ลักไก่ทัวร์
หน้าแรกลักไก่ทัวร์
โปรแกรมทัวร์
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ท่องทะเลไทย
เทศกาลทั่วไทย
บันทึกนักเดินทาง
บันทึกเปื้อนฝุ่น
ดอยสูง ภูสวย
โปสการ์ดท่องเที่ยว
พระธาตุประจำปีเกิด
โรงแรม รีสอร์ท
แผนที่ประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติ
อุทยานประวัติศาสตร์
วนอุทยาน
unseen I
unseen II
ส่งหน้านี้ให้เพื่อน
  
กิจกรรม
Tips for Trip
ประเทศเพื่อนบ้าน
กัมพูชา
ลาว
เวียดนาม
พม่า
มาเลเซีย
  
ห้ามคลิก !
จ้างให้ก็คลิกไม่โดน
ไม่เชื่อก็ลองดู
 
ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย และอนุสาร อสท. ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลต่างๆครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

`๏่’ ตราด - Trat `๏่’
`๏่’ ตราด - Trat `๏่’

" เมืองพลอยแห่งสยาม หมู่เกาะงามครึ่งร้อย อร่อยระกำแสนหวาน สุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน
อนุสรณ์สถานเขาล้าน บวรสถานยุทธนาวี (เกาะช้าง) เส้นทางดีสู่กัมพูชา ศูนย์การค้าชายแดน "



     ตราดเป็นจังหวัดชายแดนเล็กๆ สุดด้านชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทยต่อจากจังหวัดจันทบุรี มี เนื้อที่ 2,819 ตารางกิโลเมตร มีทิวเขาบรรทัดเป็นพรมแดน กั้นอาณาเขตระหว่างประเทศไทยกับประเทศ กัมพูชาทางด้านตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ตามทางหลวงสายที่สั้นที่สุด คือ สายบางนา-ชลบุรี-แกลง- จันทบุรี-ตราดเป็นระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร ใน ร.ศ. 112 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทำสนธิสัญญากับฝรั่งเศสยอม ยกดินแดนจังหวัดตราด และเกาะช้างทั้งหมด ตั้งแต่แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ให้แก่ฝรั่งเศส เพื่อให้ถอนทหารออกจากจันทบุรี 23 มี.ค. 2449 ได้ยอมยกดินแดนเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณ รวมทั้งเมืองปัจจันตคีรีเขตรให้กับฝรั่งเศสเพื่อแลกเอาเมืองตราด เกาะต่าง ๆ ตั้งแต่ แหลมสิงห์ไปจนถึงเกาะกูด กับเมืองด่านซ้ายฝั่งขวาของแม่น้ำโขง และฝรั่งเศสยอมถอนทหารออกไปเมื่อ 6 กรกฏาคม 2450 ชาวจังหวัดตราดจึงได้ถือเอาวันที่ 23 มีนาคม 2449 เป็นวัน "ตราดรำลึก" โดยฝ่ายไทยมี พระยามหาอำมาตยาธิบดี ซึ่งในขณะนั้นเป็นพระยาศรีเทพ ตำแหน่งปลัดทูลฉลอง กระทรวงมหาดไทย เป็น หัวหน้าผู้แทนรัฐบาลไทย ฝ่ายฝรั่งเศสมีมองซิเออร์รูซโซเรซิดังเป็นหัวหน้าผู้แทนรัฐบาลฝรั่งเศส ได้กระทำ พิธีส่งและรับมอบกัน ณ ศาลากลางจังหวัด ในระหว่างสงครามอินโดจีน จังหวัดตราดถูกโจมตีโดยกองเรือรบฝรั่งเศส ราชนาวีไทยได้เข้าขัด ขวางและเกิดยุทธนาวีที่เกาะช้างขึ้น การรบในครั้งนี้สร้างชื่อเสียง ให้แก่กองทัพเรือไทยในความกล้าหาญมาก แม้ว่าฝ่ายไทยจะต้องเสียเรือรบหลวงชลบุรี เรือรบหลวงสงขลาและเรือรบปืนธนบุรีไป 3 ลำก็ตาม


     ตราด แบ่งการปกครองออกเป็น ๕ อำเภอ ๑ กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบ่อไร่ อำเภอเขาสมิง อำเภอคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ และกิ่งอำเภอเกาะกูด

ทิศเหนือ จดจังหวัดจันทบุรีและประเทศกัมพูชา
ทิศใต้ จดอ่าวไทย
ทิศตะวันออก จดประเทศกัมพูชา มีทิวเขาบรรทัดเป็นเส้นกั้นเขตแดน ตั้งแต่ตอนกลางของ จังหวัดมาตลอดด้านตะวันออก ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร
ทิศตะวันตก จดจังหวัดจันทบุรี ที่แม่น้ำเวฬุเป็นเส้นกั้นเขตแดน



วัดบุปผาราม

วัดบุปผาราม (วัดปลายคลอง) เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัด สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา ราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง (พ.ศ.2191) ท่านพระครูคุณสารพิสุทธิ์ (หลวงพ่อโห) อดีตเจ้าอาวาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะถาวรวัตถุในวัด จวบจนปัจจุบันท่านพระครูสุวรรณสารวิบูลพร้อมทั้งชาวบ้าน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ และดูแลภูมิทัศน์โดยรอบวัดให้สะอาดเรียบร้อย วัดแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจ

พิพิธภัณฑ์ของวัดเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าไว้มากมาย โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นมงคลสูงสุดคู่บ้านเมือง นอกจากนั้นยังมีพระพุทธรูปทองบุเงิน พระพุทธรูปปางต่างๆ รวมทั้งเครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยยุโรป กลองมโหรทึก แสดงให้เห็นถึงการเดินทางแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างเมืองท่าชายฝั่งตะวันออก กับเมืองท่าโพ้นทะเลในแถบเอเชียอาคเนย์ข้ามไปไกลถึงซีกโลกตะวันตก

ส่วนภาพจิตรกรรมที่ปรากฏในโบสถ์ และวิหารเขียนขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์เป็นฝีมือช่างท้องถิ่น แต่ล้วนแล้วผสมกลมกลืนด้วยศิลปจีน และวรรณคดีจีน แสดงให้เห็นว่าวัดแห่งนี้อาจได้รับการอุปถัมภ์จากชาวจีนที่มาค้าขายแถบชายฝั่งทะเลตะวันออก (พ่อค้าชาวจีนอพยพทางเรือจากมาที่เมืองตราดตั้งแต่สมัยอยุธยา บ้างอพยพจากอยุธยา กรุงเทพฯ เวียดนาม บ้างก็มาจากมาเลเซีย สิงคโปร์)

สิ่งที่น่าชมอีกอย่างหนึ่งคือ หมู่กุฏิเล็กทรงไทยที่สร้างได้ถูกต้องตามพระวินัยบัญญัติมีขนาดพอแค่ภิกษุอยู่ได้รูปเดียวเท่านั้น คนในท้องถิ่นเมื่อให้ลูกหลานบวชเรียนที่วัดก็จะสร้างกุฏิให้พร้อม เสร็จแล้วช่วยกันหามแห่มาที่วัดในวันทำพิธีบวช

การเดินทาง วัดแห่งนี้ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ถนนพัฒนาการปลายคลอง ตำบลวังกระแจะ ออกจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) ตรงข้ามโรงพยาบาลตราด เลี้ยวแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร

วัดโยธานิมิตร
วัดโยธานิมิตร (วัดโบสถ์) ตั้งอยู่ที่ถนนเทศบาล 4 ตรงสามแยกใกล้กับศาลหลักเมือง เป็นวัดหลวงเพียงแห่งเดียวในจังหวัดตราด สร้างขึ้นเมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมารวบรวมไพร่พลที่เมืองตราด หากเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 3 วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาของบรรดาข้าราชการตั้งแตสมัยพระเจ้าตากสิน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงได้เปลี่ยนมาทำพิธีที่วัดไผ่ล้อม

พระอุโบสถเป็นศิลปะแบบอยุธยา ภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก ปัจจุบันกลายเป็นพระวิหาร เรียกว่า วิหารโยธานิมิต และเป็นที่เก็บโบราณวัตถุ อาทิหนังสือใบลาน คัมภีร์เทศน์ และรอยพระพุทธบาท พระวิหารนี้ได้รับการบูรณะครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2518 โดยซ่อมแซมหลังคา เสา ประตู หน้าต่าง ฝาผนังภายนอกที่ชำรุด แต่ยังคงรักษารูปทรงเดิมไว้

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่บนถนนหลักเมืองใกล้วัดโยธานิมิตร เมื่อครั้งมารวบรวมรี้พลกอบกู้เอกราชที่ตราด สมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นตามความเชื่อแบบจีน เพื่อให้ปกป้องคุ้มครองเมืองตราดให้รอดพ้นจากอันตราย ชาวเมืองอยู่เย็นเป็นสุข ศาลหลักเมืองเป็นดั่งศูนย์กลางเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-จีน ทุกวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี มีงานฉลองที่เรียกว่า “วันงานพลีเมือง” หรือที่ชาวจีนเรียกว่า “วันเซี่ยกงแซยิด” หมายถึงวันเกิดเจ้าพ่อหลักเมืองมีพิธีทำบุญตักบาตรแบบไทย และมีงานประจำปีศาลปุงเถ้าม้าแบบจีน ช่วงก่อนและหลังตรุษจีน 1 เดือน

มีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อฝรั่งเศสยึดเมืองตราดนั้นสังเกตเห็นชาวเมืองตราด พากันไปไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองอยู่เป็นประจำ เลยจะถอนเสาหลักเมืองทิ้งโดยให้คนไปขุดแต่ถอนเสาหลักเมืองไม่ขึ้น ครั้นเอาช้างมาดึงเสาหลักเมืองก็ไม่ล้มเพียงแต่เอนไปเล็กน้อย ซึ่งต่อมาชาวเมืองตราดได้บูรณะให้คงสภาพดี

วัดไผ่ล้อม
วัดไผ่ล้อม ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมือง เป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญที่สุดต่อการศึกษาของจังหวัดตราด โดยวัดแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของบิดาแห่งการศึกษาจังหวัดตราด คือท่านเจ้าคุณพระวิมลเมธาจารย์ วรญาณนุรักษ์ สังฆปราโมก ภายในบริเวณวัดยังมีสวนพุทธธรรมสำหรับให้ประชาชนได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม และมีเจดีย์พิพิธภัณฑ์สามท่านเจ้าคุณซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของคนในจังหวัดตราด นอกจากนี้ยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้านมาทุกยุคสมัยที่มีการพัฒนาอย่างสอดคล้อง กับความเปลี่ยนแปลงของสังคม สำหรับสภาพแวดล้อมภายในคือวัตรฏิบัติที่เคร่งครัดของภิกษุสามเณรควรแก่การเคารพศรัทธา นอกจากนั้นยังยึดมั่นแนวทางแห่งความกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานที่มั่นคงในการดำรงชีวิตของพุทธศาสนิกชน

โบราณสถานจวนเรสิดังกัมปอร์ต
โบราณสถานจวนเรสิดังกัมปอร์ต ตั้งอยู่ที่ถนนหลักเมือง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 ชั้น หลังคาทรงปั้นหยาลดชั้น เคยใช้เป็นที่พำนักของข้าหลวงฝรั่งเศส ผู้ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้ปกครองจังหวัดตราด ในระหว่างปี พ.ศ. 2453-2464 และได้กลายเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเมื่อปี พ.ศ. 2450-2471

แหลมศอก
แหลมศอก จากถนนสายตราด-แหลมงอบ ไปประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีถนนเลี้ยวซ้ายไปบริเวณแหลมศอก ระยะทาง 24 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์พระราชบิดาแห่งราชนาวีไทย ซึ่งชาวตราดเคารพสักการะโดยทั่วไป มีหาดทรายแดงอยู่ในบริเวณ และมีหมู่บ้านชาวประมงที่น่าไปเยือน คือ หมู่บ้านแหลมหินและหมู่บ้านอ่าวช่อ

วัดคีรีวิหาร
วัดคีรีวิหาร ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเลื่อน จากตัวเมืองไปตามทางหลวง 318 ประมาณ 20 กิโลเมตร เดิมชื่อวัดท่าเลื่อน หรือวัดภูเขายวน เป็นวัดเก่าแก่มีอายุมากกว่า 110 ปี แต่ได้รับการบูรณะจนดูใหม่ทั้งวัด ที่ตั้งอยู่บนภูเขาทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านล่าง มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ เป็นสวนป่าขนาดย่อมๆมีต้นสักปลูกอย่างเป็นระเบียบ ศาสนสถานที่สำคัญภายในบริเวณวัดประกอบด้วย อุโบสถหลังใหญ่ พระเจดีย์ เรือนรับรองสมเด็จพระเทพฯ กุฏิธรรมสารอุทิศและกุฏินิรมิตสามัคคี ศาลาการเปรียญ วิหารจีนที่ประดิษฐานพระพุทธอุดมสมบูรณ์ พระอวโลกิเตศวร และพระสังกัจจายน์

หาดลานทราย
หาดลานทราย แยกขวาตามเส้นทางไปคลองใหญ่ ตามถนนตราด-คลองใหญ่ ตำบลแหลมกลัด เข้าไปประมาณ 11 กิโลเมตร และเลี้ยวเข้าทางหลวง 3292 บริเวณหาดมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว บรรยากาศเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน

วัดสะพานหิน
วัดสะพานหิน ตั้งอยู่หลักกิโลเมตรที่ 31-32 ถนนตราด-คลองใหญ่ (ทางหลวงหมายเลข 318) ตามเส้นทางไปคลองใหญ่ มีทางแยกทางซ้ายมือจากถนนเข้าสู่วัด วัดนี้ไม่ปรากฏว่าสร้างในสมัยใด สันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี กลางสระน้ำมีโบสถ์เก่าแก่ และอยู่ห่างจากวัดประมาณ 1 กิโลเมตร มีแนวหินเชื่อมสองฝั่งคลองใช้เป็นทางคมนาคม

หาดมุกแก้ว
หาดมุกแก้ว ตั้งอยู่ริมถนน ตราด-คลองใหญ่-หาดเล็ก กม.ที่ 42 มีที่พักแห่งเดียวไว้บริการนักท่องเที่ยวในบรรยกาศที่สวยงามเป็นส่วนตัว

ศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน
ในอดีตสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเป็นศูนย์สภากาชาดไทยเขาล้าน ช่วยเหลือชาวเขมรอพยพ จนเมื่อชาวเขมรอพยพแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา ศูนย์นี้จึงปิดไปเมื่อ พ.ศ. 2529

ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ในวโรกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทยเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา จึงได้จัดสร้างศาลาราชการุณย์ เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ (เปิดเวลา 8.30-12.00 และ 13.00-16.00 น.)

ภายในศาลาราชการุณย์ประกอบไปด้วยนิทรรศการพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ นอกจากนั้นยังมีหุ่นจำลองชาวเขมรอพยพในขณะทำภาระกิจประจำวัน เช่น หุงหาอาหาร เย็บปักถักร้อย เป็นต้น ส่วนด้านหลังของศูนย์มีคลองเขาล้าน ซึ่งมีนกเป็ดน้ำมาอาศัยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ถัดไปมีหาดทรายขาวสะอาดในบรรยากาศเงียบสงบ มีที่พักไว้รองรับสำหรับผู้ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยว

สอบถามรายละเอียดที่ ศูนย์สภากาชาดไทย เขาล้าน ตั้งอยู่ถนนตราด-คลองใหญ่ กิโลเมตรที่ 48 อ.เมือง โทร (039) 521621

หาดไม้รูด (หาดสำราญ)
หาดไม้รูด (หาดสำราญ) แยกขวาจากทางหลวงหมายเลข 318 ตรงกิโลเมตรที่ 57-58 เข้าไปทางบ้านไม้รูด 5 กิโลเมตร ไปสุดที่สะพานคอนกรีตทางลงหาดอยู่หน้าศาลาประชาคมและเดินต่อไปอีก 200 เมตร บริเวณหาดมีบังกะโลให้เช่าอยู่แห่งเดียว

หาดบานชื่น
หาดบานชื่น ตั้งอยู่ก่อนถึงอำเภอคลองใหญ่ ระหว่างกิโลเมตรที่ 59-60 มีทางแยกขวามือเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร เดิมชื่อ หาดมะโร เป็นหาดที่มีทรายเม็ดละเอียด มีบังกะโลให้เช่าบริเวณชายหาด

บ้านหาดเล็ก
ตั้งอยู่ที่บ้านหาดเล็ก เป็นหมู่บ้านสุดชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชา อยู่ปลายทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 318 ห่างจากตัวอำเภอคลองใหญ่ 16 กิโลเมตร

เมื่อสงครามสู้รบในกัมพูชาสิ้นสุดลงราวปี พ.ศ. 2529 ตลาดแห่งนี้นับเป็นแหล่งรับซื้อพืชพันธุ์ธัญญาหารของชาวกัมพูชาเพื่อไปขายต่อที่เกาะกง

ตลาดที่บ้านหาดเล็กจะมีในช่วงเช้า ประมาณ 7.00-8.30 น. จากจุดนี้สามารถต่อเรือไปเกาะกงของเขมรได้ ค่าเรือ 100 บาท/คน/เที่ยว หรือจะเหมาเรือไป-กลับ ประมาณ 800 บาท หรือขึ้นอยู่กับการตกลงของแต่ละคน ใช้เวลาเกินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง มีเรือตั้งแต่ 7.00-17.30 น. หากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศต้องการจะข้ามไปจำเป็นต้องทำวีซ่าล่วงหน้าที่สถานฑูตกัมพูชา

ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีในการเดินทางสู่หมู่เกาะทะเลตราด

วัดเมืองเก่าแสนตุ่มและโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ
วัดเมืองเก่าแสนตุ่มและโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านอีเร็ม ตำบลประณีต อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาสมิงประมาณ 38 กิโลเมตร การเดินทาง เริ่มจากทางแยกแสนตุ้งไปตามถนนจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 18.5 จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านตาพลาย อีกประมาณ 2.5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสายบ้านนามะขาม บ้านอีเร็ม (ถนน รพช. หมายเลข 11001) ระยะทาง 9 กิโลเมตร จะถึงวัดเมืองเก่าแสนตุ่ม วัดนี้เป็นวัดที่มีความร่มรื่น ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ เหมาะแก่การพักผ่อนและการปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ทางวัดยังได้ให้ความร่วมมือกับกรมป่าไม้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ส่วนบริเวณวัดด้านทิศใต้เป็นที่ตั้งโบราณสถานเขาโต๊ะโมะ ที่คาดว่าสร้างขึ้นในสมัยก่อนพุทธกาล มีความเชื่อว่าใต้พื้นบริเวณโบราณสถานมีสมบัติเป็นแสนตุ่ม อันเป็นที่มาของชื่อวัดแสนตุ่ม โบราณสถานเขาโต๊ะโมะ มีลักษณะเป็นเนินดิน มีต้นไม้ปกคลุม มีแท่งหินวางอยู่เรียงราย หินเหล่านี้มีสีน้ำตาลเข้ม เป็นรูปเหลี่ยมตั้งแต่สี่เหลี่ยมถึงเก้าเหลี่ยม ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 150 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร ถึง 20 เซนติเมตร น้ำหนักตั้งแต่ 10 กิโลกรัมถึง 100 กิโลกรัม การวางเรียงซ้อนของหินคล้ายเทวสถาน หินบางก้อนเมื่อเคาะจะมีเสียงดังกังวานเหมือนเคาะระฆัง

น้ำตกเขาสลัดได
น้ำตกเขาสลัดได ตามถนนสายจินตกานนท์ (แสนตุ้ง-บ่อไร่) ประมาณกิโลเมตรที่ 25 มีทางแยกซ้ายไปน้ำตกเขาสลัดได ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร บริเวณรอบๆ น้ำตก มีป่าเขาและธรรมชาติสวยงามเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว
อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว ห่างจากอำเภอบ่อไร่ไป 4 กิโลเมตร (จากแยกแสนตุ้งไปบ่อไร่ประมาณ 36 กิโลเมตร) ลักษณะถนนเป็นลูกรัง มีเนื้อที่ 65,525 ไร่ น้ำตกคลองแก้วมีทั้งหมด 7 ชั้น ในแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันออกไป มีลำธารน้ำไหลผ่านจากชั้นบนลงมาสู่ชั้นล่างตลอดสายโดยเฉพาะชั้นที่ 4 สามารถมองเห็นทัศนียภาพของบ่อไร่ นักท่องเที่ยวโดยส่วนใหญ่นิยมเที่ยวกันเพียง 4 ชั้นเท่านั้น หากต้องการเที่ยวให้ครบทุกชั้นต้องใช้เวลานานร่วมวัน

ตลาดพลอย
ตลาดพลอย ที่ผ่านมาตลาดพลอยในอำเภอบ่อไร่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตพลอยแดง หรือทับทิมสยาม ตลาดพลอยที่น่าสนใจ ได้แก่ ตลาดพลอยหัวทุ่ง ตลาดพลอยบ้านสระใหญ่ ตลาดพลอยหนองบอน ฯลฯ โดยในแต่ละวันตลาดพลอยแต่ละแห่งจะเริ่มเปิดให้มีการซื้อขายในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลา 10.00 น. ปัจจุบันตลาดพลอยในเขตอำเภอบ่อไร่ประสบปัญหาในเรื่องหาแหล่งพลอย ได้ยากจึงทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายพลอยซบเซาลง ถ้านักท่องเที่ยวที่สนใจจะไปซื้อพลอยหรือชมสภาพโดยทั่งๆไปของตลาดพลอยนั้น ยังพอมีเหลือให้ชมและซื้ออยู่บ้าง

แหลมงอบ
อยู่ห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 3148 ประมาณ 17 กิโลเมตร มีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 500 เมตร และเป็นที่ที่สะดวกที่สุดในการเลือกหาเรือเช่าไปเที่ยวเกาะต่างๆ เช่น เกาะช้าง เกาะกระดาด เกาะกูด เกาะแรด ฯลฯ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งร้านขายของที่ระลึก และอาหารทะเล กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง รวมทั้งงอบแบบต่างๆ ด้วย

บ้านน้ำเชี่ยว
บ้านน้ำเชี่ยว อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปตามทางสายตราด-แหลมงอบ ประมาณ 8 กิโลเมตร มีชื่อเสียงในการทำงอบ ซึ่งเรียกว่า “งอบน้ำเชี่ยว” เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของจังหวัดตราด ที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากงอบแล้วบ้านน้ำเชี่ยวยังมีผลิตผลจากการประมง เช่น กะปิ น้ำปลา กุ้งแห้ง ฯลฯ ไว้จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวด้วย

อนุสรณ์สถานยุทธนาวี
อนุสรณ์สถานยุทธนาวี ที่เกาะช้าง จัดสร้างขึ้นบริเวณชายทะเลแหลมงอบ มีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผันพระพักตร์ไปยังบริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง มีการจัดบริเวณและอาคารพิพิธภัณฑ์คล้ายเรือรบ เป็นอนุสาวรีย์ที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดตราด และจังหวัดใกล้เคียง จะมีงานฉลองระหว่างวันที่ 17-21 มกราคม ของทุกปี จัดขึ้นเพื่อระลึกถึงการทำยุทธนาวีของกองทัพเรือไทย

เกาะปุย
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติงดงาม บรรยากาศร่มรื่นอยู่ใกล้ฝั่ง การเดินทางสะดวกปลอดภัยทุกฤดูกาล บนเกาะมีสวนมะพร้าว สมุนไพรนานาชนิดและบ่อดินสอพอง ที่ได้รับการกล่าวถึงเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสตราด

หาดที่เกาะปุยมีลักษณะเลนปนทราย จึงไม่เหมาะสำหรับว่ายน้ำ แต่เหมาะสำหรับผู้ที่รักสงบและต้องการพักผ่อนเงียบๆ
การเดินทาง ควรไปเช่าเรือจากแหลมงอบ หากมีรถเองควรไปขึ้นเรือที่แหลมอวน โดยใช้เส้นทางตราด-แหลมงอบ 15 กิโลเมตร จะมีปั๊มน้ำมัน ปตท. อยู่ทางขวามือแล้วมีทางแยกเข้าทางลูกรังประมาณ 5 กิโลเมตร มีป้ายบอกชื่อแหลมอวนอยู่ทางซ้ายเข้าไป 500 เมตร สามารถหาเรือข้ามฟากไปยังเกาะปุยและมีบริการรับฝากรถ ค่าเช่าเรือไป-กลับ แหลมอวน-เกาะปุย เหมาลำประมาณ 200-300 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีเท่านั้น

อ่าวตาลคู่
ชายหาดอ่าวตาลคู่เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนเพราะมีความสวยงามอากาศดี และในบริเวณมีร้านอาหาร ชาวจังหวัดตราดนิยมไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3156 เลยทางแยกเข้าเกาะปุยประมาณ 5 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร

หมู่เกาะช้าง
หมู่เกาะช้าง เป็นเกาะซึ่งมีทะเลล้อมรอบทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณเกาะช้างเหมาะแก่การพักผ่อน คือ ไม่ร้อนจัด หรือหนาวจนเกินไป สำหรับอิทธิพลจากมรสุมนั้น เกาะช้างได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ จากอิทธิพลดังกล่าวทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางด้วยเรือคือ ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ประมาณเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ชายฝั่งด้านตะวันตกซึ่งเป็นด้านรับลมจะมีคลื่นลมแรง ประมาณเดือนพฤศจิกายน - ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่มีคลื่นน้อยที่สุด ฉะนั้นการเดินทางไปเกาะช้าง หรือหมู่เกาะต่างๆ ค่อนข้างจะสะดวก

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 650 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 47 เกาะเรียงรายตั้งแต่เขตอำเภอแหลมงอบ อำเภอเมือง และอำเภอคลองใหญ่ เกาะที่สำคัญที่สุด คือ เกาะช้าง นอกจากนี้ยังมีเกาะอื่นๆ ที่ยังคงสภาพความสวยงามตามธรรมชาติได้แก่ เกาะคลุ้ม เกาะเหลายาใน เกาะง่าม เกาะไม้ซี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะรัง ฯลฯ

ที่ทำการอุทยานฯ ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะช้างใกล้คลองธารมะยม ที่ด้านหน้ามีท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ของอุทยานฯ นอกจากนี้ยังมีหน่วยพิทักษ์อุทยานอีก 3 จุด ซึ่งล้วนอยู่บนเกาะช้าง คือ บริเวณอ่าวคลองสน บริเวณทางเข้าน้ำตกคลองพลู และบริเวณหมู่บ้านสลักเพชร

เกาะช้าง เดิมเป็นเกาะที่ไม่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัย หากมีความสำคัญในฐานะที่เป็นท่าจอดเรือหลบลมมรสุม เป็นแหล่งเสบียงอาหารและน้ำจืดโดยเฉพาะบริเวณอ่าวสลักเพชร หรืออ่าวสลัด เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่โจรสลัด ชาวจีนไหหลำและญวน ปัจจุบันบนเกาะช้างมีประชาชนอาศัยอยู่ 8 หมู่บ้าน

เกาะช้าง ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศรองจากเกาะภูเก็ต มีเนื้อที่ประมาณ 429 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเขาสูงมีผาหินสลับซับซ้อนยอดเขาที่สูงที่สุด ได้แก่ เขาสลักเพชร (สูง 744 เมตร) สภาพป่าโดยทั่วไปอุดมสมบูรณ์ ส่วนใหญ่เป็นป่าดิบเขา อันเป็นบ่อเกิดของต้นน้ำลำธาร ทำให้มีน้ำตกหลายแห่งบนเกาะ ชายหาดที่สวยงามอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะ
สถานที่น่าสนใจบนเกาะ ได้แก่

- บริเวณยุทธนาวีเกาะช้าง น่านน้ำทะเลตราดบริเวณอ่าวสลักเพชร อ่าวสลักคอก ยังเป็นอีกหน้าหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยของไทย เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ศ.2484 กองทัพเรือไทยสามารถขับไล่ผู้รุกรานให้ล่าถอยไปได้ หากไทยต้องสูญเสียกองเรือและทหารกล้าไปจำนวนหนึ่ง วีรกรรมทหารเรือไทยได้รับการจดจารึกและรำลึกถึงวันที่ 17 มกราคมของทุกปี ณ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีที่เกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ

- เกาะง่าม กลายเป็นจุดปะทะจุดแรกระหว่างกองทัพเรือไทยกับฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสได้ส่งเครื่องบินเข้ามาลาดตระเวนและทิ้งระเบิดบนเกาะนี้ ส่วนเกาะหวายคือจุดที่เครื่องบินลาดตระเวนของฝรั่งเศส ถูกเรือรบหลวงสงขลาและเรือรบหลวงชลบุรียิงตก กองกำลังเรือรบของฝรั่งเศส 7ลำรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะช้าง นำโดยเรือลาดตระเวนลามอตต์ ปิเกต์ เรือสลุบ 2 ลำ เรือปืน 4 ลำ แยกออกเป็น 3 หมู่ หมู่ 1 มีเรือลามอตต์ ปิเกต์ลำเดียวรุกล้ำเข้ามาทางด้านใต้ของเกาะหวายและเกาะใบตั้ง หมู่ 2 มีเรือสลุป 1 ลำ เรือปืน 1 ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับเกาะหวาย หมู่ 3 มีเรือสลุป 1 ลำ เรือปืน 3 ลำ เข้ามาทางช่องด้านใต้ระหว่างเกาะคลุ้มกับแหลมบางเบ้า

เกาะง่าม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาแฝด 2 เกาะ วางแนวขนานกันโดยมีสันทรายขนาดใหญ่เชื่อมตรงกลาง มีอ่าวขนาดเล็กที่เกิดจากแนวเขาที่โอบล้อมน้ำทะเลไว้ จึงเป็นบริเวณที่คลื่นลมสงบ การเดินทางจากแหลมงอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

- เกาะไม้ซี่ เป็นเขตปะทะระหว่างเรือลามอตต์ ปิเกต์กับเรือรบหลวงธนบุรีที่จอดประจำการ อยู่ที่เกาะลิ่มและได้เข้ามาช่วยเหลือเรือรบหลวงสงขลา และเรือรบหลวงชลบุรีที่ถูกยิงเสียหายจนจมสู่ท้องทะเลบริเวณอ่าวสลักเพชร และอ่าวสลักคอก และในทีสุดเรือรบหลวงธนบุรีถูกยิงเสียหายอย่างหนัก จนแล่นมาเกยตื้นและจมลงบริเวณแหลมงอบ

- น้ำตกธารมะยม อยู่หลังที่ทำการอุทยานฯ เดินผ่านสวนเข้าไปประมาณ 500 เมตร เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 3 ชั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 เคยเสด็จประพาสมายังน้ำตกนี้ โดยมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร. และ วปร. สลักอยู่ที่หน้าผาน้ำตกชั้นบน

- น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มี 3 ชั้นทางเข้าอยู่ห่างจากอ่าวคลองพร้าว 3 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินป่าอีกประมาณ 20 นาที

- น้ำตกคลองนนทรี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมีทางเดินเท้าจากบ้านด่านใหม่ตามทางเดินเท้า 3 กิโลเมตร หรือจากที่ทำการอุทยานฯ เป็นระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก

- บ้านสลักเพชร-บ้านโรงถ่าน เป็นสองชุมชนใหญ่ที่สุดบนเกาะช้าง ตั้งอยู่ติดกันทางตอนใต้ของเกาะ อ่าวสลักเพชรเป็นอ่าวใหญ่ที่สุดบนเกาะ

- น้ำตกคีรีเพชร เป็นน้ำตกชั้นเดียว อยู่ห่างจากชุมชนบ้านสลักเพชรผ่านสวนยางเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร

- น้ำตกคลองหนึ่ง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ลึกเข้าไปจากชุมชนสลักเพชร ใกล้น้ำตกคีรีเพชร

- หมู่บ้านประมงบางเบ้า บ้านแต่ละหลังปักเสาลงในทะเล มีสะพานเชื่อมต่อถึงกัน บรรพบุรุษของคนที่นี่ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากชาวสลักเพชร ดำรงชีวิตเรียบง่ายด้วยการทำประมง ขนาดเล็กชายฝั่ง เป็นแหล่งปลาหมึกหอมชุกชุม มีแหล่งปะการังใต้น้ำ บริเวณหมู่บ้านมีท่าเรือ สะพานปลา ทำกะปิน้ำปลา กุ้งแห้ง ปลาเค็ม อ่าวบางเบ้ามีชัยภูมิที่ตั้งเหมาะแก่การจอดเรือ หลบคลื่นลมเพราะมีเทือกเขาและหมู่เกาะโอบล้อมสองด้านในฤดูมรสุม จึงมีเรือมากมายเข้ามาจอดหลบคลื่นลมในอ่าวนี้

- อ่าวคลองสน เป็นอ่าวอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฝั่งตะวันตก เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านคลองสน ใกล้บริเวณอ่าวมีแนวปะการังใต้น้ำ

- หาดทรายขาว เป็นหาดที่มีระยะทางยาวมากอีกแห่งหนึ่ง มีบังกะโลตั้งอยู่หลายแห่ง มีถนนรอบเกาะตัดชิดหาดมากที่สุด

- หาดคลองพร้าว-แหลมไชยเชษฐ์ เป็นหาดทรายที่มีความยาวมาก ติดต่อกับหาดไก่แบ้ หาดทรายบริเวณนี้มีความลาดมาก สามารถเล่นน้ำได้ มีบังกะโลให้เช่าพักหลายแห่ง มีห้องพักที่ได้มาตรฐานและมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ตอนเหนือสุดของอ่าวคลองพร้าว ติดต่อกับแหลมไชยเชษฐ์ ซึ่งมีแหลมหิน มีทัศนียภาพสวยงาม แต่ไม่สามารถเล่นน้ำได้

- หาดไก่แบ้ เป็นหาดที่มีความยาวติดต่อกับหาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ เป็นหาดทรายที่มีความลาดพอสมควร สามารถเล่นน้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย มีบังกะโลราคาประหยัดให้เช่าหลายแห่ง บางแห่งมีจักรยานเสือภูเขาให้เช่า

- อ่าวใบลาน อยู่ถัดขึ้นไปจากหาดไก่แบ้มีทางเท้าตัดผ่านภูเขาใช้เวลาเดินเท้าจากหาดไก่แบ้ประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างทางสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทิวเขา อ่าวใบลานมีลักษณะเป็นหาดทรายยาวเงียบสงบเหมาะแก่การเล่นน้ำและพักผ่อน

- หาดทรายยาว อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้างใกล้กับอ่าวสลักเพชร มีลักษณะเป็นอ่าวที่มีหาดทรายทอดยาว เล่นน้ำได้ สามารถเดินป่าชมจุดยุทธนาวีที่เกาะช้างและทัศนียภาพตามหมู่เกาะใกล้เคียง เช่น เกาะเหลายา อ่าวสลักเพชร เกาะหวาย

- เกาะเหลายา อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง ประกอบด้วยเกาะเหลายาในเกาะเหลายากลาง เกาะเหลายานอก ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชม. 30 นาที เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสและแนวประการังสวยงาม เป็นที่ตั้งของ เหลายา พาราไดซ์ ไอแลนด์ รีสอร์ท

- เกาะหวาย เป็นเกาะใหญ่อีกเกาะหนึ่ง มีหาดส่วนใหญ่เป็นหิน ประกอบด้วยอ่าวใหญ่ๆ ที่มีแนวชายหาดสวยงาม มีแนวปะการังขนาดใหญ่สมบูรณ์และยังเป็นแหล่งตกปลาอีกด้วย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเกาะช้าง ถัดจากเกาะเหลายาลงไป และยังเป็นที่ตั้งของเกาะหวายปะการังรีสอร์ท

- เกาะคลุ้ม เป็นเกาะประวัติศาสตร์จากยุทธนาวีที่เกาะช้าง เป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่เหมาะสำหรับการตกปลา และชมทัศนียภาพของลานหิน คือ หินลูกบาตและหินลาดหลังคุ้ม

- เกาะพร้าว อยู่ทางทิศใต้หน้าอ่าวสลักเพชร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเกาะที่มีหาดทรายสะอาดและร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว เป็นที่ตั้งของ เกาะทรายขาวรีสอร์ท

- เกาะระยั้งนอก เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ตรงข้ามกับเกาะหมาก ประกอบด้วย เกาะระยั้งใน ไม่มีที่พักแรม และเกาะระยั้งนอกมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยว สภาพโดยทั่วๆ ไปของเกาะระยั้งนอกเป็นเกาะที่เงียบสงบ หาดทรายขาว น้ำใสสะอาด

การเดินทางบนเกาะ จากท่าเรือมีรถสองแถวไปยังหาดทรายขาว, คลองพร้าว, ไก่แบ้ ค่ารถ 30 บาท ส่วนหาดอื่นๆ ต้องเหมาและตกลงราคาก่อนเดินทาง

เกาะช้างน้อย และ แหลมช้างน้อย
เกาะช้างน้อย และ แหลมช้างน้อย อยู่ทางด้านเหนือของเกาะช้าง ท้องน้ำระหว่างแหลมช้างน้อยกับเกาะช้างน้อยจะมีแนวปะการังอยู่ด้วย

เกาะมันนอก-เกาะมันใน
เกาะมันนอก-เกาะมันใน เป็นเกาะเล็ก อยู่ตรงข้ามหาดไก่แบ้เมื่อน้ำลดจะมีหาดอยู่รอบๆ เกาะ ท้องน้ำบริเวณเกาะมันนอก-เกาะมันใน ค่อนข้างตื้นและมีสาหร่ายสีทองขึ้นเป็นจำนวนมาก

เกาะคลุ้ม
เกาะคลุ้ม เหมาะสำหรับการตกปลา มีทัศนียภาพแปลกตาของลานหิน คือ หินลูกบาตและหินลาดหลังคุ้ม

เกาะเหลายา
เกาะเหลายา อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง ประกอบด้วยเกาะเหลายาใน เกาะเหลายากลาง และเกาะเหลายานอก ใช้เวลาเดินทางจากแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง เป็นเกาะที่มีหาดทรายยาว น้ำทะเลใส และแนวปะการังสวยงาม

เกาะหวาย
เกาะหวาย อยู่ทางใต้ของเกาะช้าง ใกล้กับเกาะเหลายา ใช้เวลาเดินทางจากแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง แนวชายหาดสวยงาม มีแนวปะการังขนาดใหญ่และสมบูรณ์เหมาะกับการตกปลา อ่าวด้านเหนือของเกาะเป็นแหล่งที่มีแนวปะการังสมบูรณ์สูง ด้านตะวันตกของอ่าวใหญ่มีปะการังซึ่งส่วนมากเป็นปะการังก้อน ปะการังเขากวาง ปะการังแผ่น และปะการังพุ่ม นอกจากนั้นยังหอยมือเสืออีกด้วย

เกาะพร้าว หรือ เกาะทรายขาว
เกาะพร้าว หรือ เกาะทรายขาว อยู่ทางทิศใต้หน้าอ่าวสลักเพชร ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือแหลมงอบประมาณ 2 ชั่วโมง เป็นเกาะที่มีหาดขาวทรายสะอาดและร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าว

เกาะง่าม
เกาะง่าม มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาแฝด 2 เกาะ วางแนวขนานกันโดยมีสันทรายขนาดใหญ่เชื่อมตรงกลาง มีอ่าวขนาดเล็กที่เกิดจากแนวเขาที่โอบล้อมน้ำทะเลไว้ จึงเป็นบริเวณที่คลื่นลมสงบ การเดินทางจากแหลมงอบใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

เกาะกูด
เกาะกูด เป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายในน่านน้ำทะเลตราด และใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเกาะช้างในจังหวัดตราด มีเนื้อที่ 105 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 65,625 ไร่ โดยมีขนาดความยาวของเกาะ 25 กิโลเมตร และขนาดความกว้าง 12 กิโลเมตร ลักษณะโดยทั่วไปของเกาะยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิด ลำธาร สายน้ำ ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง แต่ที่ขึ้นชื่อบนเกาะกูด คือ น้ำตกคลองเจ้า จะมีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 3 ชั้น โดยชั้นบนจะมีลักษณะเป็นลำธาร ส่วนชั้นล่างเป็นลำธารจากน้ำตกขนาดใหญ่ ซึ่งเหมาะแก่การเล่นน้ำอย่างมาก น้ำตกแห่งนี้ถือว่าเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ คือพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. 2454 ทรงพระราชทานนามว่า “น้ำตกอนัมก๊ก” เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองเชียงสือกษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยากการจราจลในสมัยรัชกาลที่ 1

ทางฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวตาดีน หาดคลองละหาน หาดคลองยายกี๋ หาดตาโพธิ์ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว จนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป็นหาดที่มีหาดทรายสวยงามและน้ำทะเลใส มีธรรมชาติสงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด นอกจากนี้บนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชิด ในบริเวณทะเลด้านในของตัวเกาะรวมทั้งเกาะแรด และเกาะไม้ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเกาะกูด

ชนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทย และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามาเมื่อเมืองปัจจันตคีรีเขตรตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ.2447 หมู่บ้านคลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันชาวเกาะยังดำรงชีพด้วยเกษตรกรรม ทั้งทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้เพียงเล็กน้อย และทำประมงชายฝั่ง
การเดินทาง สามารถเช่าเรือจากแหลมงอบหรือที่ท่าด่านเก่า ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง

เกาะหมาก
มีรูปร่างคล้ายดาวสี่แฉก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบชายฝั่ง โดยรอบมีอ่าวและชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง เช่น บริเวณอ่าวตานิด อ่าวไผ่ อ่าวโปร่ง อ่าวผาด อ่าวแดง อ่าวส่วนใหญ่ บริเวณชายฝั่งรอบเกาะและเกาะใกล้เคียงพบแนวปะการังที่สมบูรณ์สูง สวยงาม

ชุมชนดั้งเดิมบนเกาะหมากส่วนใหญ่เป็นเขมรเชื้อชาติไทยที่อพยพ เข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อครั้งเมืองประจันตคีรีเขตต์หรือเกาะกงเป็นของฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2447 โดยมีหลวงพรหมภักดี ต้นตระกูลตะเวทิกุล เป็นผู้ควบคุมคนจีนบนเกาะกง คนบนเกาะส่วนใหญ่เป็นเครือญาติกัน มีอาชีพเกษตรกรรมทำสวนยางพาราและสวนมะพร้าว จนเกาะหมากได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลูกมะพร้าวที่สำคัญของจังหวัดตราด

ช่วงที่เหมาะกับการท่องเที่ยวคือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง ปลายเดือนเมษายน

เกาะกระดาด
เกาะกระดาด ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก ใช้เวลาเดินทางจากแหลมงอบประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่เดิมมีต้นกระดาดขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า “เกาะกระดาด” นับเป็นเกาะเดียวในประเทศไทยที่มีการออกโฉนดถูกต้องตามกฏหมาย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากฝรั่งเศสได้เข้ามาล่าอาณานิคมในแถบเอเชียอาคเนย์ และพยายามยึดครองดินแดนของไทย เกาะกระดาดก็เป็นที่หมายหนึ่งของฝรั่งเศสด้วย รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกโฉนดที่ดินของเกาะขึ้น ลักษณะโดยทั่วไปของเกาะมีหาดทรายยาวขาวสะอาด สภาพแนวปะการังรอบเกาะอยู่ในสภาพดีตลอดชายฝั่ง บริเวณที่มีความสมบูรณ์สูงมากจะอยู่ทางด้านทิศเหนือของเกาะ

เกาะขาม
เป็นเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้กับเกาะหมาก ใช้เวลาในการเดินทาง 2 ชั่วโมง 30 นาที เสน่ห์ของเกาะขามอยู่ที่ สภาพธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ น้ำทะเลและหาดทรายใสสะอาด ด้านตะวันออกของเกาะยังมีแนวปะการังที่สวยงาม จากเกาะขามสามารถมาชมทัศนียภาพของเกาะหมากได้

หมู่เกาะระยั้ง
หมู่เกาะระยั้ง ประกอบด้วย เกาะระยั้งในและเกาะระยั้งนอกสภาพโดยทั่วๆ ไปของเกาะระยั้งนอกเป็นเกาะที่เงียบสงบหาดทรายขาว น้ำใสสะอาด

หมู่เกาะกระ
เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะหมาก เป็นเขตสัมปทานรังนกนางแอ่น ไข่จะระเม็ดและมูลค้างคาว มีโขดหินใต้น้ำและปะการังน้ำลึกที่สวยงาม

หมู่เกาะรัง
เป็นเกาะขนาดเล็กอยู่ห่างจากเกาะหมากไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 6 กิโลเมตร บนเกาะไม่มีที่ราบพอที่คนจะอาศัยอยู่ได้ มีเฉพาะที่ราบหน้าหาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น บริเวณรอบๆ หมู่เกาะรัง เหมาะแก่การดำน้ำดูปะการังท่ามกลางฝูงปลาแหวกว่าย

`๏่’ ตราด - Trat `๏่’

`๏่’ ตราด - Trat `๏่’
การเดินทางทางรถยนต์
จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางได้ 3 สาย คือ
1. บางนา-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 3) ผ่านชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทางประมาณ 385 กิโลเมตร
2. บางนา-ชลบุรี-แกลง-จันทบุรี-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 344) ระยะทางประมาณ 318 กิโลเมตร
3. ทางหลวงพิเศษ (motor way) เริ่ม กิโลเมตรที่ 0 ที่แยกถนนศรีนครินทร์ตัดถนนรามคำแหง และมาออกที่เส้นทางบ้านบึง-แกลง-จันทบุรี-ตราด


`๏่’ ตราด - Trat `๏่’
การเดินทางทางรถโดยสาร
มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศออกจาก สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท
รถโดยสารปรับอากาศ มีรถปรับอากาศ ชั้น 1 (ปอ.1) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

บริษัทเดินรถเอกชนที่วิ่งบริการ ได้แก่ บริษัท สหมิตร-เชิดชัย โทร. 0 2391 2237, 0 2391 4164 สาขาตราด โทร. 0 3951 1062, โชคอนุกูล ทัวร์ โทร. 0 2392 7680 สาขาตราด โทร. 0 3951 1587, 0 3951 1481 และ ศุภรัตน์ ทัวร์ บริการรถ V.I.P. โทร. 0 2391 2331 สาขาตราด โทร.0 3951 1481

รถโดยสารธรรมดา ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ประชาสัมพันธ์สถานีขนส่งเอกมัย โทร.0 2391 2504,0 2391 4164

จาก สถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร มีรถบริการไปจังหวัดตราดทุกวันเช่นกัน เป็นรถปรับอากาศชั้น 1 สอบถามที่รายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852–66 ตราด โทร. 0 3951 1986 www.transport.co.th มีบริษัทเอกชนที่ให้บริการจากสถานีขนส่งหมอชิด ได้แก่ เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0199 ตราด โทร. 0 3951 1062 ศุภรัตน์ทัวร์ โทร. 0 2936 3388, 0 2936 3939 ตราด โทร. 0 3951 1481



การเดินทางทางเครื่องบิน
บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ตราด (อยู่ในเขตอำเภอเขาสมิง) ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2265 5555, 0 2265 5678 สำนักงานตราด โทร. 0 3952 5767-8, 0 3952 5299–30 หรือทางเว็บไซต์ www.bangkokair.com

 
ภาคเหนือ

ภาคกลาง


ภาคอีสาน

ภาคตะวันออก

ภาคตะวันตก
Lakkai Cyber Network | ลักไก่ดอทคอม | ลักไก่ทัวร์ | จิ๊บจ๊อย | สยามไอยราทราเวล
CopyRight © 2002 Lakkai Cyber, All rights reserved.