![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
|
ตราดเป็นจังหวัดชายแดนเล็กๆ
สุดด้านชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทยต่อจากจังหวัดจันทบุรี มี เนื้อที่
2,819 ตารางกิโลเมตร มีทิวเขาบรรทัดเป็นพรมแดน กั้นอาณาเขตระหว่างประเทศไทยกับประเทศ
กัมพูชาทางด้านตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงสายที่สั้นที่สุด
คือ สายบางนา-ชลบุรี-แกลง- จันทบุรี-ตราดเป็นระยะทางประมาณ 315
กิโลเมตร ใน ร.ศ. 112 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้ทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสยอม ยกดินแดนจังหวัดตราด และเกาะช้างทั้งหมด
ตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง)
ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อให้ถอนทหารออกจากจันทบุรี 23 มี.ค. 2449 ได้ยอมยกดินแดนเมืองพระตะบอง
เสียมราฐ และศรีโสภณ รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตรให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเอาเมืองตราด
เกาะต่าง ๆ ตั้งแต่ แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด กับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง
และฝรั่งเศสยอมถอนทหารออกไปเมื่อ 6 กรกฏาคม 2450 ชาวจังหวัดตราดจึงได้ถือเอาวันที่
23 มีนาคม 2449 เป็นวัน "ตราดรำลึก" โดยฝ่ายไทยมี พระยามหาอำมาตยาธิบดี
ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระยาศรีเทพ ตำแหน่งปลัดทูลฉลอง กระทรวงมหาดไทย
เป็น หัวหน้าผู้แทนรัฐบาลไทย ฝ่ายฝรั่งเศสมีมองซิเออร์รูซโซเรซิดังเป็นหัวหน้าผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศส
ได้กระทำ พิธีส่งและรับมอบกัน ณ ศาลากลางจังหวัด ในระหว่างสงครามอินโดจีน
จังหวัดตราดถูกโจมตีโดยกองเรือรบฝรั่งเศส ราชนาวีไทยได้เข้าขัด
ขวางและเกิดยุทธนาวีที่เกาะช้างขึ้น การรบในครั้งนี้สร้างชื่อเสียง
ให้แก่กองทัพเรือไทยในความกล้าหาญมาก แม้ว่าฝ่ายไทยจะต้องเสียเรือรบหลวงชลบุรี
เรือรบหลวงสงขลาและเรือรบปืนธนบุรีไป 3 ลำก็ตาม
ตราด แบ่งการปกครองออกเป็น ๕ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ และกิ่งอำเภอเกาะกูด ทิศเหนือ จดจังหวัดจันทบุรีและประเทศกัมพูชา ทิศใต้ จดอ่าวไทย ทิศตะวันออก จดประเทศกัมพูชา มีทิวเขาบรรทัดเป็นเส้นกั้นเขตแดน ตั้งแต่ตอนกลางของ จังหวัดมาตลอดด้านตะวันออก ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ทิศตะวันตก จดจังหวัดจันทบุรี ที่แม่น้ำเวฬุเป็นเส้นกั้นเขตแดน วัดบุปผาราม วัดบุปผาราม (วัดปลายคลอง) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัด สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ.2191) ท่านพระครูคุณสารพิสุทธิ์ (หลวงพ่อโห) อดีตเจ้าอาวาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะถาวรวัตถุในวัด จวบจนปัจจุบันท่านพระครูสุวรรณสารวิบูลพร้อมทั้งชาวบ้าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ และดูแลภูมิทัศน์โดยรอบวัดให้สะอาดเรียบร้อย วัดแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจ พิพิธภัณฑ์ของวัดเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าไว้มากมาย โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นมงคลสูงสุดคู่บ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปทองบุเงิน พระพุทธรูปปางต่างๆ รวมทั้งเครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยยุโรป กลองมโหรทึก แสดงให้เห็นถึงการเดินทางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเมืองท่าชายฝั่งตะวันออก กับเมืองท่าโพ้นทะเลในแถบเอเชียอาคเนย์ข้ามไปไกลถึงซีกโลกตะวันตก ส่วนภาพจิตรกรรมที่ปรากฏในโบสถ์ และวิหารเขียนขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นฝีมือช่างท้องถิ่น แต่ล้วนแล้วผสมกลมกลืนด้วยศิลปจีน และวรรณคดีจีน แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้อาจได้รับการอุปถัมภ์จากชาวจีนที่มาค้าขายแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก (พ่อค้าชาวจีนอพยพทางเรือจากมาที่เมืองตราดตั้งแต่สมัยอยุธยา บ้างอพยพจากอยุธยา กรุงเทพฯ เวียดนาม บ้างก็มาจากมาเลเซีย สิงคโปร์) สิ่งที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ หมู่กุฏิเล็กทรงไทยที่สร้างได้ถูกต้องตามพระวินัยบัญญัติมีขนาดพอแค่ภิกษุอยู่ได้รูปเดียวเท่านั้น คนในท้องถิ่นเมื่อให้ลูกหลานบวชเรียนที่วัดก็จะสร้างกุฏิให้พร้อม เสร็จแล้วช่วยกันหามแห่มาที่วัดในวันทำพิธีบวช การเดินทาง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ถนนพัฒนาการปลายคลอง ตำบลวังกระแจะ ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ตรงข้ามโรงพยาบาลตราด เลี้ยวแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร วัดโยธานิมิตร พระอุโบสถเป็นศิลปะแบบอยุธยา ภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันกลายเป็นพระวิหาร เรียกว่า วิหารโยธานิมิต และเป็นที่เก็บโบราณวัตถุ อาทิหนังสือใบลาน คัมภีร์เทศน์ และรอยพระพุทธบาท พระวิหารนี้ได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2518 โดยซ่อมแซมหลังคา เสา ประตู หน้าต่าง ฝาผนังภายนอกที่ชำรุด แต่ยังคงรักษารูปทรงเดิมไว้ ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อฝรั่งเศสยึดเมืองตราดนั้นสังเกตเห็นชาวเมืองตราด พากันไปไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองอยู่เป็นประจำ เลยจะถอนเสาหลักเมืองทิ้งโดยให้คนไปขุดแต่ถอนเสาหลักเมืองไม่ขึ้น ครั้นเอาช้างมาดึงเสาหลักเมืองก็ไม่ล้มเพียงแต่เอนไปเล็กน้อย ซึ่งต่อมาชาวเมืองตราดได้บูรณะให้คงสภาพดี วัดไผ่ล้อม โบราณสถานจวนเรสิดังกัมปอร์ต แหลมศอก วัดคีรีวิหาร หาดลานทราย วัดสะพานหิน หาดมุกแก้ว ศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน
ในอดีตสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน ช่วยเหลือชาวเขมรอพยพ จนเมื่อชาวเขมรอพยพแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ศูนย์นี้จึงปิดไปเมื่อ พ.ศ. 2529 ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทยเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา จึงได้จัดสร้างศาลาราชการุณย์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ (เปิดเวลา 8.30-12.00 และ 13.00-16.00 น.) ภายในศาลาราชการุณย์ประกอบไปด้วยนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนั้นยังมีหุ่นจำลองชาวเขมรอพยพในขณะทำภาระกิจประจำวัน เช่น หุงหาอาหาร เย็บปักถักร้อย เป็นต้น ส่วนด้านหลังของศูนย์มีคลองเขาล้าน ซึ่งมีนกเป็ดน้ำมาอาศัยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ถัดไปมีหาดทรายขาวสะอาดในบรรยากาศเงียบสงบ มีที่พักไว้รองรับสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดที่ ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ตั้งอยู่ถนนตราด-คลองใหญ่ กิโลเมตรที่ 48 อ.เมือง โทร (039) 521621 หาดไม้รูด (หาดสำราญ) หาดบานชื่น บ้านหาดเล็ก เมื่อสงครามสู้รบในกัมพูชาสิ้นสุดลงราวปี พ.ศ. 2529 ตลาดแห่งนี้นับเป็นแหล่งรับซื้อพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวกัมพูชาเพื่อไปขายต่อที่เกาะกง ตลาดที่บ้านหาดเล็กจะมีในช่วงเช้า ประมาณ 7.00-8.30 น. จากจุดนี้สามารถต่อเรือไปเกาะกงของเขมรได้ ค่าเรือ 100 บาท/คน/เที่ยว หรือจะเหมาเรือไป-กลับ ประมาณ 800 บาท หรือขึ้นอยู่กับการตกลงของแต่ละคน ใช้เวลาเกินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง มีเรือตั้งแต่ 7.00-17.30 น. หากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศต้องการจะข้ามไปจำเป็นต้องทำวีซ่าล่วงหน้าที่สถานฑูตกัมพูชา ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเดินทางสู่หมู่เกาะทะเลตราด วัดเมืองเก่าแสนตุ่มและโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ
ส่วนบริเวณวัดด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ที่คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล มีความเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณโบราณสถานมีสมบัติเป็นแสนตุ่ม อันเป็นที่มาของชื่อวัดแสนตุ่ม โบราณสถานเขาโต๊ะโมะ มีลักษณะเป็นเนินดิน มีต้นไม้ปกคลุม มีแท่งหินวางอยู่เรียงราย หินเหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นรูปเหลี่ยมตั้งแต่สี่เหลี่ยมถึงเก้าเหลี่ยม ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 150 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร ถึง 20 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 10 กิโลกรัมถึง 100 กิโลกรัม การวางเรียงซ้อนของหินคล้ายเทวสถาน หินบางก้อนเมื่อเคาะจะมีเสียงดังกังวานเหมือนเคาะระฆัง น้ำตกเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ตลาดพลอย แหลมงอบ บ้านน้ำเชี่ยว อนุสรณ์สถานยุทธนาวี
อนุสรณ์สถานยุทธนาวี ที่เกาะช้าง จัดสร้างขึ้นบริเวณชายทะเลแหลมงอบ มีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง มีการจัดบริเวณและอาคารพิพิธภัณฑ์คล้ายเรือรบ เป็นอนุสาวรีย์ที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียง จะมีงานฉลองระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการทำยุทธนาวีของกองทัพเรือไทย เกาะปุย หาดที่เกาะปุยมีลักษณะเลนปนทราย จึงไม่เหมาะสำหรับว่ายน้ำ
แต่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสงบและต้องการพักผ่อนเงียบๆ อ่าวตาลคู่ หมู่เกาะช้าง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะช้างใกล้คลองธารมะยม ที่ด้านหน้ามีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ของอุทยานฯ นอกจากนี้ยังมีหน่วยพิทักษ์อุทยานอีก 3 จุด ซึ่งล้วนอยู่บนเกาะช้าง คือ บริเวณอ่าวคลองสน บริเวณทางเข้าน้ำตกคลองพลู และบริเวณหมู่บ้านสลักเพชร เกาะช้าง เดิมเป็นเกาะที่ไม่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย หากมีความสำคัญในฐานะที่เป็นท่าจอดเรือหลบลมมรสุม เป็นแหล่งเสบียงอาหารและน้ำจืดโดยเฉพาะบริเวณอ่าวสลักเพชร หรืออ่าวสลัด เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่โจรสลัด ชาวจีนไหหลำและญวน ปัจจุบันบนเกาะช้างมีประชาชนอาศัยอยู่ 8 หมู่บ้าน เกาะช้าง ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต
มีเนื้อที่ประมาณ 429 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อนยอดเขาที่สูงที่สุด
ได้แก่ เขาสลักเพชร (สูง 744 เมตร) สภาพป่าโดยทั่วไปอุดมสมบูรณ์
ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา อันเป็นบ่อเกิดของต้นน้ำลำธาร ทำให้มีน้ำตกหลายแห่งบนเกาะ
ชายหาดที่สวยงามอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ - บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง น่านน้ำทะเลตราดบริเวณอ่าวสลักเพชร อ่าวสลักคอก ยังเป็นอีกหน้าหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2484 กองทัพเรือไทยสามารถขับไล่ผู้รุกรานให้ล่าถอยไปได้ หากไทยต้องสูญเสียกองเรือและทหารกล้าไปจำนวนหนึ่ง วีรกรรมทหารเรือไทยได้รับการจดจารึกและรำลึกถึงวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ณ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ - เกาะง่าม กลายเป็นจุดปะทะจุดแรกระหว่างกองทัพเรือไทยกับฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินเข้ามาลาดตระเวนและทิ้งระเบิดบนเกาะนี้ ส่วนเกาะหวายคือจุดที่เครื่องบินลาดตระเวนของฝรั่งเศส ถูกเรือรบหลวงสงขลาและเรือรบหลวงชลบุรียิงตก กองกำลังเรือรบของฝรั่งเศส 7ลำรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะช้าง นำโดยเรือลาดตระเวนลามอตต์ ปิเกต์ เรือสลุบ 2 ลำ เรือปืน 4 ลำ แยกออกเป็น 3 หมู่ หมู่ 1 มีเรือลามอตต์ ปิเกต์ลำเดียวรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะหวายและเกาะใบตั้ง หมู่ 2 มีเรือสลุป 1 ลำ เรือปืน 1 ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับเกาะหวาย หมู่ 3 มีเรือสลุป 1 ลำ เรือปืน 3 ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับแหลมบางเบ้า เกาะง่าม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาแฝด 2 เกาะ วางแนวขนานกันโดยมีสันทรายขนาดใหญ่เชื่อมตรงกลาง มีอ่าวขนาดเล็กที่เกิดจากแนวเขาที่โอบล้อมน้ำทะเลไว้ จึงเป็นบริเวณที่คลื่นลมสงบ การเดินทางจากแหลมงอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง - เกาะไม้ซี่ เป็นเขตปะทะระหว่างเรือลามอตต์ ปิเกต์กับเรือรบหลวงธนบุรีที่จอดประจำการ อยู่ที่เกาะลิ่มและได้เข้ามาช่วยเหลือเรือรบหลวงสงขลา และเรือรบหลวงชลบุรีที่ถูกยิงเสียหายจนจมสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวสลักเพชร และอ่าวสลักคอก และในทีสุดเรือรบหลวงธนบุรีถูกยิงเสียหายอย่างหนัก จนแล่นมาเกยตื้นและจมลงบริเวณแหลมงอบ - น้ำตกธารมะยม อยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ เดินผ่านสวนเข้าไปประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 3 ชั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาสมายังน้ำตกนี้ โดยมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร. และ วปร. สลักอยู่ที่หน้าผาน้ำตกชั้นบน - น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 3 ชั้นทางเข้าอยู่ห่างจากอ่าวคลองพร้าว 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ 20 นาที - น้ำตกคลองนนทรี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมีทางเดินเท้าจากบ้านด่านใหม่ตามทางเดินเท้า 3 กิโลเมตร หรือจากที่ทำการอุทยานฯ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก - บ้านสลักเพชร-บ้านโรงถ่าน เป็นสองชุมชนใหญ่ที่สุดบนเกาะช้าง ตั้งอยู่ติดกันทางตอนใต้ของเกาะ อ่าวสลักเพชรเป็นอ่าวใหญ่ที่สุดบนเกาะ - น้ำตกคีรีเพชร เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ห่างจากชุมชนบ้านสลักเพชรผ่านสวนยางเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร - น้ำตกคลองหนึ่ง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนสลักเพชร ใกล้น้ำตกคีรีเพชร - หมู่บ้านประมงบางเบ้า บ้านแต่ละหลังปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมต่อถึงกัน บรรพบุรุษของคนที่นี่ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากชาวสลักเพชร ดำรงชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำประมง ขนาดเล็กชายฝั่ง เป็นแหล่งปลาหมึกหอมชุกชุม มีแหล่งปะการังใต้น้ำ บริเวณหมู่บ้านมีท่าเรือ สะพานปลา ทำกะปิน้ำปลา กุ้งแห้ง ปลาเค็ม อ่าวบางเบ้ามีชัยภูมิที่ตั้งเหมาะแก่การจอดเรือ หลบคลื่นลมเพราะมีเทือกเขาและหมู่เกาะโอบล้อมสองด้านในฤดูมรสุม จึงมีเรือมากมายเข้ามาจอดหลบคลื่นลมในอ่าวนี้ - อ่าวคลองสน เป็นอ่าวอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฝั่งตะวันตก เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองสน ใกล้บริเวณอ่าวมีแนวปะการังใต้น้ำ - หาดทรายขาว เป็นหาดที่มีระยะทางยาวมากอีกแห่งหนึ่ง มีบังกะโลตั้งอยู่หลายแห่ง มีถนนรอบเกาะตัดชิดหาดมากที่สุด - หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์ เป็นหาดทรายที่มีความยาวมาก ติดต่อกับหาดไก่แบ้ หาดทรายบริเวณนี้มีความลาดมาก สามารถเล่นน้ำได้ มีบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่ง มีห้องพักที่ได้มาตรฐานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าว ติดต่อกับแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งมีแหลมหิน มีทัศนียภาพสวยงาม แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้ - หาดไก่แบ้ เป็นหาดที่มีความยาวติดต่อกับหาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย มีบังกะโลราคาประหยัดให้เช่าหลายแห่ง บางแห่งมีจักรยานเสือภูเขาให้เช่า - อ่าวใบลาน อยู่ถัดขึ้นไปจากหาดไก่แบ้มีทางเท้าตัดผ่านภูเขาใช้เวลาเดินเท้าจากหาดไก่แบ้ประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขา อ่าวใบลานมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเงียบสงบเหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน - หาดทรายยาว อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวที่มีหาดทรายทอดยาว เล่นน้ำได้ สามารถเดินป่าชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้างและทัศนียภาพตามหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย - เกาะเหลายา อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง ประกอบด้วยเกาะเหลายาในเกาะเหลายากลาง เกาะเหลายานอก ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชม. 30 นาที เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสและแนวประการังสวยงาม เป็นที่ตั้งของ เหลายา พาราไดซ์ ไอแลนด์ รีสอร์ท - เกาะหวาย เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่ง มีหาดส่วนใหญ่เป็นหิน ประกอบด้วยอ่าวใหญ่ๆ ที่มีแนวชายหาดสวยงาม มีแนวปะการังขนาดใหญ่สมบูรณ์และยังเป็นแหล่งตกปลาอีกด้วย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะช้าง ถัดจากเกาะเหลายาลงไป และยังเป็นที่ตั้งของเกาะหวายปะการังรีสอร์ท - เกาะคลุ้ม เป็นเกาะประวัติศาสตร์จากยุทธนาวีที่เกาะช้าง เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับการตกปลา และชมทัศนียภาพของลานหิน คือ หินลูกบาตและหินลาดหลังคุ้ม - เกาะพร้าว อยู่ทางทิศใต้หน้าอ่าวสลักเพชร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเกาะที่มีหาดทรายสะอาดและร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว เป็นที่ตั้งของ เกาะทรายขาวรีสอร์ท - เกาะระยั้งนอก เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ตรงข้ามกับเกาะหมาก ประกอบด้วย เกาะระยั้งใน ไม่มีที่พักแรม และเกาะระยั้งนอกมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว สภาพโดยทั่วๆ ไปของเกาะระยั้งนอกเป็นเกาะที่เงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำใสสะอาด การเดินทางบนเกาะ จากท่าเรือมีรถสองแถวไปยังหาดทรายขาว, คลองพร้าว, ไก่แบ้ ค่ารถ 30 บาท ส่วนหาดอื่นๆ ต้องเหมาและตกลงราคาก่อนเดินทาง เกาะช้างน้อย และ แหลมช้างน้อย เกาะมันนอก-เกาะมันใน เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะหวาย เกาะพร้าว หรือ เกาะทรายขาว
เกาะพร้าว หรือ เกาะทรายขาว อยู่ทางทิศใต้หน้าอ่าวสลักเพชร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเกาะที่มีหาดขาวทรายสะอาดและร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว เกาะง่าม เกาะกูด ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวตาดีน หาดคลองละหาน หาดคลองยายกี๋ หาดตาโพธิ์ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว จนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป็นหาดที่มีหาดทรายสวยงามและน้ำทะเลใส มีธรรมชาติสงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด นอกจากนี้บนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชิด ในบริเวณทะเลด้านในของตัวเกาะรวมทั้งเกาะแรด และเกาะไม้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะกูด ชนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทย
และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามาเมื่อเมืองปัจจันตคีรีเขตรตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี
พ.ศ.2447 หมู่บ้านคลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันชาวเกาะยังดำรงชีพด้วยเกษตรกรรม
ทั้งทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้เพียงเล็กน้อย และทำประมงชายฝั่ง
เกาะหมาก ชุมชนดั้งเดิมบนเกาะหมากส่วนใหญ่เป็นเขมรเชื้อชาติไทยที่อพยพ เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อครั้งเมืองประจันตคีรีเขตต์หรือเกาะกงเป็นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2447 โดยมีหลวงพรหมภักดี ต้นตระกูลตะเวทิกุล เป็นผู้ควบคุมคนจีนบนเกาะกง คนบนเกาะส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกัน มีอาชีพเกษตรกรรมทำสวนยางพาราและสวนมะพร้าว จนเกาะหมากได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของจังหวัดตราด ช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง ปลายเดือนเมษายน เกาะกระดาด เกาะขาม หมู่เกาะระยั้ง หมู่เกาะกระ หมู่เกาะรัง
บริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ได้แก่ บริษัท สหมิตร-เชิดชัย โทร. 0 2391 2237, 0 2391 4164 สาขาตราด โทร. 0 3951 1062, โชคอนุกูล ทัวร์ โทร. 0 2392 7680 สาขาตราด โทร. 0 3951 1587, 0 3951 1481 และ ศุภรัตน์ ทัวร์ บริการรถ V.I.P. โทร. 0 2391 2331 สาขาตราด โทร.0 3951 1481 รถโดยสารธรรมดา ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์สถานีขนส่งเอกมัย โทร.0 2391 2504,0 2391 4164 จาก สถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร มีรถบริการไปจังหวัดตราดทุกวันเช่นกัน
เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 สอบถามที่รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2537
8055, 0 2936 285266 ตราด โทร. 0 3951 1986 www.transport.co.th
มีบริษัทเอกชนที่ให้บริการจากสถานีขนส่งหมอชิด ได้แก่ เชิดชัยทัวร์
โทร. 0 2936 0199 ตราด โทร. 0 3951 1062 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0
2936 3388, 0 2936 3939 ตราด โทร. 0 3951 1481 |
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||