริมถนนนารีพัฒนา
หมู่ที่ 5 ตำบลสะเดียง หลังสนามกีฬาจังหวัดเพชรบูรณ์ ห่างจากตัวเมือง
2 กิโลเมตร มีบึงน้ำขนาดใหญ่ บรรยากาศร่มรื่น มีร้านอาหาร เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเพชรบูรณ์
อ่างเก็บน้ำชลประทานห้วยป่าแดง
เป็นอ่าเก็บน้ำที่กรมชลประทานสร้างกั้นห้วยป่าแดงในเขตตำบลป่าเล่า
อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ อยู่ทางด้านทิศตะวันตก ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข
2006 ประมาณ 8 กิโลเมตร
ชาวเมืองเพชรบูรณ์ เรียกอ่างเก็บแห่งนี้ว่า ทะเลสาบเพชรบูรณ์
เป็นสถานที่พักผ่อนที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ภายในบริเวณอ่างเก็บน้ำ
มีเพิงขายอาหารประเภทข้าวเหนียวส้มตำ และที่มีชื่อที่สุดคือ ปลานิลทอดและปลานิลเผา
ห้วยป่าแดง
สวนรุกขชาติซับชมพู
แยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ที่บ้านโภชน์ อำเภอหนองไผ่ไปอีก
8 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดของชาวเพชรบูรณ์
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เป็นที่เคารพสักการะของชาวอำเภอวิเชียรบุรี และชาวเมืองใกล้เคียงเป็นอันมาก
ทางอำเภอจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในวันกองทัพไทย
เป็นเวลา 3 วัน คือในวันที่ 25-27 มกราคม ของทุกปี เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับจังหวัด
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
เมืองเก่าศรีเทพ เดิมชื่อ "เมืองอภัยสาลี" ภายหลังจึงเปลี่ยนเป็น
"เมืองศรีเทพ" เป็นเมืองที่สร้างขึ้นในยุคของขอมเรืองอำนาจ
ซึ่งคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 1,000 ปี
เมืองศรีเทพเป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ มีเนื้อที่ประมาณ
2,889 ไร่ หรือ 4.7 ตารางกิโลเมตร ภายในตัวเมืองศรีเทพแบ่งออกเป็น
2 ส่วนคือ เมืองส่วนใน มีลักษณะเป็นรูปเกือบกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ
1.5 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออก 8 ช่องทาง พื้นที่ภายในเป็นที่ราบลอนคลื่น
มีสระน้ำและหนองน้ำกระจายอยู่ทั่วไป และมีโบราณสถานที่ขุดแต่งแล้ว
และยังไม่ได้ขุดแต่งประมาณ 70 แห่ง
ส่วนเมืองส่วนนอก มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าต่อกับเมืองส่วนใน
มีขนาดเป็น 2 เท่าของเมืองส่วนใน มีช่องทางเข้าออก 7 ช่องทาง มีสระน้ำกระจายอยู่ทั่วไป
และมีโบราณสถานกระจายอยู่แบบเดียวกับเมืองส่วนใน
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย
10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท สำหรับผู้ที่สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะและต้องการติดต่อวิทยากรนำชมและบรรยาย
ติดต่อโดยตรงได้ที่อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์
67170 โทร. (056) 799466
การเดินทาง เมืองศรีเทพอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ประมาณ
130 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) ถึงหลักกิโลเมตรที่
102 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2211 ไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์ด้านขวามือ
ศาลเจ้าพ่อศรีเทพ
อยู่ห่างจากประตูทางเข้าเล็กน้อยทางด้านขวามือศาลเจ้าพ่อศรีเทพ ไม่ใช่โบราณสถาน
แต่เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านทั่วไป โดยทุกปีจะมีงานบวงสรวง
ในราวเดือนกุมภาพันธ์ (ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3)
ปรางค์ศรีเทพ
เป็นสถาปัตยกรรมแบบศิลปะเขมรหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ลักษณะของปรางค์สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง
ฐานล่างก่อด้วยศิลาแลงเป็นฐานบัวลูกฟัก แบบเดียวกับสถาปัตยกรรมเขมรทั่วๆ
ไป เรือนธาตุก่อด้วยอิฐ ในการขุดค้นบริเวณนี้ พบชิ้นส่วนทับหลังรูปลายสลักราวพุทธศตวรรษที่
16-17 ซึ่งน่าจะเป็นการสร้างเพิ่มหลังจากโบราณสถานเขาคลังใน ต่อมาประมาณพุทธศตวรรษที่
18 มีการพยายามจะปรับปรุงใหม่แต่ไม่สำเร็จ โดยได้พบชิ้นส่วนทิ้งกระจัดกระจาย
ปรางค์สองพี่น้อง
ลักษณะเป็นปรางค์ 2 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงขนาดใหญ่ หันหน้าไปทางทิศตะวันตกเช่นเดียวกับปรางค์ศรีเทพ
มีประตูทางเข้าทางเดียวจากการขุดแต่งทางโบราณคดี พบทับหลังที่มีจำหลักเป็นรูปพระอิศวรอุ้มนางปารพตี
ประทับนั่งอยู่เหนือโคอศุภราช ซึ่งเป็นลักษณะของทับหลัง และเสาประดับกรอบประตู
เป็นสิ่งกำหนดอายุของปรางค์ ซึ่งอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เป็นศิลปะขอมแบบบาปวน
ต่อนครวัด และได้มีการสร้างปรางค์องค์เล็กเพิ่ม โดยพบร่องรอยการสร้างทับกำแพงแก้วล้อมรอบปรางค์องค์ใหญ่
ซึ่งอยู่ใต้ปรางค์องค์เล็ก และยังมีการก่อปิดทางขึ้นโดยเสริมทางด้านหน้าให้ยื่นออกมา
และก่อสร้างอาคารขนาดเล็กทางทิศเหนือเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ระหว่างตัวปราสาททั้งสองแห่ง คือ ปรางค์สองพี่น้อง
และปรางค์ศรีเทพ มีกำแพงล้อมรอบและมีอาคารปะรำพิธีขนาดเล็กกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
แสดงให้เห็นถึงลักษณะการวางผังในรูปของศาสนสถานศิลปะเขมร แบบเดียวกับที่พบในภาคอีสานของประเทศไทย
โบราณสถานอื่นๆ นอกจากโบราณสถานหลักแล้วยังมีโบราณสถานย่อยๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
เช่น ทิศใต้เขาคลังใน พบโบสถ์ก่อด้วยศิลาแลงมีพบใบเสมาหินบริเวณใกล้หลุมขุดค้น
มีโบราณสถานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสมัยทวารวดี และมาก่อสร้างทัพในระยะที่มีการรับเอาศาสนาพราหมณ์เข้ามา
จึงเห็นได้ว่าบริเวณเมืองชั้นในเดิมน่าจะเป็นเมืองแบบทวารวดี และมีการสร้างสถาปัตยกรรมเขมรในระยะหลังเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ทางทิศใต้ยังพบอาคารมณฑปแบบทวารวดีขนาดใหญ่ และมีการพยายามเปลี่ยนแปลงให้เป็นเทวาลัยประมาณต้นศตวรรษที่
18 แต่ไม่สำเร็จ เช่นเดียวกับปรางค์ศรีเทพ
สระแก้วสระขวัญ
สระแก้วจะอยู่นอกเมืองไปทางทิศเหนือ ส่วนสระขวัญจะอยู่ในบริเวณเมืองนอก
สระน้ำทั้งสองสระนี้มีน้ำขังตลอดปี และเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์
มีการนำน้ำทั้งสองสระนี้ไปทำน้ำพิพัฒน์สัตยาตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบัน
เขาค้อ
เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของทิวเขาเพชรบูรณ์ด้านใต้
มีพื้นที่อยู่ในเขตอำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ภูเขาที่สำคัญในเทือกนี้ได้แก่
เขาค้อ มียอดเขาสูงประมาณ 1,174 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เขาย่า มียอดสูงประมาณ
1,290 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเขาใหญ่ สูงประมาณ 865 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล
นอกจากนั้นก็มีเขาตะเคียนโง๊ะ เขาหินตั้งบาตร เขาห้วยทราย เขาอุ้มแพ
เป็นต้น
ลักษณะป่าไม้ในแถบนี้มีเขตป่าเต็งรังหรือป่าไม้สลัดใบ
ป่าสน และป่าดิบที่น่าสนใจก็คือ พันธุ์ไม้ตระกูลปาล์ม ลักษณะคล้ายต้นตาล
แต่ออกผลเป็นทะลายคล้ายหมาก แม้ปัจจุบันป่าจะถูกถางไปมากก็ตาม แต่ในเขตเขาค้อก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง
ภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นตลอดปี และค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว
อนุสาวรีย์จีนฮ่อ
เป็นอนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อ
และเสียชีวิตในการสู้รบ ตั้งอยู่เลยกิโลเมตรที่ 23 ของทางหลวงหมายเลข
2196 ไปเล็กน้อย อยู่ทางด้านซ้ายมือติดกับถนนใหญ่
ฐานอิทธิ พิพิธภัณฑ์อาวุธ
เป็นจุดหนึ่งที่เห็นทิวทัศน์ เป็นฐานสำคัญฐานหนึ่งในการเข้ายึดพื้นที่
ปัจจุบันทางการได้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ เปิดให้คนได้เข้าชมทุกวัน
โดยการนำอาวุธปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบในการรบที่บนเขาค้อมากมาย
รวมทั้งการจัดห้องบรรยายสรุปแก่ผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะด้วย คิดค่าชมคนละ
10 บาท
การเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 2169 เลยกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย
แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2323 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ
31 กิโลเมตร
อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ
ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ สร้างขึ้นเพื่อยกย่องวีรกรรมของพลเรือน
ตำรวจ ทหาร ที่ได้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ
3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525
โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงสูง หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน
ตำรวจ และทหาร
เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ
ตั้งอยู่บนยอดเขาติดกับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ บ้านกองเนียม ตำบลเขาค้อ
ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริธาตุ ซึ่งอันเชิญมาจากประเทศศรีลังกา
เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันสำคัญทางศาสนาจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
เช่น พิธีเวียนเทียน เป็นประจำ
หอสมุดนานาชาติเขาค้อ
ตั้งอยู่ที่เดียวกับเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ
สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง ภายในแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นภาษาไทย
และภาษาต่างประเทศ บริเวณด้านนอกของหอสมุดตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด
ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจักงาน วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ
ซึ่งมีเอกอัครราชทูตจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
พระตำหนักเขาค้อ
ตั้งอยู่บนเขาย่า ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ ทางขึ้นค่อนข้างชันมาก
พระตำหนักนี้สร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในวโรกาสที่เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร งานโครงการในพระราชดำริ
และทรงตรวจเยี่ยมราษฎร อำเภอเขาค้อ และอำเภอใกล้เคียง เป็นอาคารคอนกรีตครึ่งวงกลม
มีทั้งหมด 15 ห้อง เป็นพระตำหนักที่มีรูปทรงแปลกกว่าพระตำหนักอื่นๆ
บริเวณโดยรอบของพระตำหนัก ได้จัดตกแต่งด้วยพันธุ์พืช ไม้ดอกเมืองหนาวหลากชนิด
การเดินทาง ใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงกิโลเมตรที่
29 สี่แยกสะเดาะพง เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2258 ขึ้นไปอีก 4
กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายขึ้นพระตำหนัก ทางขึ้นค่อนข้างชัน
อ่างเก็บน้ำรัตนัย
หรืออ่างเก็บน้ำบ้านรัตนัย 1 อยู่บนทางหลวงหมายเลข 2325
เลยกิโลเมตรที่ 5 ไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นทางเข้าอ่างเก็บน้ำทางด้านซ้ายมือ
เข้าไปตามทางเดินอีกประมาณ 400 เมตร อ่างเก็บน้ำรัตนัยเป็นอ่างเก็บน้ำความจุ
2,020,000 ลูกบาศก์เมตร บนเนื้อที่ 1,600 ไร่ มีอาคารระบายน้ำล้น
กว้าง 15 เมตร พร้อมทำนบดิน สูง 15 เมตร ยาว 250 เมตร ในบริเวณอ่างเก็บน้ำมีลักษณะคล้ายทะเลสาบ
ในตอนเย็นจะมีลมพัดเย็นสบายเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน
น้ำตกศรีดิษฐ์
เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดทั้งปี เคยเป็นที่อยู่ของ ผกค. มาก่อน มีครกตำข้าวที่
ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตก เป็นที่พักผ่อนรับประทานอาหารและเล่นน้ำได้
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 2196 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 17 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข
2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร แล้วแยกขวาเข้าน้ำตก
สวนสัตว์เปิดเขาค้อ
มีทั้งสัตว์ที่ปล่อยตามธรรมชาติและสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในกรง หากผู้ที่เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องการเจ้าหน้าที่บรรยาย
และนำชมให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่า ต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึง หัวหน้าโครงการสวนสัตว์เปิดเขาค้อ
อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับน้ำตกศรี ดิษฐุ์ เมื่อถึงกิโลเมตรที่
7 แยกซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร
เนินมหัศจรรย์
อยู่ตรงกลางกิโลเมตรที่ 17.5 ถนนสายนางั่ว-สะเดาะพง (หมายเลข 2258)
เมื่อขับรถมาถึงตรงนี้แล้ว และดับเครื่องรถจะถอยหลังขึ้นเนินได้
ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดจากภาพลวงตา เนื่องจากวัดระดับความสูงของเนินจะมีระดับต่ำกว่าช่วงที่เป็นทางขึ้นเนิน
ถ้ำฤาษีสมบัติ
บนทางหลวงหมายเลข 21 บริเวณกิโลเมตรที่ 251-252 อยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบูรณ์ราว
36 กิโลเมตร มีทางราดยางแยกเข้าไป 4 กิโลเมตร ปากทางมีป้ายบอกทางเข้าถ้ำสมบัติ
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยที่จอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี
ได้มีการนำเอาทองคำแท่งจำนวนมากจากกระทรวงการคลังมาเก็บซ่อนไว้ในถ้ำนี้
แต่ปัจจุบันได้ขนย้ายออกไปหมดแล้ว การเข้าชมภายในถ้ำควรมีไฟฉายหรือตะเกียงนำทางด้วย
อนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง
ตั้งอยู่ค่ายลูกเสือพ่อขุนผาเมือง อำเภอหล่มสัก อยู่ห่างจากอำเภอหล่มสักประมาณ
3 กิโลเมตร พระรูปทำด้วยโลหะ ประดิษฐานในอิริยาบทยืน พระหัตถ์ขวาทรงดาบปักลงดิน
พระหัตถ์ซ้ายชี้ลงพื้น อนุสาวรีย์นี้เป็นที่สักการะของชาวเพชรบูรณ์
และผู้เดินทางผ่านไปมาในเส้นทางดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง
พิพิธภัณฑ์การสู้รบ
อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานฯ เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสู้รบ
มีสภาพแผนภูมิข้อมูล อุปกรณ์การแพทย์ อาวุธ เอกสารเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์
รวมทั้งนิทรรศการด้านธรรมชาติวิทยาภูหินร่องกล้า นอกจากนี้ ยังมีห้องประชุมจุได้
80 คน ใช้ในการบรรยายสรุปหรือประชุมสัมมนา และเป็นสถานที่ติดต่อขอข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ
ลานหินแตก
อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นลานหินที่มีอาณาบริเวณประมาณ
40 ไร่ ลานหินมีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบขนาดพอคนก้าวข้ามได้
แต่บางรอยก็กว้างจนไม่สามารถจะกระโดดข้ามไปถึง สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้
ลักษณะเช่นนี้สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัว หรือเคลื่อนตัวของผิวโลก
จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกออกเป็นแนว นอกจากนี้บริเวณลานหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอสส์
ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ
ลานหินปุ่ม
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ริมหน้าผา ลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นมาเป็นปุ่ม
เป็นปม ขนาดไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหิน
ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นคนไข้ของโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา
มีลมพัดเย็นสบาย
ผาชูธง
อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล
โดยเฉพาะภาพวิวพระอาทิตย์ตกดินจะสวยงามไม่แพ้จุดชมวิวอื่นๆ บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่ง
ผกค. จะขึ้นไปชูธงแดง (ฆ้อนเคียว) ทุกครั้งเมื่อรบชนะ
น้ำตกศรีพัชรินทร์
ตั้งชื้อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า
น้ำตกศรีพัชรินทร์มีความสูงประมาณ 20 เมตร มีลักษณะคล้ายน้ำตกเหวสุวัตที่เขาใหญ่แต่มีขนาดเล็กกว่า
บริเวณน้ำตกมีแอ่งขนาดใหญ่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ
น้ำตกหมันแดง
เป็นน้ำตก 32 ชั้น มีต้นน้ำจากยอดเขาภูหมันไปตามห้วยน้ำหมัน ซึ่งมีน้ำตลอดปี
น้ำตกหมันแดงจะมีชื่อแต่ละชั้นที่คล้องจองกัน ตามสภาพความสวยงามแปลกตา
ห้อมล้อมด้วยป่าดงดิบอันสมบูรณ์ การเดินทางใช้เส้นทางสายภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า
ถึงหลักกิโลเมตรที่ 18 มีทางแยกซ้ายเป็นทางเดินเท้าเข้าสู่น้ำตก
ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ผ่านป่าเขามีพันธุ์ไม้ กล้วยไม้ป่า ป่าเมเปิ้ล
และทุ่งหญ้า
น้ำตกผาดลาด
ตั้งอยู่ด้านล่างของหน่วยพิทักษ์ห้วยน้ำไซ ทางเข้าจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง
บ้านห้วยน้ำไซ ทางเข้าสู่เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำของการพลังงานแห่งชาติ
จากทางแยกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซ้ายมือ เดินลงไปอีกประมาณ
50 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตกและลำน้ำสายใหญ่ มักจะเป็นน้ำตกซึ่งไม่สูงนักแต่มีน้ำมากตลอดปี
ดังนั้นการพลังงานแห่งชาติจึงสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในบริเวณใกล้เคียง
น้ำตกตาดฟ้า
เป็นน้ำตกที่มีความสูงมากแห่งหนึ่งในเขตอุทยานฯ ปัจจุบันยังไม่มีเส้นทางเข้าสู่ตัวน้ำตกต้องเดินทางไปตามถนนลูกรังประมาณ
1 กิโลเมตร จากนั้นจึงเดินตามทางเดินในป่าอีกประมาณ 300 เมตร ก็จะได้ยินเสียงน้ำตก
เดินไปตามเสียงอีกไม่นานก็จะถึงด้านบนของน้ำตก และต้องไต่ลงไปตามทางเดินเล็กๆ
จึงจะมองเห็นความสวยงามของน้ำตกตาดฟ้าหรือเรียกชื่อพื้นเมืองว่า
น้ำตกด่าน-กอซาง ซึ่งหมายถึงด่านตรวจของ ผกค. ที่มีกอของไม้ไผ่ซาง
ธารพายุ
อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 32 ตามเส้นทางภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลภูเขาและทะเลหมอกได้อย่างสวยงามมีสวนรัชมังคลาภิเษก
สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจ
วัดนาทราย
เป็นวัดเก่าแก่ ปัจจุบันมีชื่อเรียกเป็นทางการว่า "วัดศรีมงคล"
ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 บ้านนาทราย ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
ความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่ผนังภายในโบสถ์ทั้งสี่ด้าน ซึ่งมีภาพเขียนสวยงามตามแบบโบราณ
เกี่ยวกับประวัติพระเจ้าสิบชาติ และภาพสะท้อนให้เห็นชีวิตของสังคม
เช่น การประกอบอาชีพโดยการค้าขายทางเรือ และมีภาพนรก-สวรรค์ การเดินทาง
ใช้ทางหลวงสายหล่มเก่า-วังบาล ระยะทางจากอำเภอหล่มเก่าประมาณ 3 กิโลเมตร
และจากทางแยกเข้าหมู่บ้านนาทราย หมู่ที่ 2 เป็นระยะทางอีกประมาณ
1 กิโลเมตร
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีเนื้อที่ประมาณ 603,750 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่
4 พฤษภาคม พ.ศ. 2515 อยู่ในท้องที่ 2 จังหวัด คือ จังหวัดเพชรบูรณ์
และจังหวัดชัยภูมิ สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน เป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำหลายสาย
เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย มีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น กระทิง
ช้าง กวาง เก้ง หมาไน เสือ กระต่ายป่า ไก่ป่า ไก่ฟ้าพญาลอ และนกชนิดต่างๆ
เทือกเขาสูงบางแห่งยังประกอบด้วยหน้าผาสูงชันที่สวยงาม อาทิ ผากลางโหล่น
ผาล้อม ผากอง ผามัดพริก ผาป่าเล่า นอกจากนั้นยังมีถ้ำและน้ำตกที่สวยงาม
เช่น ถ้ำห้วยประหลาด หรือถ้ำมรกต ถ้ำผาหงษ์ ถ้ำน้ำหนาว น้ำตกเหวทราย
น้ำตกทรายทอง น้ำตกพรานนกการเดินทางและที่พัก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
ตั้งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 50 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
การเดินทางจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 21 (เพชรบูรณ์-หล่มสัก)
ถึงสี่แยกหล่มสักระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข
12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร
ถึงที่ทำการอุทยานฯ
รายละเอียดเรื่องบ้านพักและอาหาร ติดต่อแผนกจองบ้านพัก
กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ บางเขน โทร. 579-7223, 579-5734
ทุ่งหญ้ากงวัง หรือ ทุ่งกงวัง
ากหน่วยพิทักษ์ถ้ำห้วยประหลาด บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ของทางหลวงสายหล่มสัก-ชุมแพ
ลึกเข้าไปทางด้านหลังของหน่วยพิทักษ์ถ้ำห้วยประหลาดประมาณ 20 กิโลเมตร
จะมีทุ่งหญ้าตามธรรมชาติที่กว้างหลายตารางกิโลเมตร เรียกว่า ทุ่งหญ้ากงวัง
เป็นทุ่งหญ้าที่มีหญ้าขึ้นอยู่นานาชนิด เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่มากมาย
ถ้ำผาหงษ์
ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
ระยะทางเดินเท้าประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นเขาสูง มีทางเดินเท้าขึ้นยอดเขาประมาณ
100 เมตร เพื่อชมวิวทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม
สวนสนบ้านแปก
ทางเข้าอยู่ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบ ขึ้นอยู่เป็นกลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ
ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก
สวนสมภูกุ่มข้าว
ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
มีทางลูกรังระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบ ลำต้นขนาดสูงใหญ่
ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่น พื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร
เมื่อยืนอยู่บนเนินเขาภูกุ่มข้าว จะเห็นยอดสนอยู่ในระดับสายตาเป็นแนวติดต่อกันทั้งสี่ด้าน
ส่วนทางทิศใต้ จะมองเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อนจุฬาภรณ์หรือเขื่อนน้ำพรม
น้ำตกซำผักคาว
อยู่ตอนบนของลำห้วยสนามทราย มีทางเดินเท้าเข้าไปได้ตรงหลักกิโลเมตรที่
64 ของถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ ระยะทางเดินเท้าประมาณ 400 เมตร น้ำตกมีความสูงประมาณ
3 เมตร
น้ำตกทรายแก้ว
อยู่ห่างจากน้ำตกซำผักคาวประมาณ 500 เมตร มีทางเท้าซึ่งเดินจากถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ
ตรงกิโลเมตร 67.5 น้ำตกมีความสูงประมาณ 5 เมตร
น้ำตกทรายเงิน
อยู่ห่างจากน้ำตกทรายแก้วประมาณ 700 เมตร มีทางเท้าจากถนนสายหล่มสัก-ชุมแพ
เช่นเดียวกัน ปากทางเข้าน้ำตกอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 64.5 น้ำตกมีความสูงประมาณ
5 เมตร
น้ำตกเหวทราย
ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดขึ้นจากห้วยสนามทราย
ซึ่งต้นห้วยอยู่ที่ป่าดงดิบที่เรียกว่าดงแหน่งไหลผ่านป่าซำผักคาว
ลำห้วยสนามทรายนี้เป็นแนวธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่างอำเภอหล่มเก่า
จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ น้ำในห้วยสนามทรายจะไหลไปลงลำน้ำเชิญ
และลำน้ำเชิญจะไหลผ่านลงแม่น้ำพองจนถึงเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
น้ำตกเหวทรายนี้เป็นต้นน้ำตกที่มีความสูงสุดในบรรดาน้ำตกทั้ง
5 แห่ง ซึ่งเกิดจากลำห้วยสนามทราย มีความสูง 20 เมตร บริเวณลำห้วยใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำ
สามารถเล่นน้ำได้ มีบริเวณสำหรับตั้งแคมป์หรือเต็นท์พักแรมได้ ใต้น้ำตกมีชะง่อนหินเป็นเพิง
สามารถหลบฝนหรือพักแรมได้ บรรยากาศตามบริเวณลำน้ำห้วยน่าเดินเล่น
เพราะมีต้นไม้ปกคลุมตลอด
น้ำตกทรายทอง
เป็นน้ำตกที่มีความกว้างที่สุดคือ ประมาณ 30 เมตร สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นน่านั่งเล่น
พักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝน คือประมาณเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ของทุกปี
มีทางเดินเท้ามาทางน้ำตกเหวทราย ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร
หนองน้ำขุ่น
หนองขุ่นเป็นหนองน้ำซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อยู่ในท้องที่อำเภอคอนสาร
จังหวัดชัยภูมิ ตัวหนองน้ำอยู่บริเวณข้างลำห้วย น้ำพรม ตำบลห้วยยาง
อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ บริเวณหนองน้ำขุ่นมีป่าสนสลับกับป่าดงดิบ
ห่างจากสำนักงานอุทยานฯ น้ำหนาว ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว
ซึ่งเป็นป่าผืนใหญ่ติดต่อกัน จึงเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
และสัตว์ปาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวข้ามไปมาโดยอาศัยหนองน้ำขุ่นนี้เป็นแหล่งน้ำ
น้ำตกตาดพรานบา
ทางเข้าอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว กิโลเมตรที่ 20 ทางหลวงบ้านห้วยสนามทราย
อำเภอหล่มเก่า เป็นทางลูกรัง รถยนต์สามารถเข้าถึงได้ จะมีน้ำตกขนาดใหญ่ตกลงจากหน้าผาสูงประมาณ
20 เมตร น้ำจะตกจากหน้าผาพุ่งเป็นลำสู่เบื้องล่าง โดยลำน้ำจะตกลงสู่เบื้องล่างเป็นสองชั้น
น้ำตกแห่งนี้มีน้ำตกตลอดทั้งปี อันเกิดจากลำน้ำเชิญ สาเหตุที่มีชื่อว่าตาดพรานบาเป็นผุ้เข้าไปพบน้ำตกแห่งนี้เป็นคนแรก
ผาล้อม ผากอง
ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 40 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า
ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5-7 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่สูงจากน้ำทะเลประมาณ
1,134 เมตร เป็นเขาหินปูน เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์รอบๆ
บริเวณได้ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีค่ามาก
บริเวณใกล้เคียงยังมีผากลางโหล่น มีความสูงประมาณ 874 เมตร ผาต้นฮอมมีความสูงประมาณ
900 ฟุต และผาอื่นๆ อีกหลายแห่ง
ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ภูน้ำริน
ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย อำเภอหล่มเก่า
บ้านหินลาด มีทางลูกรังเข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ถ้ำใหญ่น้ำหนาวอยู่บนเขาสูงประมาณ
955 เมตร ลักษณะเป็นหินปูน เป็นถ้ำใหญ่ที่มีความวิจิตรพิสดารของธรรมชาติ
มีหินงอกหินย้อยและแปลกที่สุดคือ มีน้ำไหลหรือน้ำริน ภายในถ้ำจะมีปล่องธรรมชาติที่แสงแดดสามารถส่องไปในถ้ำซึ่งมีอยู่เป็นช่วง
ภายในถ้ำเป็นที่อาศัยของค้างคาวนับเป็นจำนวนแสนตัว ความลึกของตัวถ้ำนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด
เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีความลึกมาก และยังไม่มีผู้ใดเข้าไปทำการสำรวจอย่างทั่วถึง
วัดมหาธาตุ
ตั้งอยู่บนถนนนิกรบำรุง ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองเพชรบูรณ์
มีพระเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์แบบสุโขทัย สูงประมาณ 3 วา สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ทรงสันนิษฐานว่าวัดนี้คงสร้างมาแต่ในสมัยกรุงสุโขทัย
เสาหลักเมืองเพชรบูรณ์
ประดิษฐานอยู่ที่ศาลเทพารักษ์ หลักเมือง ถนนหลักเมือง ใจกลางเมืองเพชรบูรณ์
เป็นเสมาหินที่สมเด็จกรมพระยาดำเรงราชานุภาพทรงนำมาจากเมืองศรีเทพเมื่อปี
พ.ศ. 2447 เป็นเสาหลักเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
วัดพระนอน
อยู่ใกล้วัดหลวงบนถนนพระนอนเหนือมีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่และเก่าแก่มาก
ประดิษฐานในวิหารซึ่งเป็นหน้าบัน เป็นศิลปะลวดลายการแกะสลักแบบล้านนาไทยที่งดงาม
วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
เป็นวัดที่สร้างขึ้นราวต้นสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ริมถนนเจริญเมือง
ใกล้ศาลากลางจังหวัดแพร่ เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธโกศัยศิริชัยมหาศากยมุนี
พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัด รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระเจดีย์มิ่งเมืองซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่
น้ำตกตาดหมอก
เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามมาก ลักษณะเป็นชั้นๆ ลดหลั่นลงมาทั้งหมด
12 ชั้น ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 ตำบลนาป่า ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 37
กิโลเมตร การเดินทางจากหน้าศาลากลางจังหวัด ใช้ถนนเพชรเจริญ ผ่านบ้านเฉลียงลับ
ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จากนั้นเส้นทางสายห้วยใหญ่ บ้านน้ำร้อน
จนมาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 2275 จากจุดนั้นเลี้ยวขวาไปอีกประมาณ
300 เมตร จะเห็นทางเข้าน้ำตกอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายไปตามไหล่เขาประมาณ
20 กิโลเมตร แล้วเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1,800 เมตรจะถึงบริเวณน้ำตก
โบราณสถานเขาคลังใน
เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติต่างๆ จึงเรียกว่า "เขาคลัง"
การก่อสร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ 11 - 12 ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ใช้ศิลาแลงเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ที่ฐานมีรูปปูนปั้นรูปบุคคล
และสัตว์ประดับเป็นศิลปะแบบทวารวดี มีลักษณะศิลปะแบบเดียวกับที่พบที่เมืองคูบัว
โบราณสถานบ้านโคกไม้เดน จังหวัดนครสวรรค์ และวัดนครโกษา จังหวัดลพบุรี
ลักษณะทางผังเมืองจะเห็นว่าเขาคลังในตั้งอยู่เกือบกลางเมือง ลักษณะทางผังเมืองจะคล้ายเช่นเดียวกับเมืองทวารวดีอื่นๆ
เช่น นครปฐมโบราณเมืองคูบัว ราชบุรี และจากรายละเอียดปูนปั้นบุคคลหรือลวดลาย
แบบเดียวกับที่พบที่เมืองคูคล้าย
ไร่บี เอ็น
จากบ้านแคมป์สน กิโลเมตรที่ 100 (ทางหลวงหมายเลข 12) ไปตามทางหลวงหมายเลข
2196 ประมาณ 3 กิโลเมตร จะเห็นป้ายชี้ทางเข้าไร่อีกประมาณ 3 กิโลเมตร
ในบริเวณไร่มีการเพาะปลูกพืชผักและผลไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่น บรอคเคอรี่
หอมห่อ ฟักแม้ว ผักกาดแก้ว สตรอเบอรี่ ลิ้นจี่ ฯลฯ ดอกไม้ เช่น คาร์เนชั่น
แกลดิโอลัส แอสเตอร์ ฯลฯ และมีการขายผลิตผลหลาหลายประเภททั้งของสดและของแปรรูป
สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่ไร่บี เอ็น โทร. (056) 750419
โรงเรียนการเมืองการทหาร
ตั้งอยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 4 ถูกปกคลุมด้วยป่ารกครึ้มหนาแน่น
เมื่อปี 2513 เป็นที่ตั้งของคณะกรรมการเขต 3 จังหวัด คือ จังหวัดเลย
จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดพิษณุโลก ปี พ.ศ.2520 ได้ก่อตั้งเป็นโรงเรียนให้การศึกษาตามแนวทางลัทธิคอมมิวนิสต์
กังหันน้ำ
อยู่ตรงข้ามกับโรงเรียนการเมืองการทหาร เป็นกังหันน้ำขนาดใหญ่ ถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานความคิดก้าวหน้าทางวิชาการ
กับการนำประโยชน์จากธรรมชาติมาใช้งาน โดยนักศึกษาวิศวะที่เข้าร่วมกับ
พคท. หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
สำนักอำนาจรัฐ
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ดำเนินการด้านปกครอง
มีการพิจารณาและลงโทษผู้กระทำผิดหรือละเมิดต่อกฎลัทธิ มีคุกสำหรับขังผู้กระทำความผิด
มีสถานที่ทอผ้า และโรงซ่อมเครื่องจักรกลหลงเหลืออยู่
โรงพยาบาลรัฐ
อยู่ห่างจากสำนักอำนาจรัฐไปทางทิศเหนือ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นโรงพยาบาลกลางป่าที่มีอุปกรณ์ในการรักษาพยาบาลเกือบครบถ้วน
มีห้องปรุงยา ห้องพักฟื้น ห้องผ่าตัด โรงพยาบาลแห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี
พ.ศ. 2519 สามารถทำการรักษาพยาบาลได้อย่างดี โดยเฉพาะการผ่าตัด สามารถผ่าตัดอวัยวะได้ทุส่วน
ยกเว้นหัวใจ มีหมอและพยาบาลจากที่ผ่านการอบรมหลักสูตรเร่งรัดจากประเทศจีน
ในปี พ.ศ.2522 เพิ่มแผนกทำฟัน วิจัยยา และเครื่องมือที่ใช้ส่วนใหญ่ได้จากในเมือง
การรักษายังคงมีการฝังเข็มและใช้สมุนไพรอยู่ด้วย
ลานอเนกประสงค์
เป็นบริเวณลานหินที่กว้างใหญ่ อยู่ก่อนถึงสำนักอำนาจรัฐ ใช้เป็นสถานที่พักผ่อนและสังสรรค์ในหมู่สมาชิกในโอกาสสำคัญต่างๆ
สุสาน ทปท.
เป็นสถานที่ฝังศพของนักรบทหารปลดแอกแห่งประเทศไทย (ทปท.) ที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับทหารฝ่ายรัฐบาล
ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้บริเวณลานเอนกประสงค์
ที่หลบภัยทางอากาศ
เป็นสาถนที่หลบภัยจากการทิ้งระเบิดทางอากาศจากทหารฝ่ายรัฐบาล ส่วนใหญ่เป็นหลืบหินหรือโพรงถ้ำที่ซ่อนตัวในแนวต้นไม้ใหญ่
ทำให้ยากต่อการตรวจการณ์ทางอากาศ มีอยู่หลายแห่งแต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้
2 แห่งคือ บริเวณห่างจากโรงเรียนการเมืองการทหารราว 200 เมตร ลักษณะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่
มีซอกหลืบซับซ้อน จุคนได้ถึง 500 คน และอีกแห่งหนึ่งที่บริเวณทางเข้าสำนักอำนาจรัฐ
เป็นหลืบขนาดใหญ่สามารถจุคนได้ประมาณ 200 คน
หมู่บ้านมวลชน
เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มมวลชน มีอยู่หลายหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านดาวแดง
หมู่บ้านดาวชัย แต่ละหมู่บ้านมีบ้านประมาณ 40-50 หลังเรียงรายอยู่ในป่ารกริมถนนที่ตัดมาจากอำเภอหล่มเก่า
ลักษณะเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ไม่ยกพื้น หลังคามุงด้วยไม้กระดานแผ่นบางๆ
กันน้ำฝนได้อย่างดี และมีหลุมหลบภัยทางอากาศอยู่ด้วย
น้ำผุด
จากน้ำตกทรายทองไปไม่ไกล จะพบกับธรรมชาติที่พิศดารและสวยงามคือ มีน้ำไหลซึมตามก้อนหินผุดออกมาเป็นบ่อๆ
คล้ายๆ กับบ่อน้ำร้อนที่ผุดออก
ภูผาจิต (ภูด่านอีป้อง)
ทางเข้าอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 69 ทางหลวงหมายเลข 12 (หล่มสัก-ชุมแพ)
ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร เส้นทางค่อนข้างลำบาก ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ
6-7 ชั่วโมง สภาพป่าสวยงามมีลักษณะเด่นคือ ตั้งอยู่โดดเดี่ยวบนที่ราบสูง
ลักษณะสัณฐานคล้ายภูกระดึงแต่เล็กกว่า เป็นภูเขาที่มีที่ราบคล้ายภูกระดึง
มีไม้สนขึ้นอยู่ที่เดียวกัน ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ และไม้มีค่าหลายชนิด
ภูเขาลูกนี้เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเขตอุทยานน้ำหนาว คือสูง 1,271
เมตร จากระดับน้ำทะเล
หนองปลาไหล
อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ซำบอนประมาณ 5 กิโลเมตร หนองปลาไหลเป็นหนองน้ำที่อยู่ใจกลางของป่าสน
มีน้ำอยู่ตลอดปี เป็นหนองน้ำที่มีปลาไหลอยู่ชุกชุม จึงได้ชื่อว่าหนองปลาไหล
ในฤดูแล้งบริเวณทุ่งหญ้าหนองปลาไหลจะถูกไฟไหม้เกือบทุกปี พอฤดูฝนมาถึงเพชรบูรณ์
รอบบริเวณหนองปลาไหล พรรณไม้ต่างๆ ก็จะเริ่มผลิดอกออกช่อ ทุ่งหญ้าก็แลดูเขียวชอุ่มมีชีวิตชีวาขึ้นหมุนเวียนเช่นนี้ตลอดไป
น้ำตกผาลาด
ตั้งอยู่ด้านล่างของหน่วยพิทักษ์ห้วยน้ำไซ ทางเข้าจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง
บ้านห้วยน้ำไซ เข้าสู่เขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำของการพลังงานแห่งชาติ
จากทางแยกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทางแยกซ้ายมือ เดินลงไปอีกประมาณ
20 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตก เป็นน้ำตกที่ไม่สูงมากแต่มีน้ำมากตลอดปี
ดั้งนั้นการพลังงานแห่งชาติจึงสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ในบริเวณใกล้เคียง

การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดสระบุรีเลยไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์
พุแค ตรงกิโลเมตรที่ 125 แยกขวามือ เข้าทางหลวงหมายเลข 21 ต่อไปอีกประมาณ
221 กิโลเมตรถึงจังหวัดเพชรบูรณ์

การเดินทางทางรถโดยสาร
บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการ เดินรถจากกรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์ และกรุงเทพฯ-หล่มสัก
ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ รายละเอียดติดต่อ สถานีขนส่งสายเหนือ
ถนนพหลโยธิน โทร. 272-5242-3